ตามที่คุณกฤติกา ภาสบุตร ชี้แจงมาเป็นเรื่องจริงทุกประการตามที่บริษัทได้รับข้อมูลจากตัวแทน แต่ผมขอยืนยังอย่างที่เรียนไว้แล้วว่า ผมขอไม่ซ่อมรถไปตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. กับตัวแทนประกัน ขอให้เค้าเสนอราคามาแต่ตัวแทนประกันบอกทำไม่ได้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัท และผมก็บอกว่าถ้าเสนอราคาไม่ได้ผมขอ 200,000 แล้วกันตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. แต่ตัวแทนคงติดว่าผมพูดเล่น และบอกว่าจะไม่ดำเนินการใดใดจนกว่าจะนัดใหม่ในอีก 1 เดือนจนตำรวจต้องมาบอกว่ามันนานไป สิ้นเดือนก็พอ ถึงได้นัดวันที่ 30 ก.ย. พอถึงวันที่ 30 ก็ยังทำอะไรไม่ได้อีก ตอนนั้นผมก็ยืนยันไม่ซ่อมเอาค่าชดเชย 200,000 กับค่ารักษา 50,000 แต่ตัวแทนก็ตอบเหมือเดิมว่าต้องปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน ค่ารักษาพยาบาลจ่ายให้ได้ตามบิล แล้วขอถ่ายสำเนาบิลไป และขอให้ทางตำรวจทำเอกสารขึ้นฉบับหนึ่งโดยระบุเฉพาะการเรียกร้องค่าสินไหม สำหรับค่าซ่อมต้องเป็นไปตามขั้นตอนของบริษัทโดยต้องเอาอู่มาตีราคา..ฯลฯ และนัดใหม่วันที่ 9 ต.ค. ผมโทรติดต่ออีกหลายครั้งผ่านทางคู่กรณี ยังไม่ได้ความตลอด จนวันที่ 8 ต.ค. ผมทนไม่ไหวขอโทรไปคุยกับตัวแทนประกันเอง ก็บอกว่ายังตอบไม่ได้ขอเลื่อนไปก่อน วันที่ 9 ต.ค. ผมจึงตัดสินใจไม่ไปตามนัดแต่ไปเขียนคำร้องเรียนตามแบบฟอร์มร้องเรียนของ คปภ. ยื่นตามขั้นตอน แต่ คปภ.รับป็นทางการหรือเปล่าผมไม่รู้แต่ผมยี่นเป็นทางการแน่นอน จากการประสานงานของ คปภ. ผมได้รับการพูดคุยและบริการที่ดีมาก ซึ่งผมก็ได้ระบุไว้แล้วว่าในเวลาเพียงไม่กี่นาทีบริษัทสามารถตอบคำถามผมได้หมด แต่ผมไม่พร้อมด้านเอกสารเองที่จะเข้าไปรับเงินและยังไม่พอใจเรื่องวงเงินด้วย ในวันที่ 9 ต.ค หลังจากคุยกับสำนักงานใหญ่แล้วไปเจอตัวแทนที่โรงพักจึงได้รับการแจ้งว่า ค่าสินไหมทางผู้ใหญ่อนุมัติให้ 20,000 จาก 50,000 ที่เรียกร้องไป ซึ่งผมก็บอกว่าผมไม่คุยแล้วจะคุยตรงกับสำนักงานใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นผมได้รับแจ้งจากแม่ผมว่าตัวแทนประกันบอกว่าการที่ผมทำอย่างนี้จะทำให้ทุกอย่างช้าลงไปอีกเจรจากับเค้า เค้าจะช่วยให้เร็วที่สุดซึงผมไม่พอใจมาก และการเข้าไปเจรจาหลังจากนั้นก็ได้รับการต้อนรับและคำตอบที่รวดเร็วเป็นที่น่าพอใจและการจ่ายเงินก็ตรงเวลาตลอด ซึ่งผมได้ตอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายติดตามลูกค้าไปแล้วว่าผมพอใจมากกับการดูแลที่บริษัทดำเนินการให้ และไม่พอใจอย่างมากกับการดำเนินการของตัวแทนที่ประสานงานกับผมตลอด 15 วันก่อนที่ คปภ.จะมาประสานงานให้
ผมว่า บริษัทควรนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปพิจารณาปรับปรุงการบริการของบริษัทให้ดีที่สุดมากกว่า การมาชี้แจ้งยิ่งดูเหมือนแก้ตัว และยิ่งจะทำให้ผม (ซึ่งก็ไม่ได้ลงรายละเอียดการบริการที่ไม่ควรเกิดขึ้นของบริษัทหลายอย่าง) ต้องออกมาให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกยิ่งทำให้ภาพพจน์ของบริษัทเสียหายเข้าไปอีก ข้อเท็จจริงที่ลงไว้เป็นข้อเท็จจริงตามหลักฐานเอกสารที่มี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นยังมีอีกมากมาย ผมว่าบริษัทไม่ต้องชี้แจงอะไรขอโทษในบริการที่ชักช้า และลงเรื่องบริการที่รวดเร็วที่บริษัทสามารถทำให้ได้หลังจากที่ทราบความผิดพลาดของตัวเองจะเป็นการดีกว่านะครับ ซึ่งผมก็ขอชื่นชมครับเร็วมากและตรงเวลาจริงๆ
22 ต.ค. 2552 , 23:38:51 น