• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: คาถาแก้ปัญหา  (อ่าน 409 ครั้ง)

    vw3

    • บุคคลทั่วไป
    คาถาแก้ปัญหา
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     คาถาแก้ปัญหา  


    ในงานเลี้ยงนักเขียนของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีรุ่นน้องคนหนึ่งที่ไม่เจอกันมานานเดินมาคุยด้วย เขาบอกว่าอยากเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังมานานแล้ว เป็นเรื่องที่บทสัมภาษณEองผมในนิตยสารอิมเมจเมื่อประมาณ 1-2 ปีก่อน “ตอนนั้นหนูกำลังมีปัญหาใหญ่มากไม่รู้จะแก้อย่างไรพอดีได้อ่านที่พี่บอกว่า ปัญหาในโลกนี้มีอยูE2 อย่าง คือ ปัญหาที่แก้ไดEและปัญหาที่แก้ไม่ไดEให้แก้ปัญหาที่แก้ได้ก่อน อ่านแล้วคลิกเลย ขอบคุณมากพี่”
    พูดจบเธอก็จากไป ทิ้งไว้แต่อาการ “พองโตEในอารมณEองผม ไม่น่าเชื่อว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบ “กำปั้นทุบดินEจะได้ผล จริงๆแล้วคำพูดนี้เป็นของ Eน้าชาติ Eพล.อ.ชาติชาย ชุญหะวัณ อดีต นายกรัฐมนตรีเจ้าของวรรคทอง Eไม่มีปัญหาEถือเป็นคำเกEกEี่เอาไปใช้แนะนำพีEเพื่อน –น้อง เวลาที่ช่วยหาทางออกในชีวิตให้เขาไม่ไดEเป็นข้อสรุปที่คมคาย แต่เจ็บมือน่าดูเลย
    ถ้าใช้ทฤษฎี “น้าชาติEมาใช้ในการแก้ปัญหา ปัญหาในโลกนี้ก็จะมีอยูE2 แบบ คือ ปัญหาที่แก้ไดEกับปัญหาที่แก้ไม่ไดEถ้าใครสะสม “ปัญหาEเป็นงานอดิเรก หากแยกแยะปัญหาเป็นหมวดหมู่ตามทฤษฎีดังกล่าว เราก็จะเริ่มต้นนับ 1 ได้ว่า จะเริ่มแก้ปัญหาไหนก่อน ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ก็อย่าไปพยายามดิ้นรนหาทางแก้ไข เพราะอย่างไรก็แก้ไม่ได้อยู่แล้ว เสียทั้งเวลา และปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกขEสู้เอาเวลามาใช้กับปัญหาในหมวดที่แก้ไขได้ดีกว่า ถ้าทฤษฎีนี้น้องๆยังไม่เชื่อถือ ผมจะเริ่มเอาธรรมะเข้าขย่มทันทีด้วยการแอบอ้างเรื่องของหลวงปู่ชา สุภัทโท ซึ่งอ่านมานานแล้ว แต่แปลกที่พูดกี่ครั้งก็ไม่เหมือนเดิมสักที ใจความสำคัญถูกต้อง แต่รายละเอียดจะปรับแต่งตามลักษณะปัญหาแต่ละตัวบุคคล เป็นธรรมะแบบ “ดิ้นEไดE
    เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งมีคนที่มีปัญหาชีวิตหนักมากมาขอให้หลวงปู่ชาช่วยแก้ปัญหา เขาเล่าเรื่องราวในชีวิตให้หลวงปู่ฟัง เป็นปัญหาที่ใหญ่โตมโหฬาร โยงใยกันวุ่นวายไปหมด อาจารยEานั่งฟังอย่างสงบนิ่ง รอให้เขาระบายความทุกขEนหมดแล้วท่านก็ชี้นิ้วไปที่ก้อนหินก้อนใหญ่มากก้อนหนึ่งแล้วถามว่า “โยมผลักหินก้อนนี้ไหวไหมE
    โยมผู้มากด้วยปัญหา ส่ายหน้า “ไม่ไหวครับE“แล้วก้อนนั้นล่ะผลักไหวไหมEอาจารยEาชี้ไปที่ก้อนหินอีกก้อนหนึ่งที่เล็กกว่าก้อนแรกครึ่งหนึ่ง เขามองแล้วตอบทันที “ไหวครับEหลวงปู่ชาจึงเริ่มเทศนาธรรมว่าหินก้อนแรกก็เหมือนกับปัญหาของโยม ผลักก็ไม่ไหว เคลื่อนก็ไม่ไดEถ้าเราพยามแข็งขืนที่จะผลักต่อไปก็เหนื่อยเปล่า เพราะมันใหญ่เกินกว่าแรงของเรา แต่ถ้าเราปล่อยให้ฝนตก ลมพัด หินก้อนแรกก็จะกร่อนลงจนเหลือเท่ากับหินก้อนที่สอง เมื่อนั้นถ้าเราผลัก หินก้อนนั้นก็จะเคลื่อนตัวไดE
    “ปัญหาบางปัญหาคิดไปก็เท่านั้น ทุกขEจเปล่าEเพราะมันยิ่งใหญ่เกินแก้ไข แต่ถ้าปล่อยไว้เวลาอาจช่วยไดEอาจมีตัวแปรอื่นมาช่วยทำให้ปัญหาเบาลงหรือเปลี่ยนไป สุดท้ายเมื่อปัญหาอยู่ในระดับที่เราแก้ไขไดEเมื่อนั้นเราค่อยคิดแก้ปัญหาEประโยคสุดท้าย อาจารยEาไม่ได้เทศนEรอกครับ ผมเติมเอง
    คนเรานั้นชอบมองปัญหาแบบ ”หยุดนิ่งEคือสภาพคงเดิมไม่แปรเปลี่ยน คิดว่าขนาดของปัญหาเท่าไรก็เท่านั้น รูปร่างแบบใดก็แบบนั้น ความจริง ”ปัญหาEก็เหมือนคน บางวันอ้วน อีก 3 เดือนผอม บางวันหน้าใส บางวันสิวขึ้น เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และตัวแปรต่างๆมากมาย
    เพื่อนผมคนหนึ่งอกหัก สาบานกับผมที่ธรรมศาสตรE่าต่อไปนี้จะไม่รักใครอีกแล้ว นอกจาก ”ไก่” คนเดียว
    วันนี้มันแต่งงาน 2 ครั้งแล้ว มันอ้างว่า เพราะมันเป็นคนรักเพื่อน และให้โอกาสเพื่อนเสมอ แต่งงานครั้งแรกเห็นว่าผมไม่ยอมไปร่วมงานก็เลยให้โอกาสเพื่อนอีกครั้งด้วยการแต่งงานใหมEEกับผู้หญิงอีกคน
    ในขณะที่เราใชE“ความเปลี่ยนแปลงEมาเป็น “ยาชาEในการแก้ปัญหา ในมุมกลับบางครั้ง “ความเปลี่ยนแปลงEก็คือ “ปัญหาE
    “ปัญหาEหนึ่งที่มีคนชอบมาคุยด้วยมากที่สุดคือ เรื่องความเปลี่ยนแปลง มีทั้งจะลาออกดีไหม จะไปเรียนต่อดีหรือเปล่าหรือการเปลี่ยนแปลงภายในองคEร ผมเคยบอกน้องๆที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเสมอว่า
    คนส่วนใหญ่จะกลัวความเปลี่ยนแปลงเพราะแรงเสียดทานของ “ความเคยชินEเมื่อมี “สิ่งใหม่” เข้ามาในชีวิตเราจะรู้สึกกลัวเหมือนที่เรากลัว “ผีEกลัวในสิ่งที่ไม่เคยเห็น กลัวในจินตนาการที่เสริมแต่งของเราเอง ทุกคนลืมประวัติศาสตรEมัยเด็กเมื่อเราเคยอยู่โรงเรียน พอจะย้ายโรงเรียนก็เริ่มคร่ำครวญถึงความผูกพันในวันนั้น
    รักเพื่อนหนักหนาและต่อไปเราจะเจอกันทุกสัปดาหEเข้าโรงเรียนใหม่ได้ไม่นาน ก็ปรับตัวได้เจอเพื่อนกลุ่มใหมEและเริ่มเหินห่างเพื่อนเก่า ทั้งที่วันแรก บางคนแสนจะเหม็นหน้าเพื่อนใหม่บางคนเหลือเกิน และถวิลหาเพื่อนเก่าเหลือหลาย แต่เพียงไม่กี่ปี แค่เจอ ”เพื่อนเก่าEก็ไม่รู้จะคุยอะไรกัน เพราะไม่เจอกันนาน
    “ปัญหาEไม่หยุดอยู่กับทีEความรู้สึกของคนก็เหมือนกัน มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่คนส่วนใหญE“ขี้ลืมEลืมไปว่าทุกครั้งของการเปลี่ยนแปลง เรามักจะกลัวมันก่อนเสมอ แต่ผลสุดท้ายเราก็สามารถปรับตัวไดE
    เมื่อน้องๆมาปรึกษาก่อนจะถึงคาถาของ พล.อ.ชาติชาย และหลวงปู่ชา ซึ่งผมจะใช้เป็น “คำตอบสุดท้ายEเมื่อไม่รู้จะขุดอุโมงคEอกจากความมืดมิดอย่างไร
    ผมจะแนะน้องๆให้มอง “ความเปลี่ยนแปลงในแง่บวกEรำลึกอดีตเล็กน้อยเพื่อให้รู้เท่าทัน “ความเปลี่ยนแปลงEว่าความรู้สึกวันนีEไม่ใช่ของใหมEแต่เป็นของ “โบราณEที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต เพียงแค่เปลี่ยนตัวละครและฉากใหม่เท่านั้นเอง
    ผมเชื่อว่าการคิดแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงด้วยการไม่ยอมเปลี่ยนแปลง จะเสียเวลาและเสียแรงเยอะ แทนที่จะพยายามฝืนโลกให้หยุดนิ่ง สู้เอาเวลามาคิดว่าจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงใหม่ให้มีความสุขได้อย่างไรดีกว่า
    ผมชอบคำพูดที่ว่าคนที่มีความสุขไม่ใช่คนที่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่คือคนที่ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้น ให้มองตัวเราก่อนอย่าเพิ่งชี้นิ้วไปที่คนอื่น เพราะการแก้ปัญหาที่ตัวเองจะง่ายที่สุด คนอื่นเราเปลี่ยนเขายาก แต่ตัวเรา เราเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด เมื่อน้องEเริ่มพยักหน้ารับฟัง ผมก็จะตบท้ายว่าปัญหานี้เป็นของคุณ “คุณต้องแก้เองEสุดท้ายใครที่มาปรึกษาก็จะออกไปแบบงงEเพราะไม่ได้หนทางแก้ปัญหาเลย แต่ถ้าใครหวนกลับมาอีกหน ก็จะเจอคาถา พล.อ. ชาติชาย และหลวงปู่ชา “ดูหินก้อนนั้นสิE

    คัดลอกมาจาก คอลัมนEฟาสตEู้ดธุรกิจ ของ หนุ่มเมืองจันทEหนังสือ มติชนสุดสัปดาหEฉบับจันทรEีE13 ส.ค.44


    [ 14 พ.ย. 2545 , 10:34:55 น

    tanit

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    uhm! just click with thanks.
    14 พ.ย. 2545 , 12:33:51 น

    Rascal

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ไอ้บ้า.....
    14 พ.ย. 2545 , 18:52:07 น

    วีระ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คุณ RASCAL   อย่าถ่อยอย่างนั้นเลยครับ
    ช่วยมีอารยธรรมหน่อย

    14 พ.ย. 2545 , 22:00:00 น

    มือใหมE

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จริงๆนะครับที่ว่า งานแต่ละงานจะมีคนอยูE
    3 ประเภท
    1. คนที่ชื่นชม
    2 คนที่ไม่ชอบในผลงาน
    3 คนที่เฉยE
    แม้แต่งานที่ว่าดีๆแล้วยังมีคนประเภททีE2
    อยู่เสมอขออย่าให้เราท้อแท้เมือเจอคนประ
    เภททีE2

    15 พ.ย. 2545 , 05:55:28 น

    กองเชียรE

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เห็นด้วยกับคุณมือใหม่ครับ
    ประติมากรรมสลักหินชิ้นนึง  ตั้งตากแดดตากฝน สงบนิ่ง เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม่เคยมีอิทธิพลให้ฟ้าฝนปรวนแปรไดEแต่ผู้คนที่ผ่านไปมามักมองด้วยอารมณEี่ปรวนแปรต่างกัน
       กาลครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งแต่งตัวขมุกขมอมนอนนิ่งอยู่กลางทุ่งนาเป็นเวลาหลายชั่วโมง เด็กเลี้ยงควายขี่ควายผ่านมา  ชี้ชวนให้เพื่อนดู "เฮ้ยEมาดูคนบ้ากันเร้ว.." พร้อมทั้งใช้ก้อนหินปาเล่น ชายคนนั้นก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง กลุ่มเด็กเลี้ยงควายก็ผ่านไป  สักพักมีกลุ่มโจรที่หนีตำรวจผ่านมา หัวหน้าโจรคิดว่าชายที่นอนอยู่เป็นโจรที่หนีตำวรจเหมือนกับตนแต่หมดแรงหนีต่อไปไม่ไหว หัวหน้าโจรก็ชี้ชวนให้ลูกน้องดู แล้วบอกว่า "ถ้าพวกเอ็งเป็นโจรกระจอกที่อ่อนแอ พวกเอ็งก็ต้องนอนรอตำรวจอย่างไอ้กระจอกนี้แหละ" ว่าแล้วก็ถ่มน้ำลายรดแล้วพาลูกน้องหนีต่อไป สักพักมีคนเมาผ่านมา เดินวนดูอยู่หลายรอบแล้วก็พูดขึ้นว่า "เหล้าน่ะ ถ้ารู้จักกิน ก็ไม่ต้องมานอนอยู่กลางทุ่งนาให้อายชาวบ้านเค้า"ว่าแล้วก็อาเจียนรดด้วยความเมา แล้วก็เดินจากไป  สักพักมีนักบวชผ่านมาแล้วหยุดยืนดูอยู่หลายชั่วโมง นักบวชผู้นั้นก้มลงกราบด้วยความคารวะ "ข้าบำเพ็ญเพียรมาทั้งชีวิต ยังไม่สามารถนอนนิ่งๆได้นานเช่นท่านเลย ท่านต้องบรรลุแล้วแน่ๆ โปรดรับข้าเป็นศิษยE้วยเถิด"  เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ชายผู้นั้นก็ยังไม่ยอมลุกขึ้นมารับนักบวชเป็นศิษยEนักบวชผู้นั้นจึงเดินทางต่อไปด้วยความผิดหวัง และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าชายที่นอนอยู่นั้นเป็นใคร และเป็นอะไร แต่เค้าสามารถทำให้คนหลายคนรู้สึกต่างกันไป อันนี้กับระดับสติปัญญาและสุขภาพของจิตของผู้พบเห็น กระทู้นี้ก็เช่นกัน
    สวัสดีเพื่อนร่วมโลกทุกท่าน

    15 พ.ย. 2545 , 06:52:18 น

    วินิจ(หัวแตงโมฯ)

    • บุคคลทั่วไป
    RE: คาถาแก้ปัญหา
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณทั้งคุณ vw3 เจ้าของกระทู้ที่หายไปนาน.. และคุณกองเชียรEี่ช่วยเสริมสิ่งดีดีให้พวกเราได้ประดับความนึกคิดกัน ผมเชื่อมานานแล้วแหละว่าคนมีหลายประเภทจริงจริง
    15 พ.ย. 2545 , 08:29:38 น