• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม  (อ่าน 861 ครั้ง)

    เด็กโฟล์ค

    • บุคคลทั่วไป
    ขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆ Macintosh และ Apple สินค้าตระกูล i ทั้งหลายจากการจากไปของ Steve Job ผู้คิดค้นนวตกรรมไฮเทคใหม่ๆ ต่างๆ ของ แอปเปิ้ล อิงค์ จนสินค้าภายใต้แบรนด์ Apple เป็นที่กล่าวถึงกันทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่คอมพิวเตอร์อื่นๆ ไม่มีทางไล่ทัน สินค้าที่มีตราแอปเปิ้ล ถูกวางเป็นสินค้าที่มีราคา ผู้ใช้มีรสนิยม ทั้งๆ ที่ราคาไม่ได้แพงกว่ายี่ห้ออื่นมากแต่อย่างใด(แต่ไม่มีถูกกว่า)

    ผมเป็นคนนึงที่เริ่มหัดเล่นคอมพิวเตอร์ครั้งแรกกับคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ตอนนั้นโลโก้ยังเป็นแอปเปิ้ลลายสีๆ อยู่เลย และก็เล่นแมคอินทอชมาตลอด จนเมื่อต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใช้เอง แต่เงินไม่ถึงจึงต้องมาหัดเล่น PC เมื่อราว 9-10 ปีที่แล้วนี่เอง ตอนเล่น PC ครั้งแรก บอกตรงๆ ว่าต้องไปซื้อหนังสือมาหัดใช้เพราะไม่คุ้นเคย กว่าจะเปลี่ยนแป้นพิมพ์ภาษาไทยเป็นอังกฤษ ได้ก้เกือบวันล่ะครับ แต่เล่นแอปเปิ้ลมา 12 ปี ก็รู้สึกเสียดายบุคคลที่มีความคิดล้ำลึกแบบนี้ ใครเคยใช้แมคอินทอช จะรู้ว่ามันเหมือนเราขับโฟล์ค และ PC เหมือนรถญี่ปุ่น ยังไงยังงั้น

    [ 8 ต.ค. 2011 , 01:46:09 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เคยหัดเล่นแอปเปิลทู(ปลอม) จำได้แค่เล่น Pac Man เป็นหลัก... หมื่นกว่า... เมื่อ 30 ปีแล้ว
    ในด้านธุรกิจ ก็น่าเสียใจ...
    แต่ที่น่าเสียดาย... สตีฟ จอบ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักหยุด ต้องการเป็น ที่หนึ่ง ตลอดไป(จนตาย)

    ไม่มีใครพูดถึง สตีฟ วอซเนียก คนออกแบบทำเครื่องต้นแบบ แอปเปิล ตัวแรก
    เมื่อสองสตีฟช่วยกันทำ ช่วยกันขาย แอปเปิลทู จนเริ่มรวย
    พอรวยมากๆ สตีฟ วอซเนียก ก็ถูก ดีด ออกไปจากระบอบแอปเปิล
    วอซเนียกเป็นคนอารมย์ศิลปิน เก่งด้านอิเล็คทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ ชอบดนตรีร็อค
    ทุกวันนี้เขามีความสุขกับการช่วยเหลือเด็กๆยากจน ช่วยสอนวิชาการความรู้ ในประเทศด้อยพัฒนา

    คนหนึ่งรวย แต่ไม่(คิดทำให้ตัวเอง)มีโอกาสใช้เงิน
    คนหนึ่งพอมี ใช้สิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม อย่างมีความสุข

    บิล เกตต์ ก็น่าจะได้รับอิทธิพลจาก สตีฟ จอบ ถึงได้เปลี่ยนไป กลายเป็นหัวหน้าก๊วนชวนอภิมหาเศรษฐีบริจาคช่วยคนยากจน
    เมื่อก่อน บิล เกตต์ ไปงานไหน เศรษฐีและมหาเศรษฐี ยอมจ่ายเงินมากมายเพื่อเจอตัวเป็นๆ
    เดี๋ยวนี้ บิล เกตต์ ไปที่ไหน มหาเศรษฐีหลบหน้า กลัวโดนชวนไปบริจาคเงิน.....

    8 ต.ค. 2011 , 09:38:20 น

    สวะเว็ปบอร์ด

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ลึกซื้งจริง ๆ ทั้งสองท่าน ที่ให้ความรู้ สาระ ประโยชน์ ต่อเพื่อนสามาชิกตลอดเวลา ขอนับถือ
    8 ต.ค. 2011 , 10:07:18 น

    tong

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ดีๆ ใช่เยยย เพราะคนเราไม่ได้วัดกันแค่กระดาษแผ่นเดียว บางคนจบมาสูง ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จิงม่ะ!!!
    8 ต.ค. 2011 , 14:40:56 น

    tong

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คือว่าตอนนี้เมล์โดนบล๊อกเฉยยเลย งงงงง ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอารัยแค่เช็คเมล์วันต่อวัน แล้วเมื่อวานเย็นเข้าไปใน Hotmail ถูกบล๊อกไม่มีสาเหตุตอนนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ครายพอรู้แนะนำด้วยครับบ เซ็งมั่กๆ เช็กเมล์ไม่ได้เลย
    8 ต.ค. 2011 , 14:54:38 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    กรณีของจ๊อบส์ในมุมลบผมไม่ขอกล่าวถึง แต่ในมุมบวก ผมเป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาในหลายส่วนของกระบวนคิดและวิธีคิดของเขา  ผมนำมาใช้ในงานราชการอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะในระบบการบริหาราชการแผ่นดินยุคหลังๆ ที่ทักษิณปรับเปลี่ยนให้ทุกหน่วยราชการจัดระบบการบริหารภายในของตนเองให้เป็นระบบงานแบบยุทธศาสตร์  โดยเฉพาะในส่วนของกระบวนงานที่กำหนดให้หน่วยราชการมี "โครงการริเริ่มสร้างสรรค์ภายในหน่วยงาน"เพื่อสนับสนุนระบบงานทางยุทธศาสตร์หลักของตนเองในแต่ละปี  
    ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ผมลองใช้กระบวนคิดที่เกิดจากแรงบันดาลใจมาจาการศึกษาและติดตามวิธีคิดและวิธีทำงานของจ๊อบส์ในยุคท้ายๆที่แอบเปิล โดยเฉพาะแนวคิดการสร้างสรรค์เชิง "นวัตกรรม"ในองค์การ  หรือแนวคิดที่ว่าด้วยศิลปะของการ "นำเสนอ"  ซึ่งผมลองให้ข้าราชการมหาดไทยใหม่ ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบได้ศึกษาและประยุกต์ปฏิบัติในกระบวนการทำงานกับประชาชน(ชาวบ้าน) ผลโดยรวมพบว่ามีประสิทธิภาพขึ้นกว่าแบบเดิมๆ ที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่สมัครเข้ามาเป็น"ข้าราชการ" (ที่ทักษิณพยายามเปลี่ยนไปเรียกว่า "พนักงานของรัฐ")ได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยๆ ข้าราชการใหม่กลุ่มนี้ ก็เริ่มที่จะมีวิธีคิดต่างจากเดิมที่อิงกับระเบียบ/ระบบ(เช้า1ชาม เย็นอีก1) เขาเริ่มเข้าใจว่าวิธีทำงานกับชาวบ้านแบบถึงลูกถึงคนอย่างมีประสิทธิภาพที่ผิดแผกจากเดิม โดยเป็นการทำงานเชิงสร้างสรรค์นวัตกรรม คล้ายๆกับวิธีคิดเชิงVisionในโลกสื่อสารดิจิตัล(ที่จ๊อบส์มองทะลุไปข้างหน้า...)
    ผมยังประทับใจกับประโยคหนึ่งในหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยCarmine Galol ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจ๊อบส์ โดยกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "ไมเคิลแอนเจโล เห็นหินก้อนหนึ่งเป็น(รูปปั้น)เดวิส ปฏิมากรรมอันลือชื่อของโลก  แต่จ๊อบส์มองเห็นอัลแทร์ พีซีเครื่องแรกของโลกว่านี่แหละ คือสิ่งทีึ่จะเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ในอนาคตที่จะปลดปล่อยศักยภาพที่มีอยู่ของมนุษยชาติในอนาคต"
    สิ่งที่เรียกว่า"วิสัยทัศน์"ของจ๊อบส์ที่กล่าวมานี้ กว้างไกลกว่าคำว่า "เงิน"และ"กำไร"อันมหาศาลของบริษัท....ผมว่า นี่ต่างหากที่จ๊อบส์ต่างจากผู้นำธุรกิจในโลกเทคโนโลยีสื่อสารดิจิตอลคนอื่นๆของโลก...ผมอยากให้ข้าราชการผู้อาสามารับใช้ประชาชนมองงานที่ตนเองทำและรับผิดชอบให้กว้างไกลเยี่ยงนี้ ชาติบ้านเมืองของเราก็จะรากฐานที่เข้มแข็ง เป็นสังคมที่คนคิดเป็น เห็นไกล/มองทะลุและมีอนาคต

    8 ต.ค. 2011 , 15:52:00 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ...ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กับสุนทรพจน์ในวันไปรับปริญญากิตติมศักดิ์ ที่เขาทิ้งท้ายว่า "จงเป็นผู้หิวโหยและโง่เขลา"อยู่เสมอ มักจะมีผู้ตีความว่า จ๊อบส์เป็นคนงก(เงิน)และสอนให้คนอื่น"จงงก"เข้าไว้...จริงๆแล้วผมว่าไม่น่าจะใช้(พินิจพิเคราะห์จากแนวคิดและพฤติกรรมของเขาเท่าที่รวบรวมไว้ตั้งแต่วัยหนุ่มจวบอำลาโลก) แต่ผมว่าน่าจะหมายถึงการให้แง่คิดการใช้ชีวิตแก่คนรุ่นใหม่ในทำนองอย่าทำตัวเย่อหยิ่งเสมือนน้ำชาล้นถ้วย แต่จงทำตนเสมือนถ้วยที่ต้องการน้ำชารินเติมลงไปในถ้วยอยู่เสมอๆ...Galloอีกนั่นแหละที่บอกไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า "จ๊อบส์ไม่ได้ขายคอมพิวเตอร์ แต่เขาขายวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่จากประสบการณ์"(เหมือนกับที่ Howard Schultz  CEOผู้ก่อตั้งและให้กำเนิดStarBuck ซึ่งเขาบอกว่า Star Buckไม่ได้ขายกาแฟ แต่ขาย"บ้านหลังที่3" ให้คนอเมริกันต่างหาก !)
    ผมเองแก่กว่าจ๊อบส์เล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นคน"ร่วมยุคสมัย"ที่ทึ่งในตัวชายผู้นี้ตั้งแต่เห็นเขาแว๊บๆปรากฎในหนังฮอลลีวูดส์(ที่ไม่ดังเลยในบ้านเรา)ชื่อเรื่อง "Pirate of Silicon valley"เมื่อหลายปีมาแล้ว(ซึ่งเป็นหนังที่ต้องการโชว์ตัวตนของบิลล์เกตมากว่าจ๊อบส์) ผมเคยนำเรื่องนี้ ไปชูประเด็นกับเพื่อนๆที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและนักศึกษานายอำเภอบางรุ่น ปรากฏว่าพวกเขาไม่สนใจและไม่รู้เรื่องเหล่านี้(เอาเสียเลย) และผมกลับกลายเป็น"คนประหลาด" "คนนอกคอก" หรืออื่นๆสุดแล้วแต่พวกเขาจะสรรหามาว่ากล่าว....
    ...ขอบคุณท่านที่กรุณาชูประเด็นเรื่องสตีฟจ๊อบส์ขึ้นมาพูดคุย หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร มีเรื่องทำให้หดหู่คาใจทั้งวันอยู่ 2-3 เรื่อง เรื่องหนึ่งคือการจากไปของจ๊อบส์ และแน่ๆ อีกเรื่องก็คือสงสาร เศร้าสลดและเห็นใจเพื่อนไทยเหลือเกินกับภาวะน้ำท่วมในขณะนี้...




    8 ต.ค. 2011 , 21:52:28 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ...Star Buck ต้องมี "S"ต่อท้าย  และเขียนติดกัน ที่ถูกคือ "Starbucks" ...ขออภัยที่สะกดผิดหลายๆคำหลายๆที่...
    8 ต.ค. 2011 , 21:56:07 น

    เจ้าอาวาสวัดไร้ศรัธาธรรม

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ATTN:ท่าน ปลัดแก่ KEEP WALKING
    เรียนธรรมะ จาก Johnny Walker





    ครูบาอาจารย์ผมท่านเคยพูดหลายครั้ง ว่า..
    พระพุทธเจ้าให้ธรรมะกับพุทธบริษัททั้ง 4 ไม่ได้ให้เฉพาะพระนะ

    ผมมาขยายความต่อได้ว่า.. เมื่อธรรมะเป็นของหุ้นส่วนทั้ง 4
    ธรรมะจึงไม่ได้มีอยู่เฉพาะที่วัด ไม่ได้อยู่เฉพาะห้องพระ
    ไม่ได้มีเฉพาะวันพระ ไม่ได้มีเฉพาะเวลาบวชชีพราหมณ์
    หรือเฉพาะตอนนั่งสมาธิ เดินจงกรม สวดมนต์

    ธรรมะมันอยู่ต่อหน้าต่อตาเราทุกคนอยู่ทุกลมหายใจนี่แหละ

    ที่จริง ถ้าจิตมันมีฉันทะ ความยินดีในการเรียนรู้
    แค่ดูทีวีก็ยังเจริญสติภาวนาได้เลยนะ

    ยกตัวอย่าง .. กลับมาบ้าน ผมอยากดูทีวี ก็รู้ว่าอยาก
    อ่ะ.. รู้แล้ว มันยังอยาก ก็ให้มันดู มือขยับไปหยิบรีโมทกดเปิดทีวี
    ก็รู้การเคลื่อนไหวของมือ แขน และจิตที่อยากกด นิ้วที่กด

    พอภาพในจอปรากฏผมก็นั่งดูไป เห็นจิตมันส่งออกไปอยู่ที่จอ
    พอเห็นปุ๊บจิตดวงนั้นดับ ผมก็เห็นว่ามันมีความรู้สึกตัว
    จิตก็ตั้งมั่นอยู่กับกายใจตัวเอง

    แว๊บบบบเดียว มันพุ่งออกไปที่ทีวีอีก ผมก็ตามไปรู้มัน
    จิตที่เกิดที่ตา ก็ดับที่ตา จิตดวงใหม่ มาเกิดที่ใจเราแว๊บนึง
    แล้วก็ดับ ไปมีจิตดวงใหม่เกิดที่ตาอีก สลับไปสลับมา

    นั่งดูทีวีสิบนาที ได้ปฏิบัติไปด้วย ผลคือ ดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
    เพราะไม่ได้ดูให้รู้เรื่อง แต่จะดูเพื่อปฏิบัติ

    อันนี้ ไม่ได้แนะนำว่าควรเอาไปเป็นเยี่ยงอย่าง
    เพราะจริตความชอบของจิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน

    ผมเป็นพวกฟุ้งซ่าน ให้ผมไปปลีกวิเวกนั่งเงียบๆนานๆ พาลจะฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม
    ต้องให้มีผัสสะ สิ่งเร้ามากระทบบ้าง แล้วปฏิบัติจากตรงนั้นแหละครับ

    แล้ว Johnny Walker เกี่ยวอะไรกับธรรมะเหรอ.. คุณแอสตั้น

    เมื่อคืน ผมเห็นโฆษณา Black Label ตัวหลังสุด
    ที่เป็นนายแบบเป็นมนุษย์หุ่นยนต์ (แอนดรอย์ด) ออกมาพูดทำนองว่า

    ..ผมอาจจะสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเลือกได้ ผมอยากเป็นมนุษย์
    เพราะอยากรับรู้ความรู้สึกได้ เข้าถึงอารมณ์ ต่างๆ รวมทั้งความรัก

    ผมฟังแล้วนึกไปถึง เมื่อสักสองปีก่อน
    ครูบาอาจารย์ผม ท่านเคยเมตตาเตือนผมว่า
    ผมยังติดสมถะนะ ติดความสงบ ชอบประคองจิตให้นิ่งๆ

    ท่านบอกว่า ถ้าผมทำแบบนี้เก่งๆ ตายไปก็จะได้ไปเป็นพรหม
    ไม่ใช่พรหมธรรมดานะ พรหมลูกฟัก เสียด้วย (อย่าถามนะ ว่าต่างจากพรหมธรรมดายังไง ผมไม่รู้หรอก)

    การเป็นพรหมนี่มองแบบโลกๆ เป็นสิ่งที่แจ๋วมากเลยนะครับ
    คือชีวิตมีแต่ความเย็น สงบ สุข ปราศจากทุกข์ยากลำบากใดๆ

    อันนี้ผมยกเว้นพระพรหมองค์ที่ถูกอัญเชิญให้มาโปรดสัตว์โลก
    แถวสี่แยกหน้าโรงแรม ริมถนน หน้าออฟฟิสต่างๆนะ

    แต่พรหมก็มีวาระของพรหม
    เหมือนตำแหน่งนายกฯ ตำแหน่งผู้ว่าฯ อะไรทั้งหลายนี่แหละ

    จะอยู่นานกี่กัลป์ชาติ หมดบุญ หมดวาระ
    ก็ต้องลงมาเวียนว่ายตายเกิด ลุ้นนับหนึ่งใหม่

    มองกันดีๆ ชีวิตของพรหม ที่จัดว่า "สมบูรณ์แบบ"
    ก็ไม่ต่างจากมนุษย์หุ่นยนต์นั่นหรอก

    อายุขัยอาจจะยาวนาน แข็งแรง ไม่มีความป่วยไข้
    ว่องไว ฉลาด มีพลัง อิทธิฤทธิ์มากมาย

    แต่สู้มนุษย์ไม่ได้ ตรงที่ท่านไม่มีอารมณ์ ความรู้สึก
    ท่านไม่มีทุกข์ น่ะ ว่ากันง่ายๆ

    ไม่มีทุกข์ ก็ไม่มีฉันทะจะปฏิบัติ เพราะไม่เห็นความจำเป็น
    ไม่ได้ปฏิบัติ ก็ไม่เดินหน้าไปไหน ติดอยู่กับความสุขแบบพรหมนั่นแหละ

    ใครอยากเป็นพรหม ไม่ยากครับ ทำสมถะ นั่งสมาธิเก่งๆ ลึกๆ
    เวลามีอารมณ์ มีกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ ก็เอาสมาธิข่มไว้ กดไว้

    ก็จะได้เป็นคนดีเหมือนพรหมในร่างมนุษย์
    แต่ไม่ได้ปัญญานะ เพราะเราปฏิเสธความจริง

    ความจริงที่ว่า จิตมันเป็นสิ่งที่ไม่คงทนถาวร
    มันต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และเราบังคับมันไม่ได้

    การปฏิเสธความจริง ก็เท่ากับปฏิเสธธรรมะ
    เพราะธรรมะ คือธรรมชาติ ธรรมชาติคือความจริง

    เท่าที่ฟังครูบาอาจารย์ตรวจการบ้านลูกศิษย์มาหลายปี
    นักปฏิบัติหลายท่านไปพลาดติดอยู่ตรงนี้แหละ

    ติดกับความอยากดี อยากสงบ อยากนิ่ง อยากบรรลุ
    อยากเห็นธรรม แต่ไม่ค่อยรู้ทันความอยาก

    จิตจึงเกิดการประคับประคอง ไม่ให้หลง ไม่ให้เผลอ
    ไม่ให้คิดเรื่องไม่ดี ไม่ให้โกรธ ไม่ให้อิจฉา ไม่ให้หงุดหงิด

    ประคองแล้วดีไหม ดีแบบสมถะครับ เป็นคนดีที่เก็บกดเก่ง เพราะกลัวตัวเองไม่ดี
    แต่ลืมไปว่า พระพุทธเจ้าท่านให้การบ้านไว้ แถมเฉลยคำตอบให้เสร็จสรรพว่า

    ตัวท่าน ไม่มี ตัวเรา ไม่มี สิ่งที่เป็นตัวตน จริงๆไม่เคยมีอยู่
    มีแต่ความยึดมั่นถือมั่น ว่ามีตัวมีตน บุคคล เรา เขา
    เพราะความไม่รู้ ความเข้าใจผิด มันบังตาเราอยู่

    ถ้าเห็นแจ้งว่าตัวเราไม่มี แล้วจะเอาดีไปให้ใคร
    จิตมันก็จะปล่อย จะวาง ของมันเอง ไม่ใช่เพราะเราอยาก

    คำตอบรู้แล้ว ให้หาวิธีพิสูจน์เอาเอง ท่านรับรองได้ว่าจริง
    แต่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ชัดแจ้ง จิตมันก็ยังไม่ยอมรับ
    มันเลยยังรักตัวเอง เพราะคิดว่า ตัวเองมีอยู่นั่นแหละ

    ผมนั่งอมยิ้ม ตอนนึกเรื่องนี้ เพราะเคยมีพระรูปนึง ท่านเปรียบว่า
    คนที่ชอบติดสมถะ เพราะกลัวจิตไม่ดี เลยเพ่งเอาไว้ จะได้ไม่เผลอ
    ก็เหมือนคนจะเดินข้ามสะพานไม้กระดานแผ่นเดียว มีไม้ไผ่เป็นราวสะพานให้จับ

    พอกลัวตก ก็เลยจับราวสะพานแน่นไม่ยอมปล่อย
    ถ้าไม่ยอมปล่อย ก็เดินข้ามไปไม่ได้หรอก ติดอยู่ตรงนั้นแหละ

    พูดถึงตรงนี้ จะไม่ให้บอกว่า Black Label สอนธรรมะเราได้ยังไง
    ในเมื่อสโลแกนเขาก็ปิดท้ายตัวเบ้อเร่อ ว่า..




    "KEEP WALKING"

    8 ต.ค. 2011 , 23:06:13 น

    เด็กโฟล์ค

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอกลับมาต่ออีกหน่อย เพราะโดยส่วนตัวยอมรับว่าผมชอบคอมพิวเตอร์ Macintosh มาก ส่วนสินค้าตระกูล i ต่างๆ ผมเฉยๆ ไม่ได้ใช้ด้วย ทั้ง iPod, iPhone หรือ iPad แม้แต่ iBook ก็ไม่ได้ใช้ (ผมยังไม่เคยมี Laptop เป็นของตัวเอง) ผมไม่ใช่สาวกแอปเปิ้ล แต่ชอบการคิดค้นและทำให้ผู้อื่นต้องตามของนาย  Steve Jobs เขามองความปรารถนาในจิตใจของมนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกได้ทะลุปรุโปร่งโดยสินค้าของเขาไม่ได้มาจากผลการสำรวจทางการตลาด แต่เขาทำมันออกมาเลยและเชื่อว่าคนต้องใช้มัน(แต่ไม่ทุกคน)

    หากใครไม่ค่อยรู้จักนาย Jobs ผมเชื่อว่าต้องรู้จัก PIXAR ผู้ผลิต Cartoon Animation เรื่อง Toy Story ซึ่งเป็นผลงานของนาย JOBS ที่ยังใช้หากินได้ตลอดไป

    ในสุนทรพจน์ของนาย Jobs ผมชอบคำกล่าวที่ว่าชีวิตเหมือนจุด ที่ในที่สุดมันจะมาเชื่อมต่อกันในวันข้างหน้า (ผมจำได้ประมาณนี้น่ะครับ) ผมว่าเมื่อเราลองมองย้อนกลับไปในชีวิตของเรา หลายคนจะเห็นว่าบางจุดเริ่มมาต่อกันแล้ว ผมเองก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางจุดมาต่อกันแล้วแต่มันยังไม่เชื่อมต่อกันทั้งหมด

    อ้อ...นาย Jobs นับถือศาสนาพุทธ น่ะครับ

    " alt="" class="bbc_img" />

    9 ต.ค. 2011 , 02:46:16 น

    เจ้าอาวาสวัดไร้ศรัธาธรรม

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ระวัติ สตีฟ จ๊อบส์

    สตีเฟน พอล "สตีฟ" จ๊อบส์ (อังกฤษ: Steve Jobs, 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 - 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011) เป็นผู้นำธุรกิจและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน อดีตประธานกรรมการบริหารของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ และยังเคยเป็นประธานกรรมการบริหารพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ และเป็นคณะกรรมการบริหารบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ใน ค.ศ. 2006 หลังดิสนีย์ซื้อกิจการพิกซาร์

    สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)ร่วมก่อตั้งแอปเปิล คอมพิวเตอร์กับสตีฟ วอซเนียก ใน ค.ศ. 1976 เป็นผู้มีส่วนช่วยทำให้แนวความคิดเรื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นที่นิยม ขึ้นมา ด้วยเครื่อง Apple II ต่อมา สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)เป็น ผู้แรกที่มองเห็นศักยภาพทางการค้าของส่วนประสานงานผู้ใช้แบบกราฟิกส์และ เม้าส์ ที่ถูกพัฒนาขึ้นในศูนย์วิจัยซีร็อกซ์พาร์ค ของบริษัทซีร็อกซ์ และได้มีการผนวกเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไว้ในเครื่องแมคอินทอช หลังพ่ายแพ้ในการแย่งชิงอำนาจกับคณะกรรมการบริหารใน ค.ศ. 1984 สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)ลา ออกจากแอปเปิลและก่อตั้งเน็กซ์ บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและตลาดธุรกิจ การซื้อกิจการเน็กซ์ของแอปเปิลใน ค.ศ. 1996 ทำให้สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)กลับเข้าทำงานในบริษัทแอปเปิลที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นนั้น และสตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)รับหน้าที่ CEO ตั้งแต่ ค.ศ. 1997 ถึง 2011 สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)ยัง เป็นประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ ผู้นำด้านการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ทั้งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ 50.1% กระทั่งบริษัทวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไปใน ค.ศ. 2006 จ๊อบส์เป็นผู้ถือหุ้นมากที่สุดของดิสนีย์ที่ 7% และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารของดิสนีย์

    หลังจากที่ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนเป็นเวลาหลายปี สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs)เสียชีวิตในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

    ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย

    9 ต.ค. 2011 , 20:42:38 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ในโลกของคอมพิวเตอร์ ขอมีส่วนร่วม
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    สาธุ ๆ  


    31 ต.ค. 2011 , 12:40:12 น