• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: @@@ ประสบการณ์หวาดเสียว( เกือบเสียตังเปลี่ยนเกียร์) @@@  (อ่าน 1414 ครั้ง)

    คุณ น้ำ

    • บุคคลทั่วไป
    เมื่อคืนนี้ไปกับน้องหญิงครับพาไปทานข้าวแล้วพาไป.......อย่าคิดมากครับไปฟังเพลงครับ เกิดการขัดใจกันนิดหน่อย เลนพากลับบ้าน อารมณ์ไม่ดีเลยขับไม่เร็วประมาณ60ครับทันใดนั้นสาวเจ้ากรรมเอื้อมมือมกำด้ามเกียร์ผมเอ้ยไม่ใช่ครับด้ามเกียร์auto รถผมแล้วกดปุ่มและผลักไปที่ตัวPทันทีแบบที่ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิด ผมตกใจสุดขีดนึกว่ารถจะหยุดแบบเกียรพัง แต่ปรากฏว่าพอสาวเจ้าเข้าP ปรากฏว่ามีเสียงแต๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆขื้นที่เกียรครับ และผมด้วยความไวเบรคทันทีและรีบเปลี่ยนมาที่N และลองเร่งเครื่องดูปรากฏว่าปกติครับ และนาทีที่ตื่นเต้นก็เกิดขึ้นครับเมื่ลองใส่D ครับหลังจากเสียงแต๊กๆๆๆๆๆๆๆ แบบดังสนั่น ที่ไม่ใช่ขจรประสาท ปรากฏว่ารถวิ่งได้ปกติครับ เลยรอกจากการเสียตังไปได้ครับ  ท่านใดพอรู้บ้างว่าไอ้เสียงแต๊กๆๆๆๆๆๆๆนั้นนะเสียงอะไรครับอยากรู้มากเลย   อีกอย่างนึงที่รู้สึกดีมากเลยคือเพราะรถผมเป็นรถ โฟลค์ครับ อาจจะมีเซพตี้อะไรอยู่ทำให้ไม่พังถ้ายี่ห้ออื่นผมไม่ทราบว่าจะเป็นยังไงลืมบอกไปครับรถผมเป็นเจ้า golf ครับ
    [ 16 ม.ค. 2002 , 20:34:53 น

    ปุ๊

    • บุคคลทั่วไป
    เกียร์ HIGHLINEลูกละ 190,000
    ของกอล์ฟเท่าไหร่ไม่รู้

    16 ม.ค. 2002 , 20:59:13 น

    ม้า

    • บุคคลทั่วไป
    ความรู้ใหม่ แลกกับความเสียวครับคุณน้ำ
    คุ้มนาาาาาาาา

    16 ม.ค. 2002 , 21:38:12 น

    ์ีTouche'

    • บุคคลทั่วไป
    คือว่า...รถนี่ยังไม่ออกอาการรวนน่ะว่าหนักรึเปล่า...แต่น้องหญิงนี่ออกอาการรวนแล้ว...ดีไม่เข้าเกียร์ R ไปชนกับคันอื่น...

    เสียงแต็กๆ นี่น่าจะเป็นเสียงเฟืองล็อก park น่ะ...มันคงฝืนเกลียวก็เลยดังแต็กๆ ตอนนี้น่าจะไม่อาการหนักอะไร...รถก็เหมือนแฟนล่ะครับ...ค่อยๆดูกันไปครับ...

    17 ม.ค. 2002 , 10:00:25 น

    คันธสิทธิ

    • บุคคลทั่วไป
    ดีครับที่ไม่เป็นไร ผมเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันแต่เป็นรถญี่ปุ่นตอนนั้นขับคลานช้าๆ อยู่น่ะครับราวๆ สามกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แล้ว โดนขยับไป P ล้อล๊อคกึก หน้าทิ่มเลย ถ้าขับเร็วยังไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรพังหรือเปล่า คิดแล้วยังเสียวแทนคุณน้ำจริงๆ รถกับแฟนนี่ผมว่าต่างกันนะครับคุณ Touche' คงไม่ต้องบอกน่ะครับว่าอะไรเปลี่ยนยากกว่ากัน :)
    17 ม.ค. 2002 , 10:23:51 น

    otto63

    • บุคคลทั่วไป
    อุๆๆ ชอบประโยคท้ายของคุณคันธสิทธิจัง
    17 ม.ค. 2002 , 13:27:53 น

    dear

    • บุคคลทั่วไป
    ใจคอไม่ดีเลย
    17 ม.ค. 2002 , 16:24:32 น

    จิตติ

    • บุคคลทั่วไป
    อ่านนี่เลย คุณน้ำ  อิ อิ …
    ระบบชิพท์ล็อค กับฟิวส์ไฟเบรค
    โดย คุณจิตติ กิตติวิศิษฎ์ jittik@mozart.inet.co.th

    ระบบชิพท์ล็อค คืออะไร ?

    ในรถโฟล์คกอล์ฟและเวนโต้ รุ่นที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ จะมีระบบชิพท์ล็อคซึ่งเป็นกลไกนิรภัย ที่ใช้สำหรับล็อคคันเกียร์ ไม่ให้ขยับจากตำแหน่ง N หรือ P ไปยังตำแหน่งอื่นๆโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ได้เจตนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอันอาจเกิดขึ้นได้ เช่นในกรณีที่รถติดไฟแดงโดยเข้าเกียร์ N เอาไว้ แล้วบังเอิญในรถมีเด็กซนๆ แกมมือบอนขอมีส่วนร่วมใน Fahrvergnuegen ด้วยการแอบขยับคันเกียร์เล่น ในขณะที่ผู้ขับขี่เผลอๆระบบชิพท์ล็อค กับ ฟิวส์ไฟเบรค

    กลไกดังกล่าว มีหลักในการทำงานคล้ายๆ กับระบบห้ามไกในปืนพกออโตเมติครุ่นใหม่ๆ กล่าวคือกระสุนปืนจะลั่นออกมาจริงๆ ก็ต่อเมื่อผู้ยิงเจตนาเหนี่ยวไกเท่านั้น พ้นจากกรณีนี้แล้วไม่ว่าปืนที่พร้อมยิงจะตกหล่น หรือถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเพียงใดก็ตาม ระบบห้ามไกก็จะป้องกันไม่ให้กระสุนลั่นออกมาโดยอุบัติเหตุได้ในทุกกรณี

    สำหรับกลไกระบบชิพท์ล็อค ในคันเกียร์อัตโนมัติของรถโฟล์คกอล์ฟและเวนโต้ ทำงานโดยสลักแม่เหล็กไฟฟ้า (หมายเลข 7 ในภาพประกอบ ซึ่งจะรับสัญญาณสั่งการจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ TCM -Transmission Control Module J-217 ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้เบาะที่นั่งหลังด้านซ้าย TCM นี้เป็นคอมพิวเตอร์คนละตัวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ECM - EngineControl Module J-220 ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้า

    TCM ทำหน้าที่ร่วมกับ ECM และ Sensor ที่บริเวณต่างๆ เพื่อควบคุมสภาวะการณ์นิรภัยขั้นพื้นฐาน ดังกรณีต่อไปนี้
    1. ถ้าคันเกียร์ไม่อยู่ในตำแหน่ง N หรือ P จะไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้รถพุ่งเคลื่อนที่โดยไม่เจตนา ด้วยแรงหมุนของมอเตอร์สตาร์ท ถ้าหากปล่อยให้สามารถติดเครื่องยนต์ได้ที่ตำแหน่งเกียร์ D 3 2 1 หรือ R
    2. เมื่อเครื่องยนต์ติดได้แล้ว และคันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง N หรือ P (รถจอดอยู่กับที่ ) และผู้ขับขี่ได้เหยียบเบรคจนสุดระยะ และระบบไฟเบรคสามารถทำงานได้ครบวงจร TCM จึงจะส่งสัญญาณสั่งการ ให้สลักแม่เหล็กไฟฟ้า ปลดตัวจากร่องล็อคในแผ่นยึดคันเกียร์ (หมายเลข 15ในภาพประกอบ) เพื่อให้คันเกียร์เป็นอิสระสามารถขยับได้ และเมื่อใดที่ผู้ขับขี่ถอนเท้าออกจากเบรค โดยที่คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง N หรือ P สลักแม่เหล็กไฟฟ้า ก็จะขยับตัวเข้าไปล็อคอีกโดยอัตโนมัติ และจะมีเสียง "คลิก" เบาๆ ให้พอได้ยิน ดังมาจากบริเวณคันเกียร์ ในกรณีนี้ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบการทำงาน ของสลักแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบชิพท์ล็อค ได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง โดยติดเครื่องเข้าเกียร์ N หรือ P แล้วทดลองเหยียบเบรคดูหลายๆ ครั้ง ทุกครั้งจะต้องได้ยินเสียงการทำงานดัง "คลิก" เบาๆ ตามหลังการถอนเท้าออกจากเบรคเสมอ
    3. การล็อคของสลักแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบชิพท์ล็อค นี้ จะส่งผลอีกประการหนึ่งผ่านก้านกระทุ้ง (หมายเลข 4 ในภาพประกอบ) ที่สอดขึ้นมาตามคันเกียร์ เข้าไปขวางทาง ทำให้ปุ่มกดที่หัวเกียร์ไม่สามารถถูกกดให้จมลงไปได้ โดยมีอาการ "ปุ่มกดแข็งสู้มือ" จะกดหรือบีบให้หน้าเขียวอย่างไรปุ่มนี้ก็ไม่จม ผู้ขับขี่จะต้องเหยียบเบรคให้สุดระยะ เพื่อปลดกลไกของระบบชิพท์ล็อคเสียก่อน เพื่อให้ก้านกระทุ้งนี้หดหัวพ้นทางไป จึงจะทำให้ "ปุ่มกดนิ่ม" สามารถกดให้จมเพื่อการขยับคันเกียร์ได้ ในกรณีนี้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบได้ โดยการค้างคันเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง N หรือ P แล้วดับเครื่อง ในขณะที่เครื่องยนต์ดับ ปุ่มกดที่หัวเกียร์จะมีอาการ "ปุ่มกดนิ่ม" อยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่เหยียบเบรคก็ตาม ทำให้คันเกียร์อ่อนปวกเปียกเป็นมะเขือเผา จะขยับเล่นขึ้นลงไปไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ตามใจฉัน แต่เมื่อใดที่ติดเครื่องยนต์ขึ้นมา ถ้าไม่ได้เหยียบเบรค ไอ้เจ้าปุ่มกดที่หัวเกียร์นี้ ก็จะมีอาการ "ปุ่มกดแข็งสู้มือ" ดึ๋งดั๋งขึ้นมาทันที
    4. ในกรณีที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังขับเพลินๆ อยู่ดีๆ แล้วก็มีเด็กมือบอนที่นั่งข้างๆ เอื้อมมือมาผลักคันเกียร์เล่น จากตำแหน่ง D ไปที่ตำแหน่ง N โดยกระทันหัน ในกรณีนี้ TCM จะฉลาดพอที่จะไม่สั่งการให้สลักแม่เหล็กไฟฟ้า ในระบบชิพท์ล็อค ทำงาน ในกรณีอันสุดแสนจะพิเศษนี้ กรณีเดียวเท่านั้น ที่ผู้ขับขี่สามารถขยับคันเกียร์จากตำแหน่ง N กลับคืนไปที่ตำแหน่ง D ได้โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรคจนสุดระยะ (แนะนำให้ค่อยๆ ประคองรถเข้าจอดข้างทาง แล้วตบกระโหลกสั่งสอนให้เด็กหายจากอาการมือบอนเป็นการถาวร) ฒิพฬ
    5. ในกรณีที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือช้ากว่า แล้วเกิดเหตุการณ์เดียวกันกับในข้อ 4 คือมีเด็กมือบอนมาผลักคันเกียร์เล่น จากตำแหน่ง D ไปที่ตำแหน่ง N โดยกระทันหัน TCM จะหน่วงเวลาการทำงานของสลักแม่เหล็กไฟฟ้า ในระบบชิพท์ล็อค โดยเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ มีโอกาสขยับคันเกียร์จากตำแหน่ง N กลับคืนไปที่ตำแหน่ง D โดยไม่ต้องเหยียบเบรคได้ ภายในช่วงเวลา 1 วินาทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ ถ้าผู้ขับขี่ตัดสินใจช้ากว่านั้น สลักแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบชิพท์ล็อค จะทำงาน ส่งผลให้ผู้ขับขี่จะต้องเหยียบเบรคเพื่อหยุดรถ ให้สนิทเสียก่อน จึงจะสามารถออกตัวใหม่ได้

    แล้วฟิวส์ไฟเบรค เกี่ยวอะไรด้วย ?
    ฟิวส์ในวงจรไฟเบรค มีขนาด 10 Amp. นอนอมยิ้มอยู่ในช่องเสียบตำแหน่งที่ 20 ในแผงฟิวส์ที่บริเวณใต้คอพวงมาลัยด้านขวามือ ถ้าบังเอิญฟิวส์ตัวนี้ขาด อันเนื่องมาจาก การชำรุดของตัวมันเอง และ/หรือ การลัดวงจรของระบบไฟเบรค ผลเกี่ยวเนื่องที่ตามมา อย่างนึกไม่ถึง ก็คือ TCM จะไม่ได้รับสัญญาณที่ครบวงจรจากระบบไฟเบรค แม้ว่าในความเป็นจริงผู้ขับขี่ได้เหยียบเบรคจนสุดระยะแล้วก็ตาม ดังนั้น TCM จึงไม่ส่งสัญญาณให้สลักแม่เหล็กไฟฟ้า ในระบบชิพท์ล็อค ปลดตัวจากร่องล็อค ทำให้ปุ่มกดที่หัวเกียร์จะมีอาการ "ปุ่มกดแข็งสู้มือตลอดกาล" ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถขยับคันเกียร์จาก N หรือ P ไปยังตำแหน่งอื่นๆ เพื่อการขับเคลื่อนได้ แต่พอลองดับเครื่องยนต์ดู ปุ่มกดที่หัวเกียร์จะมีอาการ "ปุ่มกดนิ่ม"จะขยับคันเกียร์รูดเอาไปไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ แต่เมื่อใดที่ติดเครื่องยนต์ขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้เจ้าปุ่มกดที่หัวเกียร์นี้ ก็จะมีอาการ อาการ "ปุ่มกดแข็งสู้มือตลอดกาล" เหมือนกับจะแกล้งกันเล่นอย่างนั้น ... เอากะพ่อซี ... !!!

    เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็เท่ากับว่า ระบบชิพท์ล็อคค้าง คือมันล็อคตัวมันเองนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นด้วยความหวังดีจนออกนอกหน้า และไม่มีทางยกเลิกการทำงานของระบบชิพท์ล็อคนี้ได้ ตราบใดที่ระบบไฟเบรคยังไม่สามารถเดินได้ครบวงจรโดยสมบูรณ์ จุดที่ควรตรวจสอบจุดแรกคือ เมื่อเหยียบเบรคแล้ว ไฟเบรคทั้งสองดวงสว่างตามปกติหรือไม่ และฟิวส์ตำแหน่งที่ 20 ยังใช้การได้เป็นปกติหรือไม่ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่ควรจะมีฟิวส์สำรองขนาด 10 Amp. ติดรถเอาไว้บ้าง เผื่อโชคไม่เข้าข้างไปเกิดเหตุฟิวส์ไฟเบรคตัวละไม่กี่บาท แผลงฤทธิ์ขาดกลางทางเปลี่ยวๆ จะได้พอเอาตัวรอดได้ และในกรณีที่เข้าตาจน ฟิวส์ไฟเบรคขาดและไม่มีฟิวส์สำรองจริงๆ ก็สามารถแก้ขัดได้โดยเอาฟิวส์ในตำแหน่งต่อไปนี้ มาสลับเสียบแทนเป็นการชั่วคราว เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่กลับบ้านได้ แล้วค่อยหาซื้อมาใส่ให้ครบ

    ฟิวส์ตำแหน่งที่ 3 ขนาด 10 Amp. สำหรับไฟส่องป้ายทะเบียนหลัง
    ฟิวส์ตำแหน่งที่ 13 ขนาด 10 Amp. สำหรับแตร
    ฟิวส์ตำแหน่งที่ 22 ขนาด 10 Amp. สำหรับที่จุดบุหรี่และวิทยุ

    สำหรับรถ โฟล์ค พัสสาท รุ่นก่อนรุ่นที่จำหน่ายในปัจจุบัน และรถ เซียท คอร์โดบาที่ดูเหมือนว่าจะใช้เกียร์อัตโนมัติลูกเดียวกันกับโฟล์คกอล์ฟและเวนโต้ นี้ ผู้เขียนไม่มีข้อมูลว่าระบบชิพท์ล็อค และโปรแกรมใน TCM ทำงานในลักษณะข้างต้นหรือไม่ ท่านที่ขับอยู่จะทดลองดึงฟิวส์ไฟเบรคเล่นๆ เพื่อตรวจสอบการทำงาน ได้ความอย่างไรแล้วช่วยเขียนมาเพื่อเผยแพร่ข้อมูล ก็จะเป็นสาธารณะประโยชน์ครับ
    โชคดีครับ


    17 ม.ค. 2002 , 20:18:23 น

    jay

    • บุคคลทั่วไป
    cool!
    26 ม.ค. 2002 , 23:40:22 น

    โคแนน

    • บุคคลทั่วไป
    คุณ จิตติ ครับขอขอขอบคุณความรู้ที่คุณให้ไว้ด้วยแม้นผมไม่ใช่ผู้ถาม แต่การเขียนของคุณผมก็อยากรู้พอดีแต่ไม่รู้จะถามใครผมเพิ่งรู้แล้วจะบันทึกเก็บไว้  การเขียนของคุณเปรียบเทียบได้ชัดเจนดีมากที่สุดเลย....ถ้าท่านใดตอบคำถามที่ให้ความรู้เช่นเดียวกับคุณจิตติคงจะให้ความรู้ได้มากเลยครับ...ขอบคุณครับ
    28 ม.ค. 2002 , 08:10:59 น