• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: เตรียมตัวรองรับสถานการณ์น้ำท่วมกันมั้งหรือยังครับ  (อ่าน 768 ครั้ง)

    ทนายรูปหล่อ -

    • บุคคลทั่วไป
    เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ เตรียมตัวรองรับสถานการณ์ น้ำท่วมในเขต กทม. หรือใกล้เคียงกันหรือยังครับ จะยกรถหนีน้ำ หรือ ขับรถหนีน้ำ หรือจะเอาไงถอดแบตเก็บกล่องเกียร์ อะไรแพงถอดเก็บไว้ที่สูงก่อน หรือ ปล่อยให้ประกันมาตามซ่อมอีกทีครับ  
    ยกของหนีน้ำกันก่อนนะครับเดี๋ยวถ้าน้ำมาจะได้ไม่ต้องรีบ ปลั๊กไฟยกขึ้นให้พ้นน้ำไว้ก่อน อย่าคิดว่าบ้านเราไม่เคยท่วมบ้านผมที่อุทัย ตั้งแต่แม่ผมเกิดมาก็ไม่เคยเจอน้ำท่วมบ้าน เพราะบ้านติดเขาสะแกกรัง ตอนนี้อีก แค่ 2 คืบเข้าบ้านแล้วละครับ ตอนแรกยังคิดว่าจะได้ลอยกระทงหลังบ้าน ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้วคาดว่าจะได้ลอยกระทงหน้าบ้านแล้วละ
    ป้องกันดีกว่าแก้ไข

    [ 8 ต.ค. 2011 , 08:06:42 น

    คุณแห้ว

    • บุคคลทั่วไป
    รถไม่ใช่ยานพาหนะทางนำ้จึงไม่มีชันยางหรือการซีลวัสดุใช้อุดรอยรั่วอย่างแน่นหนา......แถมยังมีพรมที่พยายามแอบ...ดูดเอาความชื้นเข้ามาเก็บไว้ในรถคุณอีก......จากประสบการณ์.....ผมแนะนำว่าถ้าเลี่ยงไม่ลุยนำ้หรือไม่เสี่ยงหากไม่รู้ระดับนำ้ข้างหน้าว่าลึกขนาดไหนนอกจากเครื่องที่อาจซ่อมได้ในส่วนเสียหายที่เกิดจากนำ้.....สิ่งที่จะแก้ไขได้ยากที่สุดคือกลิ่น...กลิ่นที่มากับความชื้นใต้พรมมันจะเข้าไปสะสมกับคราบสกปรกในช่องแอร์...นอกจากมันจะหน้าด้านอาศัยรถคุณมาโดยไม่ได้รับอนุญาติแล้วยังจะเนรคุณออกฤทธิ์โดยตรงกับระบบประสาทในขณะที่คุณและคนที่นั่งไปด้วยหายใจเข้าระบบทางเดินหายใจจะดูดซึมกลิ่นอันรัญจวนใจไปตลอดกาลจนกว่า.....คุณจะถอดพรมซักล้าง.....ล้างตู้ช่องแอร์.....สิ่งที่ตามมากับมันคุณอาจเจอรอยสนิมรอยเชื่อม.....หรือสิ่งอื่นๆที่หมกเม็ดไว้จนไม่อยากจะใช้รถต่อไป......อูยๆผมพูดเกินไปรึเปล่าเคยเจอมาแค่นี้เองจริงๆเอาง่ายๆแค่เข้าไปนั่งในรถที่เจ้าของสูบบุหรี่หรืออาจเป็นเจ้าของรถคนก่อนชอบสูบในรถถ้าคนไม่สูบก็จะได้กลิ่นแต่ถ้าคิดว่าเรื่องกลิ่นไม่สำคัญก็ลุยไปเลยเครื่องพังก็ซ่อมได้.....
    8 ต.ค. 2011 , 11:45:42 น

    คุณแห้ว

    • บุคคลทั่วไป
    รถไม่ใช่ยานพาหนะทางนำ้จึงไม่มีชันยางหรือการซีลวัสดุใช้อุดรอยรั่วอย่างแน่นหนา......แถมยังมีพรมที่พยายามแอบ...ดูดเอาความชื้นเข้ามาเก็บไว้ในรถคุณอีก......จากประสบการณ์.....ผมแนะนำว่าถ้าเลี่ยงไม่ลุยนำ้หรือไม่เสี่ยงหากไม่รู้ระดับนำ้ข้างหน้าว่าลึกขนาดไหนนอกจากเครื่องที่อาจซ่อมได้ในส่วนเสียหายที่เกิดจากนำ้.....สิ่งที่จะแก้ไขได้ยากที่สุดคือกลิ่น...กลิ่นที่มากับความชื้นใต้พรมมันจะเข้าไปสะสมกับคราบสกปรกในช่องแอร์...นอกจากมันจะหน้าด้านอาศัยรถคุณมาโดยไม่ได้รับอนุญาติแล้วยังจะเนรคุณออกฤทธิ์โดยตรงกับระบบประสาทในขณะที่คุณและคนที่นั่งไปด้วยหายใจเข้าระบบทางเดินหายใจจะดูดซึมกลิ่นอันรัญจวนใจไปตลอดกาลจนกว่า.....คุณจะถอดพรมซักล้าง.....ล้างตู้ช่องแอร์.....สิ่งที่ตามมากับมันคุณอาจเจอรอยสนิมรอยเชื่อม.....หรือสิ่งอื่นๆที่หมกเม็ดไว้จนไม่อยากจะใช้รถต่อไป......อูยๆผมพูดเกินไปรึเปล่าเคยเจอมาแค่นี้เองจริงๆเอาง่ายๆแค่เข้าไปนั่งในรถที่เจ้าของสูบบุหรี่หรืออาจเป็นเจ้าของรถคนก่อนชอบสูบในรถถ้าคนไม่สูบก็จะได้กลิ่นแต่ถ้าคิดว่าเรื่องกลิ่นไม่สำคัญก็ลุยไปเลยเครื่องพังก็ซ่อมได้.....
    8 ต.ค. 2011 , 11:45:51 น

    คุณแห้ว

    • บุคคลทั่วไป
    ขอโทษมือสั่นมัวแต่พิมพ์เดี๋ยวต้องรีบหาขอนไม้มาหนุนรถในบ้าน.....นำ้ครึ่งล้อแล้วแง้.....
    8 ต.ค. 2011 , 11:55:06 น

    b4 pk

    • บุคคลทั่วไป
    ผมเคยคิดเล่นๆว่าหาถุงลม หรือ แพยางอย่างดีสามารถรับน้ำหนักรถเราได้ กดปุ่มปึ๊บกางออกเหมือนในหนัง แล้วพยุงรถเราให้ลอยไม่ให้จม มีเชือกผูกกับเสาที่เราทำไว้อย่างดี หรือจะทอดสมอไว้ก็ได้
    8 ต.ค. 2011 , 15:09:58 น

    kmc

    • บุคคลทั่วไป
    ผมหาเรือกับพายไว้แล้วครับ รถไม่ต้องพูดถึงหาที่เก็บเอา
    11 ต.ค. 2011 , 16:26:43 น