• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: T3 มาช่วยกัน  (อ่าน 2160 ครั้ง)

    ชัย -

    • บุคคลทั่วไป
    T3 มาช่วยกัน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    To คุณ T13
    แทบจะตัดประเด็นเรื่องยางแท่นเครื่องไปเลย ของผมเองตอนที่ยกเครื่องก็เห็นๆอยู่ว่า 4 ก้อน
    ที่รองเครื่องอยู่ 2 ก้อน สภาพแย่แล้ว ยังไม่มีอาการนี้ ที่ยังไม่เปลี่ยนเพราะยังไม่มั่นใจว่าจะปล้ำ
    สำเร๊จมั้ย และทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน
    ถ้า เครื่องยนต์ไม่สามารถเร่งรอบขึ้นได้ตามที่ควรจะเป็น ขณะมีภาระในสภาพปกติ
    กำลังเครื่องต้องตก
    แต่กำลังตก เกิดจากอะไรละทีนี้  ขอคิดก่อน  ขอถามอีกหน่อย
                      เป็นกระทันหัน หรือ ค่อยๆออกอาการ
    เอาง่ายๆก่อน
    1. เป็นเฉพาะรอบสูง ของทุกเกียร์ เร่งไม่ขึ้น  สั่นมากจนขาดความมั่นใจ..... โดยทั่วไป ระบบไฟแรงสูง
    เช่น   หัวเทียน  , สายหัวเทียน   เป็นจำเลยที่ 1 แต่โดยมาก  รอบต่ำมันก็มีอาการ.....เอออออออออ
              กินยาสามัญประจำบ้านก่อน
        หัวเทียน  ถอดตรวจดูเองไหวมั้ย ทีละตัวก็ได้ จะได้ไม่ต้องจำสายหัวเทียน
         เช๊คระยะห่างเขี้ยวด้วย ก่อนใส่คืนที่  , เปิดฝาจานจ่าย ดูเขม่าที่เขี้ยวทั้ง 4 ของสายหัวเทียนด้วย
         ถ้ามีก็ขูดมันออก    ไม่ต้องคิดมาก ช่างไหนๆ เขาก็ตรวจเช็คเบื้องต้นกันแบบนี้
    2. ถ้าวิ่งแล้วทำให้กำลังตก  ตามที่เล่ามา คลัชท์ไม่ลื่นแน่ เพราะถ้าคลัชท์ลื่นรอบเครื่องแซงหน้าความเร็ว
        ไปเยอะแน่ แต่ post ครั้งหลังนี้ บอกว่าพอสั่นแล้วรอบเครื่องสูงขึ้นนี่ซิน่าคิด........ก่อนหน้านี้
        ไปทำอะไรมาหรือเปล่า
    3. ตอบคุณกาลามัง
        ผมใช้วิธีเอาตัวอย่างส่งให้ร้าน อะไหล่ บอกรุ่น บอกปี ขอให้เขาเช๊คราคาให้ก่อน  แล้วสั่งเขาเบิก
       จากวรจักร ไม่ได้ไปตะเวนหาเอง  ถ้าไม่รู้จักกันเขาอาจจะขอมัดจำแต่ผมเป็นลูกค้าเก่ารู้จักบ้าน
       ก็เลยง่ายหน่อย  
               ปล.อยากเห็น T3 วิ่ง........ ถ้าหาสาเหตุเจอก่อนที่จะได้ติดต่อกันอีก บอกกันมั่งนะครับไว้เป็น
    ข้อมูล แต่ถ้าไม่หาย  ค่อยไล่กันอีกที

    [ 3 มี.ค. 2551 , 15:11:44 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณชัยที่ช่วยตอบปัญหาคาใจคนขี้สงสัยอย่างผม อย่างไม่รู้เบื่อ (รึเปล่าน้า)

    เรื่องของเรื่องคือ ท่อน้ำแตกครับ ไอ้อันที่มันลอดใต้พูเล่ (น่าจะเขียนผิด) นั่นละครับ
    ช่างต้องถอดพูเล่ครับ อันแรกที่ช่างเปลี่ยนมันเป็นเหลักท่อนนึงและพลาสติกอีกท่อนต่อกันด้วยท่อยาง
    (ไม่ชอบใจเท่าไหร่หรอกไอ้พลาสติกเนี่ยะ)
    แล้วก็เป็นเรื่องจนได้ วิ่งๆไปน้ำรั่วครับ หยดติ๋งๆที่น้าแปลนพลาสติกเลย ผมขันเข้าไปอีกนิด คราวนี้น้ำฉีดปรี้ดตามรูน้อตเลย
    เสร็จกัน พี่งใส่น้ำยาเข้าไปกระป๋องนึงตั้ง 350 ฉีดออกมาซะเยอะ ดับเครื่องก็เงียบ สตาร์ทก็ฉีดอีก

    ณ ตอนนี้อาการพ่วงคือ เปิดแอร์แล้วพวงมาลัยสั่น จอดติดไฟแดงก็สั่น ถ้าปิดแอร์หายสั่น
    รุ่งขึ้น อู่มาลากไปจากที่บ้านให้เลย (อันนี้ต้องให้เครดิตกับอู่ รับผิดชอบดีมาก) เอาท่ออันเดิมที่ถอดออก ข้างที่เป็นเหลืกมาประกอบให้ใหม่ ไม่ได้คิดเงินเพิ่ม
    ก่อนมาลากรถ ผมฝากบอกช่างว่าเปิดแอร์รถสั่น ช่างบอกว่าจะจูนเครื่องใหม่ให้ ผมบอกไม่ต้องจูน
    แต่สังเกตุ ว่ากดสายพานแอร์แล้วคอมพ์แอร์โยกมากผิดสังเกตุให้ช่วยดูหน่อย


    รับรถกลับมา สังเกตุว่าน้อตขาคอมพ์แอร์หลวมอยู่ 1 ตัว ไม่แน่ใจว่าเป็นสาเหตุรึเปล่า อ่ะขันมันจนแน่น โอเคเปิดแอร์ไม่สั่นละ
    แต่.... อาการเครื่องสั่นกระพือเมื่อรอบเร่งอยู่ในเกียร์ ได้กลับมาเป็นของแถม อย่างนี่ต้องเรียกว่าเป็นแบบกระทันหันครับ

    1. เรื่องไฟผมไม่แน่ใจ แต่ผมถอดหัวเทียนออกมาขัดทุกหัวแล้วครับ สภาพเผาไหม้แห้งสนิทดี แทบไม่มีเขม่า
    เอาแปรงทองเหลือง ขัดๆจนเอี่ยมใส่กลับไปใหม่ หัวเทียนเปลี่ยนใหม่ได้ไม่ถึง 4 เดือน ชุดสายหัวเทียนได้ 1 ปี
    เขี้ยวในฝาจานจ่ายก็เห็น เว้าเข้า เหมือนเดิม ขัดสะอาดดีแล้ว

    2. คุณชัยบอกคลัชไม่ลื่นแน่ ผมก็โล่งอกครับ เห็นด้วยกับสมมติฐานคุณชัย ส่วนไปทำอะไรมาก็อย่างที่บอกละครับ

    นอกนั้นผมก็ไม่ทราบว่าช่างทำอะไรอีกบ้าง คราวนี้ถ้าไม่ใช่คลัช ยางแท่นเครื่อง แท่นเกียร์ ละมันจะเป็นอะไรกันละนี่

    ปล. รอบต่ำเครื่องเดินเรียบปกติ แต่สายพานไดชาร์ทตึงเปรี้ยะ ช่างตั้งมาซะตึงเปรี้ยะเลย  แถมน้ำกรดทะลักออกมานองคานรถเลยครับ

    3 มี.ค. 2551 , 16:00:37 น

    ชัย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    น้ำกรดแบตฯ มันอันตรายมากนะครับ กัดทุกอย่าง เยื่อในปอดเราด้วย แบตฯก็อยู่ในห้องโดยสาร
    ซุ้มที่วางแบตฯจะเสียหายก่อน ลามไปกัดทุกจุดที่มันไหลผ่าน ที่สำคัญ ไอของน้ำกรดที่เข้มข้น
    สามารถติดไฟได้ด้วย เคยเจียรเหล็กใกล้ๆ มันระเบิดออกทางรูหายใจดัง ปุ กลับมาแก้เรื่องนี้ ก่อน
    ดีกว่า ถ้าปล่อยไว้ แบตฯพัง ปอดแย่  
             สายพานที่ตึงมากไป หย่อนหน่อยดีกว่าครับ สงสารลูกปืนปั้มน้ำ อายุจะสั้น สเปคความ
    ตึงของสายพานต่างๆในรถรุ่นเก่าแบบนี้ มีทุกยี่ห้อครับ ถ้ารุ่นใหม่เค้าอัตโนมัติ
                     ผมเองนะ ถ้าหาสาเหตุไม่เจอก็นอนไม่หลับหรอกครับ

    3 มี.ค. 2551 , 16:24:14 น

    กาลามัง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    วันนี้เอารถเข้าอู่เพื่อยกครัช...อ่วมเลยครับ
    ตอนแรกนึกว่าแค่เปลี่ยนซีลท้ายเครื่อง(ไม่กี่ร้อย) พอรื้อออกมาปรากฎว่า ครัชหมดเกลี้ยง หวีครัชเป็นรอย ลูกปืนหมดสภาพ ซีลที่ว่าจะเปลี่ยนกลับไม่เป็นอะไร อย่างงี้ต้องเปลี่ยนชุดใหญ่โดนไปหลายพัน
    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพึ่งเอารถไปทำแอร์ทั้งหน้าและหลัง(ใหม่เกือบทั้งหมด) โดนไปอีกหลายพัน(อีกแล้ว) ม่ายหว่ายๆ เดือนนี้เงินเหลือไม่พอกินแล้วครับ เพิ่งจะต้นเดือนด้วย
    ยางแท่นเครื่องถามที่ร้านมีครับ ตัวละ 750 บาท ใช้ 4 ตัว รวม 3,000 บาท (ไว้ก่อนก็ได้มั๊ง เดี๋ยวเดือนอื่นไม่มีอะไรให้ทำ) ยางแท่นเกียร์ไม่มีต้องเบิกห้าง ยังไม่รู้ราคาว่าเท่าไหร่ครับ

    4 มี.ค. 2551 , 16:41:58 น

    T13

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตัวละ 750 ...   ปล่อยให้มันสั่นต่อไปดีรึเปล้าน้อ  
    .. เมื่อวานเอารถไปให้ช่างทดสอบแล้วครับ ช่างบอกว่ายางแท่นเครื่องมันแข็งแล้ว ทำให้กระเทือนที่รอบสูง

    ก็ยังไม่ค่อยเชื่อนะ เพราะจู่มันก็เป็นขึ้นมาน่าตาเฉย หลังจากรับรถกลับมาจากอู่
    ยิ่งคุณกาลามังบอกเปลี่ยนสี่อันสามพัน แต่ก็จะหาสาเหตุต่อไป  เจอเมื่อไหร่ผมจะมาบอกครับ

    5 มี.ค. 2551 , 08:02:38 น

    T13

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถามคุณกาลามัง  อาการก่อนที่ครัชหมดเกลี้ยงเป็นยังไง  แล้วราคาเปลี่ยนชุดครัชเท่าไหร่ครับ  

    สำหรับเรื่องน้ำกรด ตอบคุณชัยผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงล้นออกมาได้ทั้งที่ระดับน้ำกรดไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายเดือนแล้ว  
    ตอนนี้ต้องเอาขวดแชมพูใช้แล้วของลูกมารองแทน  กลัวมันไหลไปกัดเหล็กในรถอีก

    5 มี.ค. 2551 , 08:13:29 น

    กาลามัง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ง่ายๆ เลยครับ อาการวิ่งไม่ออก ขับอยู่ดีๆ ไม่ได้เหยียบคันเร่งเพิ่มแต่รอบเครื่องกวาดขึ้นสูงจนตกใจ ต้องถอนคันเร่งให้รอบลงมาก่อนจึงเหยียบคันเร่งต่อครับ ยิ่งตอนขึ้นสะพานหรือจะเร่งแซงไม่มีแรงเอามากๆ รอบเครื่องแซงความเร็วไปเยอะครับ เหมือนกับเราเหยียบคลัชแล้วเบิ้ลเครื่องอ่ะครับ ตอนแรกเป็นที่เกียร์ 4-5 แต่ตอนนี้เป็นตั้งแต่เกียร์ 2 แล้วครับ เลยต้องทำซะทีเดี๋ยวจะลามกันใหญ่

    ที่บอกว่าครัชหมดเกลี้ยงผมก็ยังไม่ได้ไปดูนะครับ ให้เพื่อนใจดีช่วยเอารถไปทำให้ที่อู่ พอรื้อเสร็จแล้วโทรมาบอกว่า "คลัช - หวี - ลูกปืน" เท่านั้นแหละครับ (เหมือนเสียงสะท้อนอยู่ในหู) งานเข้า...ชุดใหญ่แน่ๆ (ชุดยกคลัชแยกซื้อได้รึป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไม่ได้ครับ)
    ค่าเสียหายดังนี้ครับ
    1. ชุดยกคลัช (ชุดใหญ่) แผ่นคลัช หวีกดคลัช ลูกปืน รวมเป็น 1 ชุด 5,800 บาท (ราคาลดแล้ว ราคาเต็ม 6,500 บาท)
    2. ซีลท้ายเครื่อง 1 ตัว 350 บาท (แนะนำให้เปลี่ยนไปด้วย)
    3. โอริงท้ายเครื่อง 1 ตัว 85 บาท (แนะนำให้เปลี่ยนไปด้วย)
    4. ค่าแรงที่อู่ยังไม่ทราบ
    5. ค่าแรงเพื่อนใจดี แบกชุดยกคลัช (หนักพอควร) พร้อมจ่ายเงินให้ก่อน เอาคำขอบคุณไปก็พอแล้ว

    ตอนนี้ยกเครื่องลงมากองไว้ที่พื้นมีอะไรที่ต้องทำอะไรกับเครื่องบ้างรึป่าวครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ จะได้ทำทีเดียวเลย ว่าจะเอาเครื่องไปล้างซะหน่อยมันด๊ำดำ ล้างแล้วจะเป็นอะไรรึป่าวครับ

    เรื่องน้ำกรดในแบต มันมีโอกาสเดือดแล้วล้นได้รึป่าวครับ เหมือนเคยได้ยินว่าถ้าแบตผิดปกติแล้วมันจะเดือด อันนี้ฟังเค้ามาอีกทีนะครับ

    5 มี.ค. 2551 , 09:23:55 น

    ชัย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถึงคุณ T13
    อันว่าน้ำกรดเดือด สาเหตุที่เคยพบมา คือระบบควมคุมไฟชาร์ทมันผิดปกติ ที่เรียกว่า
    โอเวอร์ชาร์ท เคยเห็นมันพ่นไอออกมาอย่างกับหวูดรภไฟ ทั้ง 6 ช่อง
    หรือไม่ก็เติมน้ำกลั่นมากกว่าระดับที่กำหนด
    มาไล่กันอีกนิดสำหรับเครื่องสั่น เพื่อให้มันหมดเรื่องทางระบบไฟไปเลย
    ผมมองดูแล้ว(จากรถผมเอง) ตอนช่างถอดมูเล่หน้าเครื่อง ไม่แน่ใจว่าช่างอาจจะขยับ
    จานจ่ายหรือเปล่าน้อ.......เพราะมันอาจเกะกะเครื่องมือเค้าแล้วไม่ได้ตั้งกลับให้เข้าที่
    ไฟอ่อน ไฟแก่ มีผลให้กำลังเครื่องตกด้วยนะครับ
    สำหรับคลัชท์หมด อาการนี้ใช่เลยครับ

    5 มี.ค. 2551 , 16:13:53 น

    T13

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    โอเวอร์ชาร์ท น่าจะเป็นอย่างที่คุณชัยว่าครับ ผมก็ลืมบอกช่างไป คงต้องกลับไปอีกรอบ  

    เทียบกับวูดรถไฟนี่เห็นภาพแล้วสยองเลย  สำหรับจานจ่ายหลังจากถอดมาขัดเขม่าคงเข้าที่แล้ว

    แต่เรื่องไฟอ่อน-แก่นี่ ผมคิดว่าใกล้ประเด็นมากเลย เพราะรถผมกำลังมีปัญหาเรื่อง แบตๆ ชาร์ทๆ อยู่พอดี

    พอจะมีคำแนะนำเรื่องการตั้งไฟจานจ่ายไหมครับ  ผมยังไม่เคยทำ แต่คิดว่าทำได้ อ่อน-แก่ตั้งยังไง ?

    5 มี.ค. 2551 , 16:30:54 น

    P51D

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอทราบด้วยคน ไฟอ่อนแก่มีผลอย่างไร...เพราะก่อนหน้านี้รอบเดินเบาสูง 1100 - 1200 รอบ/นาที ปรับเดินเบาไม่ได้ แต่เครื่องแรงดี ออกตัวเกียร์1กระโดดเลย แต่ตอนนี้ช่างตั้งปรับตั้งจานจ่ายใหม่รอบเดินเบาตกลงมาอยู่ที่ 800 รอบแต่ไม่นิ่ง มีรอบเครื่องสวิง 600 - 800 ตลอดแล้วบางทีก็ดับไป( เดินเบาด้วยแก๊ส )...กระโดดไม่ออก
    5 มี.ค. 2551 , 19:05:01 น

    ชัย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อยากเสริมอีกนิด
    อาการของคลัชท์ ที่ผิดปกติ ตามภาษาของผม ผมแบ่งเป็น 3 เรื่อง
    1 คลัชท์ เต้น......ชะชะช่า.....
    อาการหลักๆคือ ออกรถเครื่องจะเต้น ปังๆๆๆๆๆ
      1.1 พบมากในเรื่องน้ำมันเกียร์รั่วผ่านซีลเฟืองเกียร์แล้วไหลมาเปี้อนแผ่นคลัชท์ ,
    หวีคลัชท์ ทำให้หวีคลัชท์กดแผ่นคลัชท์ไม่อยู่ (ต้องการความฝีดดันลื่น)
      1.2 ถ้าเดิมไม่มีอาการ พอเปลี่ยนปุ๊บ เป็นปั๊บ ผู้ต้องสงสัยคือ ผ้าคลัชท์ไม่ได้คุณภาพ (ของเทียม)
    ถ้าบวกกับฟลายวีลไม่เรียบ หวีคลัชท์ไม่เรียบ ยางแท่นเครื่องเริ่มเสื่อม  ยิ่ง go so BIG
    2 คลัชท์ลื่น .....เครื่องวี๊ด แต่ความเร็วรถไม่ขึ้นตาม
      2.1 สัญญาณบอกเหตุ ผ้าคลัชท์สึกจนเกือบหมด เกิดจากสึกตามสภาพใช้งาน เลี้ยงมากก็สึกมาก
    ปล่อยไว้ก็ลุกลามถึงหวีคลัชท์ที่จะโดนหัวหมุดย้ำของผ้าคลัชท์กัดจนเสียหายไปด้วย
      2.2 หวีคลัชท์หมดแรงกด (ความเป็นสปริงมันล้า) แต่ไม่ยอมเปลี่ยน เอาประหยัดเปลี่ยนแต่แผ่น
    อย่างเดียว โดยมากเกิดจากคนอย่างผมนี่หละ เพราะคิดว่ามันยังน่าจะพอไหว ตอนแผ่นไหม่ผ้าเต็มๆ
    ก็พอไหว สักพักก็ออกอาการ  แค้นตัวเองจริงๆ แต่ทำไงได้ตอนนั้นไม่มีงบฯ
    3  คลัชท์ดัง ผิดปกติ
       3.1 มีเสียงดังเก็กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหยียบคลัชท์แล้วเงียบ , เหยียบแล้วดังวี๊ดๆ อันนี้ก็ไว้ใจ
    ไม่ได้ พบบ่อยในลูกปืนหมดสภาพ เหตูเพราะลุยน้ำท่วม ผู้ต้องสงสัย คือ ลูกปืนคลัชท์ , สปริงแผ่นคลัชท์
       3.2 เหยียบคลัชท์แผ่วๆ ดังวี๊ด เหยียบมิดแล้วเงียบ โอ้ย......มึนจังงง.......แต่เหตุพวกนี้พบบ่อยที่สุด
    เก็บไว้เผื่ออยากทดสอบจะได้มีข้อมูลไว้ปรึกษากับคุณหมอประจำตัวของเธอครับ

    6 มี.ค. 2551 , 11:31:47 น

    ชัย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถึงคุณ T13
    ไฟอ่อน แก่ ที่กล่าวถึงคือเรื่องของระบบจุดระเบิดครับ ที่จานจ่ายนั่นละ ไม่เกี่ยวกับเรื่องชาทร์แบตฯนะครับ
    ไฟอ่อน...ไฟแก่......อืมม....ปกติเครื่องยนต์จะถูกกำหนดให้มีการจุดระเบิด ก่อนที่ลูกสูบจะขึ้นสูงสุดของจังหวะอัด สมมุติ ที่ 10 องศาก่อน TDC (สมมุติตัวเลขนะครับ)นั่นคือจุดที่ดีที่สุดที่วิศวกรออกแบบไว้
    สำหรับเครื่องรุ่นนั้นๆ อธิบายยากมากครับ สำหรับรายละเอียด ผมไม่ถนัดทิษฎีด์ครับ
    แต่ถ้าตั้งน้อยกว่า 10 องศาไฟก็จะเป็นไฟอ่อน  ถ้าตั้ง ให้มากกว่า 10 องศา จะเป็นไฟแก่ ....ก่อนอื่นต้องรู้เสปคเครื่องก่อนว่าต้องการให้ตั้งที่ องศาเท่าไร -  รอบเครื่อเท่าไร ตอนเดินเบาฯ
    แต่ก่อนอื่นอยากให้เห็นเสป๊คเครื่องจังเลย มันแปลกๆ จะทำไงดี มันเป็น PDF ช่วยบอกวิธีเอามาลงในpost นี้ให้หน่อยครับผมไม่ถนัดกับเทคโนฯพวกนี้
    มาเล่นกันแบบบ้านเราดีกว่า (ไม่ดีกว่า แต่ ใช้ได้) พอนึกออกมั้ยว่าเครื่องหมุนทางไหน? หัวนกกระจอกหมุนทางไหน? ตามเข็มนาฬิกา หรือ ทวนเข็ม ถ้าจำไม่ได้เปิดฝาจานจ่าย  ถ้าหมุนตัวเรือนจานจ่ายตามนกระจอกไปเป็นไฟอ่อน ทำกลับกันเป็นไฟแก่
    ประกอบกับเข้าที่ ติดเครื่อง วอมท์ให้อุ่นดีแล้ว ดับเครื่อง หาอะไรมาร์คตำแหน่งจานจ่ายเดิมไว้ก่อน คลายน๊อตล๊อคที่คอจานจ่ายพอให้หมุนได้หนืดๆ (น๊อตเบอร์ 10)
    ติดเครื่องอีกครั้ง เริ่มจากบิดตัวจานจ่าย
    ตามนกกระจอกไปก่อน ช้าๆ ใจเย็นๆสังเกตุ รอบเครื่องจะตกลง เร่งเครื่องด้วยเบาๆ สัก 2000 รอบ จะเร่งไม่ค่อยขึ้นตอบสนองช้า บิดกลับที่เดิม ต้องเหมือนเดิม รอสังเกตุอาการสักเดี๋ยว ทีนี้ทำกลับกัน  บิดทวนนกกระจอก สังเกตุ รอบเครื่องจะสูงขึ้นถ้าบิดไปอีกเรื่อยๆเครื่องจะเริ่มสะดุด บิดกลับที่เดิม ต้องเหมือนเดิม ทีนี้เราสงสัยว่าที่ตั้งไว้เดิมมันอ่อนไป หรือ แก่ไปใช่มั้ย พอดีหรือเปล่า มันก็ขึ้นกับ เชื้อเพลิงที่เราใช้ละครับ  91 , 95 , LPG . โซฮอล์ อะไรประมาณนั้น
    เอาง่ายๆไม่ต้องใช้เครื่องมือไฮเทคฯ ถ้าคิดว่าเรามันอ่อน ก็ทำให้มันแก่ ขึ้นสักนิดแล้วทดลองวิ่งดู ถ้าดีขึ้นก็โอเค ถ้าแย่ลงก็กลับที่เดิม ช่างคงตั้งไว้ดีแล้ว ก็ลองมันทั้งทำให้อ่อน  ให้แก่จะเป็นไรไป แต่ห้ามลืมตำแหน่งเดิมก่อนเล่นเด็ดขาด แล้วก็น๊อต ต้องล๊อคแน่นก่อนทดลองด้วยทุกครั้ง  
    คุณ P51D ต้องขอโทษครับเรื่องปรับรอบแก็สผมไม่ถนัด เพราะของผมยังไม่ติดแก๊ส(หาตังค์อยู่) แต่อาการเหมือนของผมตอนคาร์บูตัน..เปี๊ยบเลย เออ....แล้วคลัชท์เต้นหายยัง ช่างบอกเป็นอะไรครับ
    (นึกภาพหน้าตาอยากรู้อยากเห็นๆๆๆๆๆๆ)

    6 มี.ค. 2551 , 13:49:50 น

    กาลามัง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ เกิดอาการใหม่อีกแล้วครับ
    เฮ้อ...หลังจากเมื่อวานทำคลัชเสร็จเรียบร้อย ตอนเย็นเพื่อนใจดีจะขยับรถไปจอดให้เรียบร้อยก็เกิดอาการสตาร์ทไม่ติดขึ้นมาอีก มีเสียงดังแก๊กแล้วก็เงียบไป ต้นเหตุหลักน่าจะมาจากไดสตาร์ท (แบตเปลี่ยนไปไม่ถึงปี) เพื่อนใจดีลองเอากระบองเคาะดู (ไม่รู้ว่าแรงซักแค่ไหน) แล้วไปสตาร์ทที่นี้ก็สตาร์ทติดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างงี้ผมต้องทำอย่างไรกับไดสตาร์ทดีครับ

    อีกอาการเมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมไปเอารถกลับจากทำแอร์ก็สตาร์ทติดปกติ แต่มีเสียงดังแต๊กๆๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เร่งเครื่องก็ดังถี่ตามรอบเครื่อง ขับไปเติมน้ำมันพอเสร็จก็ลองสตาร์ทอีกทีเสียงแต๊กๆๆๆ ก็เงียบไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าเป็นเสียงอะไรอ่ะครับ

    เฮ้อๆๆๆๆ 2 เดือนนี้โดนค่าซ่อมรถไปเกือบจะ 2 หมื่น หมดแรงซ่อมแล้วครับ

    6 มี.ค. 2551 , 14:49:04 น

    ชัย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ใจเย็นๆครับ อาการต่อเนื่องมักมาเสมอกับเธอคนที่อายุมาก กลัวเลอะหรือเปล่า พอนึกภาพออก ยกเครื่องลงเปลี่ยนคลัชท์ช่างต้องถอดขั้วแบตฯแน่ๆ แล้วก็มุดลงไปถอดสาระพัด ตอนประกอบก็จะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆมอเตอร์สตาทร์ เชื่อว่าขั้วแบตฯอาจไม่แน่น
    ที่แบตฯ อีกด้านของสายไฟนั้น ต่อเข้ากับมอเตอร์สตาทร์ อาจไม่แน่นเช่นกัน แต่ ยกเครื่องไม่ต้องถอดมอเตอร์สตาทร์อยู่แล้วเพราะมันติดตั้งอยู่ที่เกียร์ แต่อาจมีอะไรๆจากความใกล้ชิดของช่างที่เข้าไปใกล้มันอย่างหลีกเลื่ยงไม่ได้ และยังมีสายไฟเส้นเล็กอีกเส้นหนึ่งร่วมขบวนการคือเส้นที่มาจากสวิชท์กุญแจ เป็นหัวเสียบอาจหลวม
    มุดดูครับลองขยับดูหน่อย น่าจะพอหาสาเหตุได้ ความหนักของการเคาะก็ประมาณตีหัวคนให้แตกแบบยั้งๆ นะครับ
    อีกอาการผีคงออกไปแล้ว โดยมากผีมักจะออกตอนอยู่ต่อหน้าช่าง แล้วเข้าตอนเราใช้งาน .....น่ากลัว เพราะทำให้เราเสียเงินเปล่าๆ เพราะซ่อมผิดที่......เฝ้าดูอาการอีกหน่อย

    6 มี.ค. 2551 , 16:03:13 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T3 มาช่วยกัน
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    บรรยายเห็นภาพชัดเลยครับคุณชัย   :)  ขอบอกว่าชอบสำนวน "ประมาณตีหัวคนให้แตกแบบยั้งๆ "  

    อันนี้นึกเล่นๆยังไม่ออก ถ้าแตกจริงแสดงว่า น่าจะล่อกันแบบไม่ยั้งละนั่นน่ะ

    อันเรื่อง post PDF  นี่ผมจำได้ว่า อาจารย์หม่องฯ แกสร้าง yahoo mail เอาไว้ให้พวกเราไปโพสและโหลดข้อมูลกัน

    แต่ผมจำยูสเซอร์เนมไม่ได้แล้วขอหาก่อน  .. T3 ป่วยทีนี่ เจ้าของแทบจะป่วยด้วยซะจริง คุณกาลามังซ่อมทีละสองหมื่น

    ผมฟังแล้วให้ใจแป้วซะกระไร ตั้งแต่ซื้อมาซ่อมแพงสุดก็หมื่นเดียวคือเปลี่ยนชุดลูกหมากครับ  และตั้งแต่นั้นมา

    เวลารถกระเด้งโยกไปตามคลื่นถนน แต่ก่อนก็ออดแอดๆ ตอนนี้ดังกัก กักปานรถจะหักครึ่งยังไงยังงั้น

    จำได้ว่าอ่านในบล็อกคุณโชติบอกว่าอาการแบบนี้แสดงว่าเป็นบูชปีกนกบนปลอม ผมจำได้อย่างนั้นนะ ถ้าจำผิดอย่าว่ากันนะคุณโชติ


    ขอเป็นกำลังใจให้คุณกาลามังและคุณ P51Dให้รถกับกระเป๋าตังค์เจ้าของ กลับมาสมบูรณ์ได้ไวๆ  

    6 มี.ค. 2551 , 17:36:02 น