• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ไฟสิบล้อบอกเหตุ  (อ่าน 314 ครั้ง)

    vw-lkb

    • บุคคลทั่วไป
    ไฟสิบล้อบอกเหตุ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ภัยร้ายรายวัน:ไฟสิบล้อบอกเหตุ

    เมื่อคุณผู้อ่านต้องเดินทางไปต่างจังหวัดโดยทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือนั่งรถบัสโดยสาร มักจะได้พบกับรถบรรทุกขนาดต่าง ๆ ทั้ง สิบล้อ หกล้อ หรือรถพ่วง สัญจรไปมาในปริมาณมากกว่าที่จะพบเห็นได้บนถนนเขตในเมือง และหลายคนคงจะเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดรถบรรทุกขนาดใหญ่เหล่านั้น มักจะเปิดสัญญาณไฟหน้า หรือไฟท้ายเป็นประจำ

    และจากการสืบสาวราวเรื่องแล้วจึงได้ทราบว่า ทั้งการเปิดไฟหน้ารถ หรือเปิดสัญญาณไฟท้ายรถของรถบรรทุกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณเพื่อสื่อสารกับรถที่ขับตาม หรือขับสวนทางมาทั้งสิ้น

    เริ่มจากการใช้สัญญาณไฟท้ายรถบรรทุก ที่คุณผู้อ่านจะพบเห็นเมื่อต้องขับตามหลัง

    เปิดไฟเลี้ยวซ้ายสลับกับไฟเลี้ยวขวา หมายถึง การเตือนให้รถคันหลังระวัง! เพราะเขาอาจหยุดรถในอีกไม่ช้า หรือข้างหน้าอาจมีด่านตรวจ หรือมีอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้น คุณห้ามแซงเด็ดขาด

    เปิดไฟฉุกเฉิน เมื่อรถบรรทุกกำลังเคลื่อนตัวใกล้ทางแยก หมายถึง รถของเขากำลังจะตรงไป

    เปิดไฟเลี้ยวซ้ายสลับกับเลี้ยวขวา แล้วเปิดไฟฉุกเฉินต่อ หมายถึง เขากำลังจะจอดรถ

    เปิดไฟเลี้ยวซ้ายโดยไม่ต้องเตรียมเลี้ยวหรือจอดข้างทาง หมายถึง เขาจะขับช้าให้รถที่ตามมาแซงขึ้นไปได้เลย และไม่มีรถขับสวนมา (แต่เพื่อความปลอดภัย ก่อนแซง จะต้องแน่ใจก่อนว่าไม่มีรถขับสวนเลนมาจริง ๆ)

    เปิดไฟเลี้ยวขวา ทั้งเปิดค้างหรือเป็นจังหวะ หมายถึง รถที่ตามหลังอยู่ห้ามแซง เพราะเขากำลังจะเลี้ยวขวา กำลังจะแซงคันหน้า หรือมีรถกำลังจะขับสวนมา

    กรณีรถที่ขับตามหลังสามารถแซงขึ้นไปได้ จะมีการส่งสัญญาณอยู่ 2 จังหวะ คือ ระหว่างรถตีคู่(กลางคืน) เขาจะเปิดไฟสูง เพื่อให้รถคันที่แซงเห็นทาง ก่อนจะลดไฟต่ำลง เมื่อรถคันดังกล่าวเข้ามาในเส้นทางแล้ว แต่หากเป็นตอนกลางวัน คนขับรถบรรทุกจะกระพริบไฟเพียงครั้งเดียว หรือบีบแตรสั้น 1 ครั้ง ในความหมายเดิม

    อีกจังหวะเกิดขึ้นระหว่างตีคู่เช่นกัน คือ รถคันที่กำลังแซงควรบีบแตรสั้น 1 ครั้ง เป็นการขอบคุณ และผู้ขับรถบรรทุกอาจบีบแตรสั้น 1 ครั้ง ถือเป็นการตอบรับ

    ส่วนการขับรถสวนเลนกับรถบรรทุก จะพบว่ารถเหล่านั้นส่งสัญญาณไฟหน้า ที่มีลักษณะและความหมายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    ดับไฟหน้าแล้วเปิด หมายถึง ให้ระวัง เพราะทางข้างหน้า(ซึ่งเขาเพิ่งผ่านมา) มีด่านตรวจ หรือมีอุบัติเหตุ
    กระพริบไฟหน้า หมายถึง การถามว่าทางที่คุณเพิ่งขับผ่านมามีด่านตรวจหรืออุบัติเหตุหรือไม่ หากทุกอย่างเป็นปกติให้กระพริบตอบ 1 ครั้ง

    กระพริบไฟหน้าและเปิดไฟเลี้ยว(ด้านเลนสวน) หมายถึง มีด่านตรวจอยู่ข้างหน้าฝั่งของคุณ
    กระพริบไฟหน้าและเปิดไฟเลี้ยว(ด้านซ้ายของรถบรรทุก) หมายถึง ที่เพิ่งผ่านมามีด่านตรวจอยู่ในฝั่งของเขา

    หากพบรถบรรทุกขับตามกันมาเป็นขบวน (กรณีที่คุณยังขับรถสวนเลนกับรถบรรทุก) ควรสังเกตรถบรรทุกในลำดับที่สองหรือลำดับต่อ ๆ ไป กระพริบไฟ เบนหัวรถออกมาเล็กน้อย และกระพริบไฟซ้ำอีก หมายถึง เขากำลังจะแซงรถบรรทุกคันหน้าในเลนของเขา ให้คุณระวัง โดยชะลอความเร็ว อย่างเร่งความเร็วรถเพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

    อย่างไรก็ตาม สัญญาณและความหมายของการใช้ไฟเลี้ยว และไฟกระพริบลักษณะต่าง ๆ ที่รถบรรทุกนิยมใช้ในข้างต้นนั้น อาจไม่ใช่กฎเกณฑ์สากล แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกเปิดเผยโดยส่วนนโยบายและคุณภาพความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ที่รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย.

    ร่วมแบ่งปันประสบการณ์หรือนาทีชีวิตได้ที่ athitayar@dailynews.co.th

    เก็บมาฝากจากdailynews

    [ 28 พ.ค. 2552 , 17:34:21 น

    JOEY_BARON

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไฟสิบล้อบอกเหตุ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ดีครับ...จะได้เป็นคามรู้

    ผมก็มีประสบการณ์เรื่องไฟมาบอกกล่าวเหมือนกัน.....

    ก็คือว่า...."ถ้ารถคันข้างหลัง กระพริบไฟสูง-ต่ำไล่ตูดรถเรา...ก็แสดงว่าเราขับรถช้าหรือขวางทางเขาแล้วล่ะครับ"......อิ...อิ...อิ.....

    28 พ.ค. 2552 , 19:16:55 น

    se

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไฟสิบล้อบอกเหตุ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คิดว่ากรมขนส่งมีให้คนขับรถบรรทุกอ่านตอนสอบใบขับขี่ซะอีกเห็น10ล้อทำสัญญาณแบบนี้บ่อยๆยังกะจบจากสถาบันเดียวกัน
    28 พ.ค. 2552 , 20:23:25 น

    Blue B5

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไฟสิบล้อบอกเหตุ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เดี๋ยวนี้มีกล้องจับความเร็ว หรือวิ่งเลนขวา เยอะมาก มีโอกาสโดนจับง่ายเหลือเกิน หากเป็นเจ้าถิ่น ก็จะรู้จุดติดตั้งกล้องเหล่านั้น แต่ขาจรมีโอกาสโดนได้มาก ดังนั้นเวลาขับรถโดยเฉพาะถนน 4 เลน ซึ่งมีโอกาสใช้ความเร็วเต็มที่ ให้สังเกตุรถที่วิ่งสวนมา หากเห็นการเปิดไฟกระพริบใส่ ให้ลดความเร็วและหลบออกจากช่องขวาได้เลย หรือถ้าเราเจอกล้องก็ควรจะกระพริบไฟบอกคันที่สวนเรามาด้วย จุดที่เจอกล้องบ่อยในเมือง แถวโทลเวย์ทางลงสนามบินดอนเมือฝั่งขาออก ทางด่วนด้านบนถนนงามวงศ์วาน จ่ายค่าทางด่วนเสร็จ โดนใบสั่งต่อทันที ส่วนตามต่างจังหวัดนั้น ออกจากอ.หนองแคไปทางสระบุรีเล็กน้อย จะมีกล้องอยู่บนสะพานลอย หรือหากขาเข้า กทม. จะมีกล้องอยู่ในรถตู้สีขาว อยู่เลยสะพานข้ามคลองระพีพัฒน์ รวมทั้งขาเข้า กทม. ตั้งแต่ออกจากสระบุรี ก็มีบ้างเป็นจังหวะๆ แหมก็โฟล์คเค้าแรง จะให้ขับต่ำกว่า 110 ก็ยังไงอยู่ แต่ระวังกล้องกันบ้างแล้วกัน แต่มีข้อสังเกตุอีกอย่างว่า กล้องจะไม่ตั้งในตำแหน่งทวนแสงอาทิตย์ เข้าใจว่ากล้องคงจะยิงจับป้ายทะเบียนรถไม่ได้นั่นเอง
    29 พ.ค. 2552 , 08:02:24 น