• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ปรึกษาพี่ อนุรัตน์ เรื่องเทอร์โมสแตท ของ เวนโต้ครับ  (อ่าน 963 ครั้ง)

    nat

    • บุคคลทั่วไป
    จะรบกวนปรึกษาเกี่ยวกับระบบแอร์ของเวนโต้ ครับ ว่าเดิมมันได้ติดตั้งตัว เทอร์โมสแตท ไว้หรือปล่าวครับ  ผมไปซ่อมแอร์ที่อู่นอกศูนย์ เขาแนะนำให้ติดเพิ่ม  เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของ คอมแอร์   แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมก็ไม่อยากไปเพิ่ม /เปลี่ยนแปลงจากระบบเดิม ครับ
    [ 2 ต.ค. 2546 , 14:52:43 น

    พี

    • บุคคลทั่วไป
    เท่าทีผมทราบ vento จะไม่มีเทอร์โมสแตทครับสำหรับการตัดการทำงานของคอม แต่จะมี hi-low pressure เป็นตัวควบคุมแทน ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถตัดมันได้ จึงรู้สึกว่าอุณหภูมิความเย็น-รอ้นไม่ได้ดังใจบ้าง  แต่เพื่อนผมหลายๆคนก็ไปติดเทอร์โมเพิ่มส่วนการเพิ่มนี้ก็ไม่ได้ไปเปลี่ยน แก้ไขระบบเดิมอย่างไร เพียงแต่เราไปติดตัวควบคุมคอมเพิ่ม แต่ผมไม่แน่ใจที่ว่าช่างเขาจะทำให้คุณนั้นเขาจะทำอย่างไ ค่าติดตั้งที่ผมเคยไปถามดูปรมาณ1300 ใช้เวลาติดตั้ง 1ชม. สำหรับผมว่าไม่จำเป็น
    2 ต.ค. 2546 , 17:10:52 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    ระบบแอร์ที่มีฮีทเตอร์สำหรับเมืองหนาวไม่มีเทอร์โมสแตทครับ เพราะมันไม่รู้จะไปตัดตอนไหน!!! เขาติดแอร์ไว้ก็เพื่อลดความชื้นในรถเพื่อไม่ให้เกิดฝ้าไอน้ำ เมื่อใช้เทอร์โมฯไม่ได้ก็เลย "จำเป็น" ต้องมีระบบป้องกันด้วยการใส่เพรสเชอร์สวิทช์มาตัดเมื่อแรงดันน้ำยาสูงเกินไป
    แต่สำหรับเมืองร้อน "จำเป็น" ต้องมีเทอร์โมสแตทเพราะมันช่วยควบคุมอุณหภูมิได้ดี และไม่ให้คอมแอร์ต้องทำงานหนักในอุณหภูมิสูงตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
    ของผมใส่เทอร์โมสตัทโดยใช้ปุ่มควบคุมฮีทเตอร์ พอดีเป๊ะทีเดียว ปิดตายช่องระบายอากาศภายนอกเพราะกลไกมันปิดได้แค่ครึ่งเดียว บังเอิญวันก่อนเพรสเชอร์สวิทช์เสียก็เลยถอดทิ้งต่อตรง ก็มีเทอร์โมสตัทแล้วนี่นาจะไปเสียเงินร่วม 3 พันทำไม!

    2 ต.ค. 2546 , 22:33:53 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    ระบบแอร์ที่มีฮีทเตอร์สำหรับเมืองหนาวไม่มีเทอร์โมสแตทครับ เพราะมันไม่รู้จะไปตัดตอนไหน!!! เขาติดแอร์ไว้ก็เพื่อลดความชื้นในรถเพื่อไม่ให้เกิดฝ้าไอน้ำ เมื่อใช้เทอร์โมฯไม่ได้ก็เลย "จำเป็น" ต้องมีระบบป้องกันด้วยการใส่เพรสเชอร์สวิทช์มาตัดเมื่อแรงดันน้ำยาสูงเกินไป
    แต่สำหรับเมืองร้อน "จำเป็น" ต้องมีเทอร์โมสแตทเพราะมันช่วยควบคุมอุณหภูมิได้ดี และไม่ให้คอมแอร์ต้องทำงานหนักในอุณหภูมิสูงตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
    ของผมใส่เทอร์โมสตัทโดยใช้ปุ่มควบคุมฮีทเตอร์ พอดีเป๊ะทีเดียว ปิดตายช่องระบายอากาศภายนอกเพราะกลไกมันปิดได้แค่ครึ่งเดียว บังเอิญวันก่อนเพรสเชอร์สวิทช์เสียก็เลยถอดทิ้งต่อตรง ก็มีเทอร์โมสตัทแล้วนี่นาจะไปเสียเงินร่วม 3 พันทำไม!
    ราคาเทอร์โมสตัทแบบก้านโยกธรรมดา 250 บาท ของดีหน่อย 350 บาท

    2 ต.ค. 2546 , 22:35:27 น

    อนุรัตน์

    • บุคคลทั่วไป
    เรียนคุณช่างเหอะ

    Air Pressure Switch มีไว้เพื่อสั่งการทำงานของพัดลมจังหวะที่ 2 ถ้าตัดมันออกผลที่จะได้รับคือ

    1. แรงดันของน้ำยาแอร์ในระบบจะสูง และถ้าไม่ลดมันในช่วงเวลาที่เหมาะสม แน่นอนว่ามันต้องดันออกมาในจุดต่างๆ เช่น หน้า compressor, วาล์วหรือหัวเติมน้ำยาแอร์ เป็นต้น

    2. เมื่อพัดลมจังหวะสองไม่ทำงาน นั่นเท่ากับว่าความร้อนที่รังผึ้งแอร์หน้ารถของเราไม่ได้ถูกทำให้ลดลง และตัวรังผึ้งแอร์นั้นวางขวางอยู่หน้ารังผึ้งหม้อน้ำ ทีนี้ผลที่ตามมาก็คือการระบายความร้อนของน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ก็จะด้อยประสิทธิภาพลง ถ้าร้ายแรงหน่อยก็น้องๆ overheat ซึ่งคงไม่เป็นที่พึงปรารถนาเท่าไหร่นักกับเจ้าของรถทุกคัน

    3 ต.ค. 2546 , 12:03:44 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    เรียนคุณอนุรัตน์
    ถูกต้องครับ Air Pressure Switch เปิดพัดลมจังหวะที่ 2 พร้อมกับตัดคลัชคอมฯแอร์ในกรณีที่แรงดันน้ำยาสูงเกินไป
    สำหรับเมืองหนาวเวลาใช้ฮีทเตอร์จะมีปัญหาของไอน้ำที่ระเหยออกจากตัวคนโดยสาร ทำให้กระจกเป็นฝ้า และคนโดยสารจะรู้สึกไม่สบายตัว ระบบแอร์ที่เขาใช้มีจุดประสงค์เพื่อลดความชื้น ไม่ได้ใช้สำหรับปรับอุณหภูมิ จะใช้เทอร์โมสแตทควบคุมก็ไม่ได้ เขาก็เลยต้องใส่ Pressure Switch เพื่อป้องกันเอาไว้
    แต่บ้านเราอากาศร้อนและชื้น เราใช้แอร์เพื่อลดอุณหภูมิ(หลัก)และความชื้น(รอง) ก็ต้องใช้เทอร์โมสแตทควบคุม ส่วน Pressure Switch นั้นจะใช้หรือไม่ก็ได้ รถยนต์ที่ติดตั้งแอร์ในบ้านเราเกือบทั้งหมดไม่ใช้ Pressure Switch แต่ต้องมีเทอร์โมสแตท สำหรับของผมเองมันเสียก็เลยไม่ใช้
    ส่วนเรื่องพัดลมจังหวะ 2 ไม่ทำงานนั้น ผมเองก็พบว่าหลังจาก Pressure Switch เสียไม่กี่วันก็เริ่มมีปัญหาพัดลมจังหวะ 2 ไม่หมุนทำให้ความร้อนขึ้นสูง ก็เลยถอดเอาเทอร์โมสวิทช์ออกมาต้มดู มันก็ใช้ได้ แต่...กว่ามันจะทำงานจังหวะ 2 ก็ต้องน้ำเดือดไปซักครึ่งนาที มาดูดีๆก็พบว่าข้างๆมันปั๊ม 97-102 C ครั้นจะเปลี่ยนเหมือนเดิมก็เกรงจะเหมือนเดิม! จะเปลี่ยนเป็นของทรานสปอร์เตอร์(เครื่องหลัง) ที่เป็น 2 จังหวะ 76-87/82-92 C ตามคำแนะนำของร้าน(ชัยประสิทธิ์ สะพานควาย)ก็ยังแพงและต้องแก้หัวเสียบ ก็เลยเปลี่ยนเป็นแบบจังหวะเดียว 82-92 C ที่ใช้ในรถเฟียต(เหมือนของ VW แต่ซื้อในร้านอะไหล่เฟียต) ตัวละ 260 บาท แก้หัวเสียบใช้กับพัดลมจังหวะ 2 อย่างเดียว เพราะจังหวะ 1 มันหมุนพร้อมคอมฯแอร์อยู่เแล้ว
    ไม่ใช่คุยนะครับ VW Golf L 1,100 CC. ปี 78 คันแรกของผม ใช้พัดลม 2 จังหวะแบบเดียวกับที่ผมทำกับ Golf 3 ก่อนที่ VW จะเอามาใช้ใน Golf 2 กว่า 10 ปี
    ผมเองก็ชอบ Orignal เหมือนกัน แต่บางอย่างมันไม่เหมาะก็แก้ไข

    3 ต.ค. 2546 , 13:51:34 น

    ไอ้แหลม

    • บุคคลทั่วไป
    มันคุยไปตั้งเยอะ
    4 ต.ค. 2546 , 00:26:35 น

    dear

    • บุคคลทั่วไป
    750 บาท ที่ร้านกิติแอร์ ใช้งานมา 2 ปีแล้ว
    6 ต.ค. 2546 , 15:36:14 น