• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์  (อ่าน 388 ครั้ง)

    7170

    • บุคคลทั่วไป
    ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอเล่าเรื่องความชุ่ยของช่างให้ฟังค่ะ  
    หลังจากที่ส่งหนูดำไปซ่อมเกียร์กับช่างแถวบ้านตั้งแต่หลังสงกรานต์
    เปลี่ยนเกียร์ไปสองลูก  พร้อมค่าแรง  ค่าอะไหล่หมดไป 26,...บาท+ค่ากล่อง  5,000บาท

    ไปรับหนูดำกลับบ้านวันแรก(วันศุกร์) จอดไว้บ้านสองวัน  เช้าวันจันทร์ จะไปทำงานปรากฎว่า
    นำมันเกียร์ไหลเป็นก็อกน้ำแตกต้องรีบดับเครื่อง  เรียกช่างมาลากจูงกลับเข้าอู่  พร้อมบอกให้เก็บ
    รายละเอียดสายไฟพร้อมเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำมัน(ความสกปรกนั้นสุดจะบรรยายต้องให้คุณเชนอธิบาย)

    อีกวันหนึ่งช่างบอกให้ไปรับช่วงเช้าพอไปรับรถยังอยู่ในสภาพสายไฟยุ่งเหยิง  คราบน้ำมันเขรอะเหมือนเดิม
    แถมแอร์ไม่เย็น  พร้อมทั้งมีรอยหยดของน้ำมันเกียร์ใต้ห้องเกียร์ก็กลับไปหาช่างอีก  ช่างทำยังไงรู้ไหมพี่น้อง
    อุดกาวค่ะ  ทนไม่ไหวก็ปรึกษาช่างเปิ้ล  พี่แกก็ดีใจหายให้คำปรึกษาตลอดรวมทั้ง  คุณหมุกฯ  น้องต้น  ช่างนาก
    ก็เลยสั่งซีลทอร์ค  ซีลท้ายเครื่อง  ท่อยางจากออยเกียร์เข้าเครื่อง(อันหลังต้องเปลี่ยนเพราะว่าถอดเข้าถอดออกบ่อย
    ก็เลยมีรอยแยก)   อ้อ...ไดเออร์ด้วย

    เปลี่ยนเสร็จก็ปรากฎว่า ยังมีรอยหยดอยู่ และสังเกตุว่าน่าจะสาดขึ้นข้างบนเสื้อเกียร์(ตรงแถวๆออยเกียร์ที่มีรูมองเห็น
    เครื่องหมุน)
    วันไปรับรถครั้งล่าสุดช่างเจ้าของอู่ไม่อยู่ลูกน้องก็แสนจะชุ่ยไม่ประกอบไฟหลอกคืน  สายไฟยุ่งเหยิงคราบเขรอะไม่ต้องพูดถึง   เหมือนเดิม จุกยางปิดทางเติมน้ำยาแอร์ไม่ใส่คืน  พอท้วงก็ไปเดินหาเกือบ 10นาที  ไม่มี เผอิญว่ามีรถลูกค้ามาจอดรอซ่อม  เขาก็เดินไปถอดมาใส่ให้เราเฉยเลย ต่อหน้าต่อตา (แล้วของๆเราที่ไปจอดอยู่ร่วมเดือนจะเห็จไปอยู่คันไหนบ้างก็ไม่รู้)  ไอ้เราก็ไม่กล้าฟ้องเจ้าของอู่

    ออกจากอู่แอร์ก็ไม่เย็น(ช่างก็บอกว่าเติมน้ำยาแอร์ให้แล้ว)  ก็เลยโทรปรึกษาคุณวิทย์  ก็ได้ความรู้เรื่องแอร์มาเพิ่มเติมแต่ไม่กล้าขับไปไหนไกล  พอจะออกจากที่ทำงานบิดกุญแจสตาร์ทแล้วก็เงียบสนิท ทั้งๆที่ตำแหน่งเกียร์อยู่ที่ N/P
    โทรตามช่าง  ช่างก็ดีค่ะพอมีปัญหาก็บอกให้นำรถไปแก้ให้ทุกครั้ง   ที่นี้มันสตาร์ทไม่ได้เขาก็ให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์มาหาพร้อมสายไฟหนึ่งเส้น    ทีนี้เราก็สังเกตุวิธีทำของเขาก็เลยจำได้และได้ใช้ต่อมาภายหลัง

    ไปถึงอู่ก็ทราบว่าอาการดังกล่าวก็คื่อการตั้งระยะคันเกียร์ไม่ได้ตำแหน่ง
    ขับกลับบ้าน  เอ๊ะ มันมีเสียงดังมาจากล้อหน้าซ้าย  ทนขับกลับบ้านแล้วก็โทรบอกช่างด้วย  ช่างบอกว่าเอารถมาที่อู่ครับ  เช้าไปทำงานก่อนบ่ายก็ไปอู่ปรากฏว่าการประกอบชุดจานเบรคไม่เข้าล็อค  แก้ไขเสร็จก็ถามช่างอีกแอร์ทำไมไม่เย็นทั้งๆที่เปลี่ยนไดเออร์แล้ว  ช่างบอกว่าน่าจะวาล์วเสีย  แล้ววาล์มันก็แพงด้วยและถามหลายช่างแล้วก็บอกว่ามันไม่ได้เสียกันง่ายๆ  

    ขับกลับบ้าน มีเสียงดังกุกๆแถวด้านหน้าล้อขวา  ทนใช้ไปได้อีกสักพัก
    แล้วมันเป็นเสียงอะไรดังหวือๆล้อหลังอีก  (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับช่างทำเกียร์)  ถามช่างเปิ้ล  ช่างนาก ก็สันนิฐานว่าน่าจะเป็นลูกปืนล้อแตก  แล้วก็ใช่  ล้อนี้เคยมีปัญหาผ้าเบรคหลุดแล้วล็อล๊อค ตอนถอดก็ทั้งตีทั้งตอกคอม้าก็เลยมีรอยและน๊อตล้อเกลียวรูด  หาซื้อน๊อตแถวบ้านไม่มีขาย  สั่งจากกรุงเทพตัวเดียวก็กระไรก็เลยสั่งมา 4 ตัว ใครต้องการน๊อตบอกนะจะส่งให้ฟรีๆ  ก็เลยให้ช่างที่เคยทำครั้งที่แล้วเปลี่ยนให้

    พอเสร็จจากเปลี่ยนลูกปืนล้อหลัง  (ตอนนี้ทำเป็นแล้วใครมาลูกปืนล้อแตกแถวบ้านไม่ต้องเข้าอู่นะเดี๋ยวจะอาสาเปลี่ยนให้ขอให้มีอะไหล่ให้ครบก็แล้วกัน)ก็เลยให้เช็คล้อหน้าที่มีเสียงดัง  ทีแรกเข้าใจว่าเป็นเพลาขับช่างคนนี้บอกว่าผมทำไม่เป็น  เราก็เลยบอกว่าลองขึ้นแม่แรงดูก่อน แล้วก็ขยับชุดดิสเบรค  หลุดผลั๊วะ ต๊กใจ มันทำไมหลุดง่ายหลุดดายอย่างนี้  ช่างบอกว่าเขาขันไม่แน่นแล้วเขาก็ไม่มีประแจพิเศษแบบนี้(เป็นช่างรุ่นเก่าทีเก๋าประสบการณ์)เราก็บอกว่าของเรามี ชุดประแจแอล 6 เหลี่ยม  ก็ขันประกอบกลับเข้าไป

     ขับออกไปได้สักพักเสียงดังกุกๆ ไม่หาย   ก็เลยไปหาอู่ที่มีเครื่องยกรถขึ้นดู  ปรากฎว่า  ไม่ได้ขันกวดน๊อตแท่นเครื่องหลังให้แน่น  แล้วน๊อตอีกตัวหนึ่งเกลียวหวานก็ไม่ยอมเปลี่ยนให้


    แล้วอย่างนี้ไม่เป็นความชุ่ย  ความสับเพร่าของช่าง  แล้วเป็นความผิดของใคร(ความโง่ของเจ้าของรถมั้ง)

    เล่าสู่กันฟังค่ะ  ไว้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านช่าง (ทั้งชายและหญิง)

    ใช้เวลาคิดนานมาก  ว่าจะเล่าดีมั๊ย   จนมาเจอเหตุการณ์ล่าสุดเลยต้องเล่าให้ฟัง   ใช้เวลาจิ้มดีด แค่ 3 ชั่วโมงเอง

    โดยเฉพาะเสียค่าโง่เรื่องแอร์    ไดเออร์   วาล์ว ไม่มีปัญหา  ***แค่สายไฟคอมแอร์หลวมเท่านั้นเอง***


    ***ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณเว็ปนี้ที่ทำให้ได้ความรู้   ได้รู้จัก เพื่อนๆ  ได้คำแนะนำ  คำปรึกษาที่ดี  พบสิ่งที่ดีและ
    มีกำลังใจที่จะใช้ volkswagen ต่อไป***ขอบคุณอีกครั้งนะคะ





    [ 15 มิ.ย. 2552 , 15:05:17 น

    โอ๋ ภท 525

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เอ่อออออออออออออ

    อู่แถวไหนอ่ะคะ จะได้ไม่ ย่าง กราย ไปใกล้



    15 มิ.ย. 2552 , 15:55:49 น

    ห มุ ก เ ห ล็ ก ไ ฟ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อัดอั้นตันใจมานาน  case นี้ จริงๆแล้ว เจ้าของรถใจร้อนไปหน่อย ตอนโทรคุยกันบอกแล้วให้ใจเย็น ยังไงก็ต้องเสียเงินอยู่ดี แต่จะมาก หรือ น้อย นั้นละประเด็น

    อีกอย่าง กล่องเกียร์ เป็น รุ่น 68 Pin ที่อยู่ใน เกียร์ 096 >>ช่างติดตั้งเสร็จ ไม่ ตรวจสอบ

    System ทาง ไฟฟ้า.เลยเป็นฉันนั้นแล

    เรื่องห้องเครื่องคงไม่ต้องพูดถึง เคยเปิดฝากระโปรงมาหลายคัน

    แต่คันนี้ให้ เป็น ที่หนึ่ง  ที่สอง ของคุณ Se-to ที่สาม ของ บาส 555+++ ว่าเค้าอีก

    15 มิ.ย. 2552 , 16:33:58 น

    long_hub

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อู่ไหนคร้าบบบบ ขอพิกัดหน่อยคร้าบบบบ

    บริการแบบนี้ จะได้จำให้แม่นนนนน

    15 มิ.ย. 2552 , 17:21:56 น

    ทนายรูปหล่อ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เห็นใจพี่มากครับ แต่จะคอยเป็นกำลังใจให้นะครับ ต้องการอะไหล่ตัวไหนด่วนโทรบอกเลยนะครับพี่จะจดไปให้ 555 ขอลากรถส่งให้แล้วนะครับ น่าจะอีก สัก 1-2 วันนะครับพี่
    15 มิ.ย. 2552 , 21:23:11 น

    vit314

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ไม่ได้มาซ้ำ  แต่คิดเอาเองว่า เจ้าของกระทู้ คงตั้งใจมาบอกอะไรซักอย่าง  วันนั้นได้telคุยกันนาน+นาน เอาเป็นว่า ทุกท่านที่ใช้รถ *ถ้ารถเสีย  ต้องจ่ายตังค์ ควรหาที่จ่ายด้วย * เห็นใจครับเห็นใจ  แต่ไกลกัน  ขอบคุณ ที่มาเล่าให้อ่าน ดีกับหลายๆท่าน  อย่างน้อยก็ได้ระบาย
    15 มิ.ย. 2552 , 23:00:08 น

    มด ขี้ขม

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตอนใช้VWใหม่ๆก้อเคยโดนครับ เห็นใจๆ
    16 มิ.ย. 2552 , 08:43:59 น

    B4 แดง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมว่าน่าจะแถวหมู่บ้านนักกีฬา
    16 มิ.ย. 2552 , 09:19:47 น

    duck123

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    โดนเหมือนกันครับ แต่ก็ยังใช้อยู่
    16 มิ.ย. 2552 , 13:10:43 น

    7170

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ***เล่าให้ฟังเป็นอุทธาหรณ์ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆ ***

    ***ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคำแนะนำนะคะ***

    ***ได้รับของแล้วค่ะคุณ"ทนายรูปหล่อ"***

    ***อู่อยู่ต่างจังหวัดค่ะ***

    16 มิ.ย. 2552 , 13:21:57 น

    ไม่น่าจะแฟร์

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ความชุ่ยของช่างซ่อมเกียร์
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ที่จริงน่าจะรอให้เจ้าของกระทู้เปิดเผยอู่ก่อนนะครับ ไม่น่าจะรีบสรุปเอาเองว่าเป็นอู่นั้นหรืออู่นี้ หลายๆอู่ในที่นี้ ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ไม่ได้เป็นอู่ที่ปล้นเราๆชาวโพล์ค การที่ไปคาดเดาเอาเอง โดยที่อู่ (ซึ่งเป็นบุคคลที่ 3) ไม่ได้มีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้อง (แถมไม่ได้มานั่งเปิดอินเตอร์เน็ตอ่านตลอดเวลา) ก็เท่ากับเป็นใส่ความไปโดยปริยาย

    ที่เขียนมาไม่ได้เข้าข้างอู่นะครับ แต่ต้องใช้วิจารณาญาณในการอ่านและตอบกันหน่อย เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ย่อมไม่รู้ว่าของเท็จจริงเป็นเช่นไร ยกเว้นอู่กับเจ้าของรถครับเท่านั้นที่ทราบ

    กรณีกระทู้นี้ ต้องขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่เขียนประสพการณ์มาให้เราได้อ่าน และความมีน้ำใจของพี่หมุกเหล็กไฟ และพี่ vit314 ที่ช่วยเหลือเจ้าของกระทู้ (เท่าที่ทำได้....แต่ถ้ารถอยู่ต้องหน้าท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองคงช่วยเหลือได้มากกว่านี้แน่นอน)

    16 มิ.ย. 2552 , 17:25:16 น