จากที่อ่านมาผมยังสับสนกับความรู้เดิมนิดหน่อยท่านใดอ่านแล้วช่วยอธิบายให้กระจ่างหน่อยครับ ผมคิดและวิเคราะห์อย่างนี้ครับ
1. คือผมเข้าใจว่าตัวเลขน้ำมันเครื่อง 0W, 5W, 10W, 20W เป็นการแสดงคุณภาพของน้ำมันเมื่ออุณหภูมิต่ำมาก (ไม่มั่นใจว่า 0 องศา หรือต่ำกว่า) ซึ่งอุณหภูมิในประเทศไทยมีโอกาสน้อยมากที่จะลดลงไปถึงระดับนั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อยินดีจ่ายซื้อของที่ไม่มีวันได้ใช้ และเลขตัวหลัง 30, 40, 50 หมายถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่องเมื่ออุณหภูมิสูง เข้าใจว่า 100 องศา ความหมายของตัวเลขพอสรุปได้ว่า ยิ่งตัวเลขมากจะหนืดมากกว่าตัวเลขน้อยที่อุณหภูมิเท่ากัน
2. อุณหภูมิน้ำมันเครื่องใช้งานในประเทศไทยเท่าที่ทราบโดยเครื่องวัดที่ติดรถผมเอง จะเริ่มที่ต่ำกว่า 50(เครื่องวัดเริ่มแสดงอุณหภูมิที่ 50) คาดว่าจะเท่ากับอุณหภูมิอากาศคือประมาณ 25-35 และ สูงสุดประมาณ 104 แต่โดยปกติจะอยู่ที่ 96-100
3. จากข้อ 1 และ 2 แสดงว่า ตัวเลขข้างหน้า(0W, 5W, 10W, 20W) มีผลน้อยมากกับรถที่ใช้อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อรถวิ่งจนถึงอุณหภูมิการทำงานปกติของเครื่องที่ 96-100 แล้ว และตัวเลขตัวหลัง(30, 40, 50) ที่เท่ากันมีผลใกล้เคียงหรือเหมือนกันที่อุณหภูมิทำงานปกติของเครื่องที่ 96-100
4. จากข้อ 3 ดังนั้น น้ำมันเครื่อง 5W-50 กับ 20W-50 จึงมีผลกับการทำงานของเครื่องต่างกันเล็กน้อยตอนที่สตาร์ทเครื่องใหม่ๆ อุณหภูมิเครื่อง 25-35 และไม่มีผลต่างกันเลยเมื่ออุณหภูมิของเครื่องสูงขึ้นจนถึงอุณหภูมิทำงานปกติ 96-100
5. ตามที่ จขกท. บอกว่า "พอวิ่งไประยะหนึ่งเมื่ออุณหภูมิเครื่องเข้าที่ไปแล้วนั่นจะขับต่ออีกในระยะทางไม่เกิน 60 กม. ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องก็จะเตือนและร้องด้วย" นั่นหมายถึงอุณหภูมิเครื่องน่าจะอยู่ที่ 96-100 ซึ่ง 5W ไม่น่าจะมาเกี่ยว แต่ไม่ทราบว่า จขกท. ใช้ 5W-30, 5W-40 หรือ 5W-50 ครับ ซึ่งตามที่คุณพี่ช่างเหอะว่ามา ถ้าใช้ 5W-30 หรือ 5W-40 ก็ควรเปลี่ยนมาเป็น 5W-50 ครับ หรือจะเป็น 20W-50 ก็จะดีและถูกด้วย เนื่องจาก ยิ่งตัวเลขหน้ากับตัวเลขหลังต่างกันมากก็จะยิ่งราคาแพงครับ
6. อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าไปตรวจสอบคือกรองน้ำมันเครื่องครับ เพราะถ้ากรองไม่ได้มารฐานตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด อาจทำให้แรงดันน้ำมันเครื่องไม่อยู่ในระดับที่ควรจะเป็น(ต่ำไป)และมันก็จะร้องเตือนครับ และพอเร่งเครื่องแรงดันน้ำมันเครื่องก็จะสูงขึ้นมาชั่วคราวทำให้เสียงเตือนหยุดไปได้ครับ
2 เม.ย. 2553 , 23:32:55 น