พอดีช่วงหลังๆมานี้ผมมีโอกาสมาทำงานเกี่ยวกับบอยเลอร์ด้วย เลยได้รู้ว่าน้ำที่จะเติมลงหม้อน้ำนั้น ควรจะเป็นน้ำบริสุทธิ์ไม่มีสารใดๆเจือปน อย่างเช่นน้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่ หรือน้ำที่ผ่านกระบวนการกรองแบบรีเวอร์ส ออสโมซีส-RO คือถ้าเราวัดค่าการนำไฟฟ้าจะต้องเป็นศูนย์ไมโครซีเมนส์ เปรียบเทียบง่ายๆก็คือสามารถจะจุ่มปลายสายไฟที่มีขั้วบวกและลบลงไปในน้ำได้โดยไม่เกิดการชอร์ต แต่ถ้าใช้น้ำที่ไม่บริสุทธิ์ มีสารแขวนลอยบางชนิดเจือปน สารแขวนลอยนี่แหละที่จะเป็นตัวทำให้นน้ำมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ และสุดท้ายก็คือเจ้าสารแขวนลอยเหล่านี้จะแปรสภาพกลายเป็น"ตะกรัน"เกาะตามชิ้นส่วนต่างๆในระบบเมื่อโดนความร้อน
ตะกรันแม้ความหนาเพียงเล็กน้อย จะกลายเป็นฉนวนกันความร้อนอย่างดีที่เป็นต้นเหตุของการถดถอยของการระบายความร้อนของครีบหม้อน้ำ ถ้ามันเกิดอยู่กับผิวท่อไฟในบอยเลอร์ ก็จะทำให้การถ่ายเทความร้อนจากไฟไปยังน้ำลดน้อยลง ผลก็คือทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในขณะที่ต้องการแรงดันไอน้ำเท่าเดิม แค่ตะกรันหนาเพียงไม่กี่ไมครอนก็สามารถเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 20% สมมุติว่าโรงงานใช้เชื้อเพลิงวันละ 6,000 บาท ตัวเลขความสิ้นเปลืองก็จะเกิดความสูญเสียได้อย่างมหาศาลเมื่อคิดออกมาเป็นปี ดังนั้นบอยเลอร์ตามโรงงานส่วนใหญ่จึงต้องหาทางป้องกันการเกิดตะกรันด้วยวิธีการต่างๆ ตั้งแต่การใช้น้ำบริสุทธิ์ ไปจนถึงการใช้สารเคมีป้องกันการเกิดตะกรัน และการล้างบอยเลอร์ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายครั้งละเป็นหมื่นบาทก็ต้องทำ
ย้อนกลับมาดูระบบระบายความร้อนในรถยนต์ เพียงแค่เราเติมน้ำบริสุทธิ์ก็ช่วยลดการเกิดตะกรันได้แล้ว ได้เติมหัวเชื้อจำพวกป้องกันสนิมเอาไว้อีกนิดหน่อยอย่าง"ช่างเหอะ"แนะนำ เท่านี้ก็จะช่วยระบบระบายความร้อนไร้ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการเกียร์ออยคูลเลอร์ตันก็จะลดน้อยลง เกิดสนิมในระบบช้าลง
น้ำกลั่นบริสุทธิ์อาจจะแพงหน่อยแต่ก็คุ้ม คิดซะว่าค่ามิกเซอร์ยังแพงกว่าตั้งหลายเท่ายังเฉยๆ อันที่จริงอยากแนะนำให้ซื้อน้ำดื่มตามตู้หยอดเหรียญที่กรองด้วยระบบRO เพราะมันถูกดี แต่ก็ไม่แน่ใจเรื่องความบริสุทธิ์ เพราะไม่รู้ว่ามีการทำความสะอาดกันบ่อยแค่ไหน แต่ถ้าจะให้ชัวร์ ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า TDS Meter มาวัดค่าความบริสุทธิ์ของน้ำ(ค่าสิ่งเจือปนไม่เกิน 20ppm)ก็ได้ แต่น้ำฝนก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะมีออกซิเจนปนอยู่เยอะ แล้วมันจะกลายเป็นต้นเหตุของการเกิดสนิมขึ้นมาอีก
29 ก.ค. 2553 , 16:23:36 น