• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี  (อ่าน 2420 ครั้ง)

    เอ๋ B5

    • บุคคลทั่วไป
    อยากเล่าเรื่องจริงที่ได้เจอมาสดๆร้อนๆเมื่อเย็นวันนี้ครับ เผื่อเป็นอุธาหรณ์ครับ ผมนำรถเข้าไปเติมน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ และเปลี่ยนสวิทช์อุณหภูมิน้ำครับ คือหลักๆแล้วต้องการเติมน้ำยาหม้อน้ำมากกว่าครับ แต่ช่างเช็คแล้วเสียก็เปลี่ยนไม่เป็นไรครับ ปรากฏว่าเย็นไปรับรถขับมาบ้านที่เกษตรตัดใหม่ รถโชว์ฟ้องที่หน้าปัดว่า Service Coolence Now
    ต่อด้วย STOP ตัวใหญ่ๆ ผมตกใจมาก รีบจอดรถเปิดฝากระโปรงแลเปิดหม้อพักน้ำปรากฏว่าน้ำแห้งไม่มีสักหยด โทรหาเจ้าหน้าที่ที่รับรถเรา เขาก็บอกประมาณว่าอาจเป็นเพราะช่างไล่ลมหม้อน้ำให้เติมน้ำใหม่แล้วลองสังเกตุดู ผมก็ทำตาม ด้วยไม่ค่อยรู้รื่องเครื่องยนต์กลไก มาถึงบ้าน ระยะทางไม่เกิน 2 กม. เปิดดูอีกครั้งน้ำหายเลย โทรหาเจ้าหน้าที่คนเดิมเขาบอกให้ลองเติมใหม่แล้วสตาร์ทรถดูว่ารั่วหรือไม่ ผมเริ่มตกใจ เพราะรถไม่เคยมีปัญหาเรื่อหม้อน้ำหรือ Heat เลย เลยเติมน้ำอีกครั้ง สรุปว่าไม่ต้องสตาร์ทรถครับ เพราะน้ำไหลจ๊อกๆๆๆนองเต็มพื้นเลย คือใส่เท่าไรก็หมดเท่าน้น ผมเลยรีบติดต่อเจ้าหน้าที่กลับไป ผมบอกต้องให้ช่างมาดูนะ เพราะผมต้องใช้รถ เขาบอกวันนี้ช่าง 24 ชั่วโมงที่มีไปลากรถหมด เขาจะแจ้งกับหัวหน้าก่อนแล้วจะโทรกลับ รอแล้วรอเล่า ก็ไม่โทร โทรหาก็ไม่รับสาย เปลี่ยนเบอร์อื่นโทร เออรับแฮะ เลยได้คุย สรุปว่าจะให้ช่างมาดูพรุ่งนี้ วันอาทิตย์เช้า ผมถามเรื่องค่าใช้จ่ายเขาบอกจะรับผิดชอบ แต่ ณ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าทำไมน้ำถึงรั่วมากขนาดนั้น กังวลว่าหม้อน้ำอาจแตก สักพักมีช่างโทรเข้ามาบอกว่าจะมาช่วงเช้า ผมก็เล่าอาการ ถามว่ารถส่งลูกค้าไม่ตรวจก่อนหรอ เขาบอกทางเขาดูแล้วทุกครั้ง อาจเป็นอุบัติเหตุ ผมอึ้ง ถามกลับว่าไม่ใช่ช่างบกพร่องหรอ เขาบอกไม่นะ สามารถเกิดขึ้นได้ ผมเลยอึ้งอีกรอบ
    สรุปที่เล่ามานี้ก็แค่จะฝากไปบอกถึงผู้มีหน้าที่รับผิดชอบครับ ว่าความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้คุณเนี่ยมันหายหมดเลยนะ นี่ขนาดแค่เปล่ยนน้ำยาหม้อน้ำยังขนาดนี้ แล้วถ้สซ่อมอาการอื่นจะไม่ยิ่งแย่หรอ สมมติว่าผมเกิดขับไปแล้วผิดพลาดเกิดอุบัติเหตุใครจะรับผิดชอบไหวหรอ ไม่อยากให้เกิดแบบนี้เพราะเสียความรู้สึกมาก
    ปล. ไว้พรุ่งนี้คืบหน้ายังงัยจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ
    ขอบคุณสำหรับพื้นที่ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่รับฟังครับ

    [ 2 พ.ย. 2551 , 00:05:45 น

    B5555555

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมก็เคยเจอครับ
    ศูนย์ที่ทองหล่อลืมต่อสายพัดลม หลายปีมาแล้ว
    ผมหยุดและตรวจเช็คเอง เห็นอะไรห้อยร่องแร่งอยู่

    2 พ.ย. 2551 , 00:10:17 น

    vit314

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เข้าใจครับ เอาใจช่วย แต่ใจเย็นๆนะท่าน
    2 พ.ย. 2551 , 00:42:02 น

    เข็ด

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จำไว้.......รถ VW
    เรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าศูนย์
    เรื่องใหญ่ๆ ห้ามเข้าศูนย์!!!!

    2 พ.ย. 2551 , 08:37:54 น

    ไม่เอาอีกแล้ว

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้วเข้าศูนย์วิภาวดี เช็คใหญ่เปลี่ยนราวลิ้น และอะไรอีกมากมาย ล่าสุดพอดีต้องเข้าไปทำอู่นอกเปิดราวลิ้นดู มีรอยยาวและสภาพยางไม่ดีแล้วต้องเปลี่ยนใหม่ ช่างนอกบอกว่า คงไม่ได้เปลี่ยนหรือเปลี่ยนก็เอาของเก่าใส่ โดนเต็มๆครับ ขอตั้งสันนิฐานว่า บริษัทอาจไม่รู้เรื่องแต่ช่างทำเอง โดยตีบิล เบิกของแต่ไม่เปลี่ยนให้ หรือเปลี่ยนโดยการสลับกับของเก่า ส่วนของใหม่ก็เอามาขายร้านข้างนอก  มีอีกหลายกรณีที่เข้าไปแล้วโดนสลับของ ถอดอุปกรณ์ เสียชื่อครับ ผมเชื่อว่าบริษัทไม่รู้เห็นด้วยหรอก  พวกเรารู้แล้วก็ไม่ต้องไปใช้บริการ หรือหาอู่นอกทำเลยครับ ขอแนะนำ
    2 พ.ย. 2551 , 12:12:57 น

    โก้

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ฮืม..เข้าใจความรู้สึกเลยหละเอ๋ วันก่อนพึ่งโทรคุยกันแหม๊บๆ โดยเข้าจนได้นะเอ๋ ผมเองก็โดยตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถเลยที่ ยนตระกิจบางแค..มาตรฐานการบริการที่แย่สุดๆ . จนไล่มาถึงยนตรกิจวิภาวดีโดนฟันไป 2.8หมื่นค่าแรง 6พันกว่าบาท ต้องจอดรถไว้เกือบ 10 วัน พอค่ำไปรับรถ ยังไม่ทันเข้าจอดหน้าบ้าน(อยุธยา)เหมือนเดิมทุกอย่าง เช้าต้องรีบกลับไปให้แก้งาน ปรากฎเสียไปอีก 750 บาทอาการที่เป็นก่อนเข้า0 หายสนิท ในใจคิดแล้วว่าโดนแล้วเรา 2.8หมื่นที่ยนตรกิจวิภาวดีมันทำไป มั่วสิ้นดีทำในสิ่งที่ไม่ได้เสียและไม่ต้องการให้ทำแต่มาโกหกเราว่าต้องทำอาการถึงหาย และก็ยังไม่เข็ดเข้ามาอีกหลายๆๆครั้ง โดยของแถมที่ไม่อยากได้มาทุกที ล่าสุดเข้าไปเช็คฟรี 25 รายการเมื่อปีที่แล้ว เช็คฟรีจริง 25 รายการ สำเนาก็อยูกับเรา พอกลับมาถึงบ้านอยุธยา วันรุ่งขึ้นจะไป สิงห์บุรี แวะเติมน้ำมันเช็คลมยางปรากฎ ในใบเช็คฟรีลงไว้ 30ปอนด์ ปรากฎเครื่องวัดได้แค่ 26 ปอนด์ทั้ง 4 ล้อ แถมล้ออะไหล่ท้ายรถใส่ไว้แบบส่งๆๆน๊อตที่ยึดก็ไม่ขัน ทำให้รถเมื่อวิ่งผ่านลูกระนาดยางจะกระเทือนดังตึ้งๆๆๆ ตลอด สายเซ็นเซอร์ (ไม่รู้เรียกถูกป่าว)ก็ลืมเสียบให้ ปรากฎ เข็มความเร็วไม่ขึ้น เข็มน้ำมันสวิงขึ้นลง ออกจาก0 ก็ต้องวนรถเข้า0 ไปให้แก้งานอีกรอบ และยังมีอีกเยอะนี่แค่เสี้ยวหนึ่งที่โดนมา และทุกครั้งจะไม่มีคำขอโทษจาก0 เลยแม้แต่คำเดียวในการให้บริการที่ชุ่ย และห่วยแตก  ซึ่งงานบริการจะต้องไม่มีผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าผิดพลายอาจะหมายถึงชีวิต ของเข้าของรถคันนั้น... เข็ดครับเข็ดมากๆกับยนตรกิจ...
    2 พ.ย. 2551 , 12:37:29 น

    B5 ภูธร

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     แบ่งปันความ__ต่อศูยน์vw  เห็นแต่เพื่อนๆเข้ามาแชร์ความรู้สึก__ต่อศูนย์vwกัน ผมเองก็เป็นคนนึงที่ใช้รถvw B5 ออกมาป้ายแดง ใช้เดือนแรก เชื่อมั้ยเกียร์หอน สังเกตจากเวลายกคันเร่ง   เดือนที่4 ปั๊มน้ำซึม อ้อลืมเล่า ตอนเกียร์หอนมันก็เคลมให้นะ เสียเวลาไปประมาณครึ่งเดือนเอง รับรถกลับมา ไม่นานมันก็หอนอีก ทีนี้มันเอาช่างเทคนิคจากเยอรมันมาฟังเองเลย เพราะมันให้เหตุผลว่าเกียร์ลูกนึงแพงมากๆ(หลายแสน)(แต่กูน่ะแสนสาหัส)ซื้อรถมาคันนึงล้านกว่า แล้วเจอแต่ปัญหา  จะเดินทางไกลทีกังวลอยู่ตลอด เพื่อนๆรู้มั้ยตอนเจอปัญหาเรื่องเกียร์รถหอน ผู้จัดการศูนย์มันพูดว่ายังไง มันพูดว่า คุณก็เปิดเพลงดังๆซิจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงเกียร์หอน ชั่วจริงๆ  สรุปเคลมเกียร์ไปสามลูก ยังมีอีกเยอะ ไว้ว่างๆจะมาเล่าให้ฟัง แต่โดยรวมVWเป็นรถที่ดี ทุกวันนี้ผมยกเป็นมรดกให้น้องไปแล้ว
    2 พ.ย. 2551 , 13:17:17 น

    เอ๋ B5

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ก่อนอื่นขอบคุณพี่โก้ที่เตือนและให้คำปรึกษานะเฮีย ซึ้งใจจิงๆ เข้ามาล่าข้อมูลล่าสุดครับ เมื่อเช้านี้ ช่างศูนย์เข้ามาแก้ให้ครับ ผลปรากฏว่าแหวนโอริง หลวมมันปลิ้นทำให้น้ำที่หม้อหายหมด แถมรั่วยังกะฝนตก ถามย้ำอีกครั้งว่าทำไมไม่ตรวจเช็คก่อน ช่างบอกตรวจแล้วครับ แต่อาจจะไม่เห็นตอนนั้น ผมงง เพราะขับมาไม่เคยเป็น ณ ตอนนี้ก็เป็นปกติแล้วครับ ผมเลยถามไปอีกรอบว่าแล้วน้ำยาหล่อเย็นที่ผมเสียเงินเติมไปแต่รั่วหมด เคลมให้มั้ย เงียบช่างบอกต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับรถเอง ฟังแล้วก็อึ้งครับ เพื่อๆที่เคยเจอมาแชร์กันนะครับ ช่วยกันครับไม่อยากให้มีคนเสียรู้เสียความรู้สึกอีก และสุดท้ายยืนยันคำพูดพี่โก้ครับ ไม่มีคำขอโทษหรือโทรเข้ามาถามเลย นอกจากเราต้องโทรไปจิกเองตลอด ขอบคุณครับสำหรับบทเรียนความชุ่ยครั้งนี้
    2 พ.ย. 2551 , 17:09:11 น

    เอ๋ B5

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ก่อนอื่นขอบคุณพี่โก้ที่เตือนและให้คำปรึกษานะเฮีย ซึ้งใจจิงๆ เข้ามาล่าข้อมูลล่าสุดครับ เมื่อเช้านี้ ช่างศูนย์เข้ามาแก้ให้ครับ ผลปรากฏว่าแหวนโอริง หลวมมันปลิ้นทำให้น้ำที่หม้อหายหมด แถมรั่วยังกะฝนตก ถามย้ำอีกครั้งว่าทำไมไม่ตรวจเช็คก่อน ช่างบอกตรวจแล้วครับ แต่อาจจะไม่เห็นตอนนั้น ผมงง เพราะขับมาไม่เคยเป็น ณ ตอนนี้ก็เป็นปกติแล้วครับ ผมเลยถามไปอีกรอบว่าแล้วน้ำยาหล่อเย็นที่ผมเสียเงินเติมไปแต่รั่วหมด เคลมให้มั้ย เงียบช่างบอกต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับรถเอง ฟังแล้วก็อึ้งครับ เพื่อๆที่เคยเจอมาแชร์กันนะครับ ช่วยกันครับไม่อยากให้มีคนเสียรู้เสียความรู้สึกอีก และสุดท้ายยืนยันคำพูดพี่โก้ครับ ไม่มีคำขอโทษหรือโทรเข้ามาถามเลย นอกจากเราต้องโทรไปจิกเองตลอด ขอบคุณครับสำหรับบทเรียนความชุ่ยครั้งนี้
    2 พ.ย. 2551 , 17:09:32 น

    vit314

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    องค์กรใหญ่ มีพนักงานทุกขั้นตอน  ลูกค้า(เจ้าของรถ) มีคนเดียว ต่อ หนึ่งคัน  เกิดเรื่องขึ้นมา ไล่ไม่จบง่ายหรอกครับ  ท่านที่ขยัน(แค้นมากๆ) กว่าจะจบผมว่านานแน่ๆ  
                            เห็นครับ**เห็นใจ**  อะไรมันก็แย่ แต่น่าจะใจเย็นไว้ครับ!!!!

    2 พ.ย. 2551 , 17:38:12 น

    ตึ๋ง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    นั่งซ่อมกันเองมันส์ก่าเน๊อะพี่วิทย์ เพลินๆ
    2 พ.ย. 2551 , 20:33:16 น

    ble222

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    พูดไประวังคนที่รัก 0 เชียร์ 0 เขาไม่พอใจเขาจะหาว่าสร้างความแตกแยกให้ชาว VW ได้ ก็คงได้แต่เอาใจช่วย ครับ และขอให้ผ่านเหตุการนี้ไปได้ด้วยดีครับ ต้องการความช่วยเหลืออะไร โพสถามในบอร์ดนี้ได้ครับ ทุกคนยินดีช่วยเสมอครับ
    2 พ.ย. 2551 , 22:01:53 น

    พอลล่า

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จิงอย่างพี่เบิ้ลว่า เดี๋ยวก็จะต้องมีคนมาบอกว่า
    " 0 ไม่ได้ไม่ดีทุกคน " แล้วไอ้คนไหนมันดีว่ะ
    " 0 ก็เป็นคนเหมือนกันต้องมีผิดพลาดกันบ้าง " เข้าใจว่าต้องมีผิดพลาดกันบ้าง แต่แม๋มไม่เคยแก้ไข
    " เรื่องดีๆของ 0 ก็มี ไม่เห็นเคยพูดถึงกัน " แล้วมันมีตรงไหนอ่ะไอ้เรื่องดีๆเนี้ย ไหนจะจ้องฟันหัว ไหนจะรอแทงข้างหลัง ไหนจะหลอกค่าบริการ
    ฯลฯ

    3 พ.ย. 2551 , 08:56:53 น

    หนูหริ่ง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมว่าเราซ่อมข้างนอกกันดีกว่าครับ อู่นอกเก่งๆๆก้มีเยอะครับ เรามีรายชื่ออู่นอกอยู่แล้วหาได้ในนี้ครับไม่ต้องกลัวครับอู่นอกมีอะไหล่เยอะทดลองเปลี่ยนได้ถ้าถม่หายเขาก็เอาออกครับไม่เสียตังค์ด้วย
    3 พ.ย. 2551 , 09:38:35 น

    rabbit

    • บุคคลทั่วไป
    RE: เรื่องเล่าจากยนตรกิจ วิภาวดี
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ความสะเพร่าหรืออุบัติเหตุเกิดได้ทุกที่ทุกศูนย์ทุกอู่
    แต่ทั้งนี้ทัังนั้นมันต้องอยู่ที่ความรับผิดชอบของอู่นั้นๆที่เรา
    เอารถเข้าไปรับบริการ
    โดยปกติถ้าเป็นความประมาทเลินเล่อของช่างด้วยแล้วทาง
    ผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบเต็มๆ
    แต่ถ้าเกิดจังหวะชำรุดของอุปกรณ์แจ็กพ็อตที่อู่ๆนั้น
    เหตุการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆกับรถเก่าๆแบบนี้ซึ่งทางอู่กลัวกันนัก
    เพราะเจ้าของรถจะไม่ค่อยยอมรับหรอกว่าเกิดจากรถเอง
    เหตุการณ์หลังนี้ถ้าจะเอาความรับผิดชอบของอู่คงต้องคุยเป็นกรณีไป
    แต่กรณีของคุณเอ๋ B5 อันนี้เกิดจากความเลินเล่อของช่างแน่ๆดังนั้น
    ทางศูนย์ต้องรับผิดชอบร้อยเปอร์เซ็นต์

    4 พ.ย. 2551 , 07:33:55 น