• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: เพลาข้อเหวี่ยงของ B4 นี่ถ้าต้องเปลี่ยนราคาเท่าไหร่ครับ  (อ่าน 1372 ครั้ง)

    P

    • บุคคลทั่วไป
    และมีอุปกรณ์ที่เป็นส่วนควบอะไรบ้างที่ต้องเปลี่ยนด้วย และงบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่ครับ
    [ 3 ส.ค. 2011 , 23:21:21 น

    คนเล่นคลื่น

    • บุคคลทั่วไป
    ถ้าถึงขนาดต้องเปลี่ยนข้อเหวี่ยงอย่าทำเลยครับซื้อเครื่องมือสองถูกก่วาดีก่วาจบง่ายสะบายใจด้วยครับเชื่อพมเถอะครับอย่าไปเลยบางกอก  ช่างเสน่ห์ครับ
    3 ส.ค. 2011 , 23:49:06 น

    Reaungyut

    • บุคคลทั่วไป
    แนะนำให้หาเครื่องLONG-BLOCKมาเปลี่ยนไปเลยจะดีกว่าเปลี่ยนอะไหล่ทีละชิ้น
    3 ส.ค. 2011 , 23:51:14 น

    P

    • บุคคลทั่วไป
    ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องครับ ถ้าจะเปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยงหรือซ่อมก็ได้ ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรบ้าง และงบประมาณเท่าไหร่ครับ
    4 ส.ค. 2011 , 00:36:45 น

    Reaungyut

    • บุคคลทั่วไป
     หาซื้อเครื่องLONG BLOCKแล้วแกะเอาใส้ในรวมทั้งฝาสูบไปใส่ในเครื่องเดิม งบค่าเครื่องทั้งตัวไม่น่าเกิน6000.- เครื่องเก่าที่มาจากญี่ปุ่นสภาพเครื่องส่วนมากอยู่ในสภาพ85%+ เคยถอดออกมาดูลายเส้นสำหรับเก็บน้ำมันเครื่องในกระบอกสูบยังไม่หมดเลยครับ อีกวิธีใส่เครื่องLONG BLOCKเข้าไปเลยเก็บเครื่องเก่าไว้เวลาขายให้เครื่องเก่าไปกับรถ
    4 ส.ค. 2011 , 07:47:28 น

    • บุคคลทั่วไป
    มีเครื่องนึงกำลังจะชำแหละขาย(ถูกๆ)แยกชิ้น
    เป็นเครื่องที่เจ้าของเดิมเปลี่ยนเป็นเครื่องญี่ปุ่น ทั้งๆที่สภาพยังดี

    4 ส.ค. 2011 , 08:46:20 น

    P

    • บุคคลทั่วไป
    ถามคุณ Reaungyut หน่อยครับ ถ้าเปลี่ยนอะไหล่ทีละชิ้น (อย่างในกรณีนี้คือเพลาข้อเหวี่ยงกับส่วนควบ) มีข้อดีข้อเสียต่างกับการเปลี่ยนแบบเปลี่ยนทั้ง Long Block เลยครับ
    4 ส.ค. 2011 , 14:12:12 น

    mm

    • บุคคลทั่วไป
    เห็นด้วยกับพี่ช่าง คนเล่นคลื่น 1 เสียง

    อิอิ  คุ้มกว่า+ค่าของเงินตอนนี้

    4 ส.ค. 2011 , 18:08:10 น

    Reaungyut

    • บุคคลทั่วไป
     การเปลี่ยนอะไหล่ทีละชิ้นโดยซื้อจากร้านขายอะไหล่ทั่วไปไม่ใช่อะไหล่แท้ ความทนทานในการใช้งานจะสู้ยกเครื่องLONG BLOCKมาเปลี่ยนโดยไม่ต้องถอดหรือเปิดฝาสูบ ดูได้ง่ายๆว่าทำไมเครื่องยนต์ที่ติดมากับรถจากโรงงานถึงมีความทนทานกว่าเครื่องที่เราไปยกเครื่องมาใหม่ ไม่ใช่เฉพาะเครื่องโฟล์คนะครับเครื่องรถญี่ปุ่นก็เหมือนกัน เครื่องรหัส4-AFของTOYOTAที่ใส่กับรถCOROLLAรุ่นที่เราเรียกกันแบบชาวบ้านว่ารุ่นสามห่วง(AE100)มีอายุใช้งานเฉลี่ยเกิน5แสนกิโลฯถึงจะยกเครื่อง(ข้อมูลนี้มาจากอู่แท๊กซี่ที่ให้เช่าขับ) บางคันใช้ถึง7แสนกิโลฯ(เจ้าของขับเอง) เครื่องรหัสABSของรถVENTOมีอาจารย์ที่คณะวิศวฯม.พระจอมเกล้าลาดกระบังใช้ไป4แสนกิโลฯยกเครื่องมาเปิดฝาสูบดูความสึกหรอที่กระบอกสูบโดยวัดค่าความสึกหรอตามมาตรฐานที่โรงงานกำหนดก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยังใช้งานได้ เพราะอะไหล่ทุกชิ้นที่อยู่ในเครื่องที่ประกอบมาจากโรงงานหรือที่เราเรียกว่าอะไหล่OEMเป็นอะไหล่ที่ได้รับการคัดเลือกจากการทดสอบอันเข้มงวดของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ การประกอบเครื่องก็ต้องผ่านมาตรฐานน๊อตทุกตัวที่ขันจะต้องได้ค่าแรงบิดตามที่โรงงานกำหนด แต่ช่างบ้านเราส่วนมากขันนีอตตามอำเภอใจบางอู่ประแจปอนด์ยังไม่มีเลยครับ อะไหล่ที่นำมาเปลี่ยนให้ก็เป็นอะไหล่ที่เราเรียกกันว่าอะไหล่Aftermarket เพราะถ้าเราใช้อะไหล่แท้ทุกชิ้นค่าอะไหล่ที่เราจะต้องเปลี่ยนน่าจะเกินแสนเลยครับ เพราะการโอเวอร์ฮอลเครื่องตามมาตรฐานแบบของโรงงานเขาจะตรวจวัดค่าความสึกหรอของชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทุกชิ้น(Moving Part)ถ้าชิ้นไหนสึกเกินค่ามาตรฐานเขาจะเปลี่ยนใหม่หมด เคยเช๊คราคาลูกสูบพร้อมปลอกและแหวนของเครื่องโฟล์คเต่า1600(ของแท้)ตกชุดละ5หมื่น(ราคาลูกสูบพร้อมปลอกและแหวนของK.S.แค่ชุดละไม่เกิน7พัน) ชุดปะเก็นยกเครื่องประมาณ5พัน(ของERINGไม่เกิน1พัน) ความเห็นของผมยกเครื่องLONG-BLOCKเปลี่ยนโดยไม่ต้องเปิดฝาแล้วใช้ส่วนประกอบเดิม(ชุดสายไฟ,ไดร์ชาร์ท,ปั๊มเพาเวอร์)มาใส่เข้าไปก็ใช้ได้เลย ถ้ากลัวเครื่องที่ซื้อมาจะมีสภาพไม่ดีใช้วิธีPressure Leak Testโดยไม่ต้องเปิดฝาสูบเราก็จะรู้ว่าเครื่องที่เราซื้อมาเปลี่ยนมีสภาพกี่เปอร์เซ็นต์
    4 ส.ค. 2011 , 21:10:39 น