• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องยนต์มีอาการสั่นมากๆๆ ก่อนเครื่องดับ  (อ่าน 615 ครั้ง)

    ออมสิน

    • บุคคลทั่วไป
     ถ้ารถผมจอดนานๆซัก8ชม.ขึ้นไป พอใช้รถ พร้อมเปลี่ยนเป็นระบบแก็ส วิ่งประมาณ3-4กิโล แล้วดับเครื่องยนต์เพื่อจอด เครื่องยนต์จะมีอาการสั่นมากๆๆ ก่อนเครื่องดับ (ถ้าวิ่งยาวๆหรือนานๆจะไม่เป็น) สาเหตุยังงี้ ใช่เกี่ยวกับระบบแก๊ส หรือเป็นสาเหตุจากอะไรได้บ้าง ขอรบกวนเพื่อนๆ พี่ๆด้วย ขอบคุณครับ
    [ 9 ธ.ค. 2551 , 13:09:54 น

    คนรักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    เป็นอาการเครื่องยนต์ไม่ยอมดับใช่ไหมครับ ถ้าใช่ อ่านต่อเลยครับ

    สงสัยตอนที่ใช้แกส หม้อต้มไม่ร้อนพอนะครับ มันจะเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง โดยเฉพาะตรงวาล์วในหม้อต้มทำให้วาล์วปิดไม่สนิท จ่ายแกสได้เรื่อยๆ ถึงเราจะดับเครื่องยนต์(ตัดไฟจากจานจ่ายและโซลินอยด์แกส)แล้ว แต่ความร้อนในห้องเผาไหม้ยัง สูงพอจะจุดส่วนผสมไอดีให้ลุกไหม้ได้ เครื่องยนต์จึงยังไม่ค่อยอยากจะดับดีทำให้มีอาการที่ว่า ดังนั้นพอหม้อต้มร้อนได้ที่ จะไม่มีน้ำแข็งเกาะวาล์ จึงสามารถดับเครื่องได้ตามปกติ

    ลองเปิดฝากระโปรงดูทันที หลังจากเครื่องยนต์ออกอาการสั่นดูนะครับ แล้วแตะๆที่หม้อต้ม ถ้ามันเย็นเจี๊ยบหรือมีน้ำแข็งเกาะก็ชัวร์ครับ แต่ถ้ามันร้อนจี๋ ก็เลิกอ่านต่อได้เลยครับ แล้วแจ้งกลับด้วยครับ จะได้วิเคราะห์กันใหม่

    สงสัยว่า น้ำร้อนที่เลี้ยงหม้อต้มคงมาจากท่อยางไปหม้อน้ำใช่ไหมครับ ถ้าใช่ก็ย้ายไปเป็นท่อเข้าฮีตเตอร์แทนนะครับ แต่ถ้าย้ายแล้วอาจมีการหักพับของท่อน้ำเข้าหม้อต้มก็เป็นได้ครับ น้ำร้อนเลยเข้าไม่ทัน

    อย่างไรก็ตาม การที่เชื้อเพลิงเข้าไปในห้องเผาไหม้แล้ว สามารถจุดระเบิดได้แม้จะไม่มีประกายไฟจากหัวเทียน ก็ยังเป็นข้อให้เกิดความสงสัยว่า
    1. แกสบางไป ทำให้อุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงเกินไป จึงสามารถจุดแกส/เชื้อเพลิงได้
    2. แหวนหลวม/ยางตีนวาล์วรั่ว ทำให้มีเขม่าในห้องเผาไหม้ เขม่าที่คุแดง สามารถจุดแกส/เชื้อเพลิง ได้เช่นกัน อาการนี้ต้องมีควันขาวอมฟ้าออกท่อไอเสียประกอบนะครับ

    ทางแก้ (ทำทีละอย่าง หรือ ร่วมกันก็ได้ครับ)
    1. สวิทช์ไปใช้แกสให้ช้ากว่านี้ หม้อต้มจะได้ไม่เย็นเกินไป เนื่องจากการดึงความร้อนแฝงของแกสเหลว
    2. จูนแกสให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ บางไป/หนาไป
    3. ปรับแต่งสายน้ำร้อนให้ถูกต้องเหมาะสม ไม่ต้องร้อนมากหรอกครับ แต่ต้องอุณหภูมิสม่ำเสมอครับ
    4. เปลี่ยนแหวน/ยางตีนวาล์ว (ถ้ากินน้ำมันเครื่องมาก) เปิดฝาขูดเขม่า (นักเลงรถในอดีต ท่านให้วิ่งทางไกลยาวๆ ความเร็วสูงๆ จะช่วยไล่เขม่าได้ เท็จจริงยังไงไม่ทราบ แต่เคยพบว่า รถที่วิ่งอยู่แต่ในกทม. จอดๆคลานๆ วิ่งไม่ค่อยออก แต่พอไปและกลับจากต่างจังหวัดแล้ว จะวิ่งลื่นขึ้น รู้สึกได้ แต่ไม่ฟันธง)

    11 ธ.ค. 2551 , 14:51:21 น

    ออมสิน

    • บุคคลทั่วไป
    พอดีเพิ่งเข้ามาอ่าน เลยขอถามต่อครับ (แต่ผมก็จะลองทำตามความเข้าใจควบคู่ไปด้วยโดยจะเริ่มเย็นนี้เลยครับ)
    1."เป็นอาการเครื่องยนต์ไม่ยอมดับใช่ไหมครับ" >>>เหมือนจะใช่เลยครับ
    2."ลองเปิดฝากระโปรงดูทันที หลังจากเครื่องยนต์ออกอาการสั่นดูนะครับ แล้วแตะๆที่หม้อต้ม ถ้ามันเย็นเจี๊ยบหรือมีน้ำแข็งเกาะก็ชัวร์ครับ">>> ผมจะลองเย็นนี้ครับ โดยจะแบบเปลี่ยนเป็นระบบแก็ส วิ่งประมาณ3-4กิโล แล้วดับเครื่องยนต์เพื่อจอด สังเกตอาการ
    3."สงสัยว่า น้ำร้อนที่เลี้ยงหม้อต้มคงมาจากท่อยางไปหม้อน้ำใช่ไหมครับ  >>>ใช่ครับ. ถ้าใช่ก็ย้ายไปเป็นท่อเข้าฮีตเตอร์แทนนะครับ" >>> คือตรงนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอขยายความเพิ่มเติมอีกสักนิดครับ
    4."แหวนหลวม/ยางตีนวาล์วรั่ว ทำให้มีเขม่าในห้องเผาไหม้ เขม่าที่คุแดง สามารถจุดแกส/เชื้อเพลิง ได้เช่นกัน อาการนี้ต้องมีควันขาวอมฟ้าออกท่อไอเสียประกอบนะครับ " >>> เหมือนยางตีนวาล์วผมจะไม่ดี คือมีอาการกินน้ำมันเครื่องครับ ส่วนเรื่องควันขาว ผมจะสังเกตุอีกทีครับ
    5.เรื่องการจูนแก็ส ตั้งแต่ผมติดมาประมาณ7 เดือนอัตราการกินแก็สก็เท่าเดิมครับ ถ้าจะ
    จูนใหม่ ผมควรบอกช่างเขาให้จูนยังไงครับ
    6. "สวิทช์ไปใช้แกสให้ช้ากว่านี้ หม้อต้มจะได้ไม่เย็นเกินไป เนื่องจากการดึงความร้อนแฝงของแกสเหลว"  >>> หมายความว่า ให้ใช้น้ำมันวิ่งหลายๆกม.ก่อนถึงเปลี่ยนไปใช้แก็สหรือครับ

    แล้วผมจะทำเป็นขั้นตอนไปตามที่แจ้ง ได้ผลยังไง ผมขอรบกวนอีกครั้ง ขอบคุณมากๆครับคุณคนรักรถ


    12 ธ.ค. 2551 , 10:54:30 น

    • บุคคลทั่วไป
    คุณออมสิน ทำงานอยู่ GSBรึป่าวครับ
    ผมอยู่ สนง.ใหญ่ครับ
    100410 ตุ้งครับ

    12 ธ.ค. 2551 , 11:35:09 น

    • บุคคลทั่วไป
    คุณออมสิน ทำงานอยู่ GSBรึป่าวครับ
    ผมอยู่ สนง.ใหญ่ครับ
    100410 ตุ้งครับ

    12 ธ.ค. 2551 , 11:35:14 น

    คนรักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    เนื่องจากการนำน้ำจากท่อไปหม้อน้ำมาหล่อเลี้ยงหม้อต้มนั้น น้ำในท่อนี้ จะยังไม่มีความร้อน และไม่เคลื่อนไหว (ไม่ไหลน่ะครับ) หลังสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ จนกว่าเครื่องยนต์จะร้อนเพียงพอ วาล์วน้ำจึงจะเปิดให้น้ำร้อนจากเึครื่องยนต์ไหลออกมาทางท่อนี้ น้ำในท่อนี้จึงจะเคลื่อนไหว ดังนั้นถ้าเครื่องยนต์สุขภาพดี วาล์วน้ำปกติ อาจต้องใช้เวลาติดเครื่องยนต์(จากเครื่องเย็น)ประมาณ 1-2 นาที กว่าน้ำในท่อเข้าหม้อน้ำจะร้อน และ ไหล

    บอกอย่างนี้แล้วอาจสงสัยว่าทำไมวิ่งไปตั้งไกลแล้ว เครื่องก็ร้อนแล้ว แต่ยังมีอาการที่แจ้งมาอยู่

    ประเด็นมีอยู่ว่า เวลาที่แกสเหลวเปลี่ยนสถานะไปเป็นไอนั้น มันต้องการพลังงานนะครับ ในที่นี้ก็คือพลังงานความร้อน (ที่เรียกกันว่า "ความร้อนแฝง") ณ ความดันบรรยากาศเจ้า LPG มันจะเปลี่ยนสถานะเป็นไอ (เดือด) ที่ประมาณ 0 องศาซี จริงๆในตัวมันก็มีพลังงานอยู่นะครับ แต่ไม่พอครับ มันจึงต้องดึงจากภายนอกก็ คือจากหม้อต้มและน้ำที่เลี้ยงอยู่ในหม้อต้มนั่นเอง มาช่วยในการเปลี่ยนสถานะ ถ้าน้ำในหม้อต้มไม่เคลื่อนไหว น้ำจำนวนเล็กน้อยนั้น จะสูญเสียความร้อนในตัว และมีอุณหภูมิลดลงจนถึง 0 องศาซี (ซึ่งเป็นจุดเยือกแข็งของน้ำ) ในเวลาแป๊บเดียว พอน้ำเป็นน้ำแข็ง ก็จะอุดทางเดินน้ำในหม้อต้มซะยังงั้น น้ำร้อนที่จะไหลมาเพิ่มพลังงานความร้อน ก็จะไม่สามารถไหลผ่านหม้อต้มไปได้ ความชื้นในบรรยากาศ จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งอาจจับตัวหนาอยู่แถวแกนควบคุมวาล์ว/สปริง/ผ้าหม้อต้ม ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถควบคุมการจ่ายแกสได้ดี มีผลทั้งทำให้แกสไหลออกมามากเกินหรือน้อยเกินไปได้ จนกว่าน้ำแข็งจะละลายมากพอ จึงจะกลับมาทำงานได้ดีอีกครั้งหนึ่งครับ

    เพราะว่าเรื่องความร้อนก็ยังไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวหรอกครับ ยังมีเรื่องการไหลของน้ำควบคู่ไปด้วย วาล์วน้ำยังปิดอยู่ น้ำในท่อเข้าหม้อน้ำนี้ จะหยุดนิ่ง(ไม่ไหล) จนกว่าวาล์วน้ำจะเปิดครับ

    ถ้าเราต่อน้ำจากท่อที่มีการไหลตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ติด (เช่นท่อฮีตเตอร์ที่ผมว่า) ถึงน้ำจะมีอุณหภูมิไม่สูงมาก เช่น 25 องศาซี แต่มันจะไหลมาแทนที่กันตลอดเวลา ความร้อนจากน้ำที่ถูกดึงออกไป จึงไม่มากพอที่จะทำให้มันแข็งตัวได้ น้ำที่ไหลออกจากหม้อต้ม จะมีอุณหภูมิลดลงมาก แต่ยังไม่แข็งตัว คืออาจเหลือแค่ 10 องศาซีอะไรแบบนี้ หรือ การถอดวาล์วน้ำออก(ซึ่งไม่ควรทำ) จะทำให้น้ำไหลผ่านท่อไปหม้อน้ำได้ทันทีที่ติดเครื่องยนต์ ก็จะมีน้ำที่มีอุณหภูมิ 25 องศาซี (ตามตัวอย่าง) เข้ามาเพิ่มพลังงาน ทำให้สามารถใช้ ขณะเครื่องเย็นได้โดยไม่เกิดการจับตัวของน้ำแข็ง

    ส่วนท่อฮีตเตอร์ที่ผมหมายถึงนั้น ก็คือท่อที่ต่อเข้ากับห้องโดยสาร 2 เส้น (ถ้ายังไม่ตัดไปเสียก่อน) อยู่ที่ผนังห้องเครื่องตรงกลางน่ะครับ ท่อน้ำจะออกจากตาน้ำท้ายเครื่องไปเข้าฮีตเตอร์ในห้อโดยสาร แล้วออกมาเข้าที่ท่อ 3ทาง เข้าออยล์เกียร์ (ถ้าเป็นเกียร์ออโต) ครับ

    13 ธ.ค. 2551 , 13:22:42 น

    (๐^_^๐)

    • บุคคลทั่วไป
    แอบเข้ามาอ่าน ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ  ตอนนี้มีอาการคล้าย ๆ กันเลย

    ขอบคุณ คุณคนรักรถด้วยคนค่า

    18 ธ.ค. 2551 , 10:04:45 น

    • บุคคลทั่วไป
    ปัญหาเครื่องสั่นเนื่องจาก มีน้ำปนมากับน้ำมันดีเซล รถยี่ห้อ อีซูซุ มังกร
    6 ก.พ. 2552 , 10:22:35 น