• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ  (อ่าน 2053 ครั้ง)

    Golf3SK

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 6
      • ดูรายละเอียด
    รบกวนถามเพื่อนสมาชิกครับ ใช้ Golf3'94 LPG fixed mix ครับ
     
    สองวันก่อน: ขับตอนกลางวันแอร์ไม่มีความเย็น เลยไปเข้าอู่ที่รู้จัก(ไม่้ใช่อู่โฟล์ค) เช็คแล้วพัดลมหน้าคอยด์ร้อนเสีย น้ำยาแอร์เหลือน้อย จัดการเปลี่ยนพัดลมใหม่+เติมน้ำยาแอร์ ขับออกมาพัดลมหม้อน้ำจังหวะ 2 ทำงานไม่หยุด ไม่ได้คิดอะไร พอตอนเย็นขับกลับบ้าน วิ่งออกมาได้ 100 เมตร ดับกลางอากาศเลยแต่สตาร์ทได้ พอวิ่งใช้ความเร็วได้ มีกลิ่นแปลกๆคล้ายกลิ่นพลาสติกโดนความร้อน เข้ามาในห้องโดยสาร เริ่มแปลกใจเพราะเครื่องมันหน่วงๆ แต่ไม่มีอะไร

    วันก่อน: ขับไปธุระ(อาการหน่วงยัง ฉุดเครื่องยังอยู่) กลับมากำลังจะจอด ดับกลางอากาศ ชักไม่มั่นใจแล้ว
    เมื่อเช้า: สตาร์ทน้ำมัน เิปิดแอร์ไว้ จู่ดับแต่สตาร์ทได้ ขับไปประมาณ 5 กม ดับกลางอากาศอีก เลยวิ่งไปที่ร้านโดยไม่เิปิดแอร์ ปกติดี ไปถึงทิ้งรถไว้ กลับมาช่างบอกเอาน้ำยาแอร์ออก ตอนแรกใส่ให้เต็มที่ 40 เอาออก 5 เหลือ 35 ปอนด์ ให้ลองขับดูก่อน ขับกลับมาไม่ดับ แต่เครื่องเหมือนโดนฉุดที่รอบสูงๆ

    เลยอยากถามความเห็นเพื่อนสมาชิกว่า อาการแบบนี้น่าจะเกิดจากสาเหตุใดบ้างครับ แต่ตัวเองสงสัย พัดลมที่ติดใหม่ กับ น้ำยาแอร์ที่มากเกินไปหรือเปล่า ปกติเติมกันเท่าไหร่ครับ

    ขอบคุณทุกความเห็นครับ

    ช่างเหอะ

    • Full Member
    • ***
    • กระทู้: 149
      • ดูรายละเอียด
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2012, 10:03:14 am »
    เติมน้ำยาแอร์มากไป... :o
    ช่างแอร์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักน้ำยาแอร์ R-134a เพียงพอ  :P
    มักจะคิดว่าเติมยิ่งมากยิ่งเย็น เพราะเคยใช้ R-12 มันเป็นอย่างนั้น
    ความจริงคือ น้ำยาแอร์ R-134a เย็นที่สุดตรงที่เติมพอดี เติมมากขึ้นก็ไม่เย็นกว่า
    เติมมากเกินไปแรงดันจะสูงขึ้นมาก ฉุดเครื่องยนต์จนมีอาการสั่น แรงตก และ...ดับ :'(
    ตรงกันข้าม...พอน้ำยาลดลง ขาดไปนิดหน่อยมันก็จะไม่เย็นเอาดื้อๆ :(
    วิธีเติมให้พอดี...
    ให้สังเกตุที่กระเปาะอลูมิเนียมติดกับหัวเติมน้ำยาแอร์ เติมให้เย็นจนมีน้ำ (น้ำ...ไม่ใช่น้ำแข็ง)เกาะฉ่ำ
    แค่นั้นพอ...
    ;D

    Golf3SK

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 6
      • ดูรายละเอียด
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2012, 10:48:48 pm »
    ขอบคุณครับ  :)

    เณร

    • บุคคลทั่วไป
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2012, 09:48:55 pm »
        ปกติถ้าทุกอย่างยังเดิมๆไม่ได้มีการดัดแปลงแก้ไขอะไร          น้ำยาทั้งระบบจะใช้น้ำหนักที่ 800 กรัม โดยประมาณ      ถ้าเราดูเข็มเกทว้ด     ทาง Suction 27 - 32  psi. โดยประมาณ   ทาง Dis 200 - 220 psi.
    โดยประมาณ       
          แต่ถ้ามีการดัดแปลงมาไม่ว่าคอม     ท่อน้ำยาหรือแผงคอยล์รัอน       รวมทั้งพัดลมระบายความร้อนโดนแปลง
     มาเราจะใช้การชั่งน้ำหนักแบบตามคู่มือ             คงไม่ดีนัก         คงต้องใช้การวัดแรงดันทาง Hi - Lo  น่าจะเหมาะสมกว่า       แต่ถ้าเราวัดแล้วทาง Hi 30 - ทาง Lo 220 psi. แล้วแต่ท่อใหญ่ไหลกลับ      หรือท่อ Suc
           ยังไม่เย็นหรือมีน้ำเกาะ       และพยายามเติมให้มีน้ำเกาะให้ได้จนแรงดันเกินผลที่ได้คงแบบเดียวกับ    เจ้า
     ของกระทู้นั้นเอง           ถ้าทุกอย่างทำงานไม่บกพร่อง        Lo 30 +  - =3    Hi  220  - =30  ห้าม +
          ถ้า+ ใช้ไปสักระยะมีโอกาสคอม  พังตามหลัง  แต่ถ้าเติมทุกอย่างถูกต้องแต่ท่อไหลกลับยังไม่มีน้ำเกาะ
      ระบบน้ำยาอาจตันที่ใดที่หนึ่ง    เจอบ่อยๆ  แผงคอยร้อน ,  ดรายเออร์ ,  วาล์วฉีดน้ำยา ประมาณนี้ครับ

    เณร

    • บุคคลทั่วไป
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2012, 01:29:19 am »
      ขอแก้หน่อยครับ.....
      มีอยู่บรรทัดหนึ่ง ..... แต่ถ้าเราวัดได้ทาง Hi30- ทาง Lo220 psi.
      แก้เป็น .......แต่ถ้าเราวัดได้ทางHi 220- ทาง Lo30 psi.
        ตามนี้ครับ....

    Golf3SK

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 6
      • ดูรายละเอียด
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2012, 01:37:45 pm »
    ขอบคุณนะครับ ตอนนี้รถวิ่งไมได้แล้ว อาการหนัก กำลังจะพาไปหาหมออยู่ครับ

    เนยสด

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 31
      • ดูรายละเอียด
    Re: สอบถามปัญหาหลังเติมน้ำยาแอร์ครับ
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2012, 04:09:52 pm »
    แอร์มันพ่วงกับระบบระบายความร้อน  หากช่างไม่ชำนาญก็เจอปัญหาตามมาแน่

    น้ำยาเกิน , เพรสเชอร์สวิตซ์เสีย พาเอาพัดลมหมุนผิดจังหวะ ความร้อนบังเกิด !