• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น  (อ่าน 453 ครั้ง)

    T13 -

    • บุคคลทั่วไป
    สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมใช้ตู้ T3 ครับ เปลี่ยนสายเบนซิน สายแวคคั่มทั้งหลายแหล่  เปลี่ยนมีเปลี่ยนเปล่าเอากาวปะเก็นโปะปลายแต่ละข้างอีกต่างหาก
     คาร์บู 34 pict 5 ครับ จูนดีแล้ว วิ่งยาวๆความเร็วสัก 80 มีน้ำเกาะตัวคาร์บูเต็มเลยครับ  แต่ข้องใจ..สตาร์ทรถทีไร คนข้างๆ บอกเหม็นกลิ่นน้ำมัน.. ผมพลาดตรงไหนครับ ...ช่วยทีเหอะ

    [ 26 ก.ค. 2550 , 13:30:58 น

    เณร

    • บุคคลทั่วไป
    RE: สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ลองดูโช็คไฟฟ้าที่ปากคาร์บูว่ามันเปิดดีหรือปล่าวถ้ามันปิดมากเกิน ตอนเครื่องเย็นมันจะดึงนํ้ามันเข้าไปหนาเกิน(เฉพาะตอนเครื่องเย็น) ส่วนกาวทาประเก็นไม่ควรทากับสายแว็คกับสายนํ้ามันเลยเดี่ยวมันหลุด ไปอุดระบบหากันแย่เลยถ้าเราใช้สายนํ้ามันกับสายแว็คดีๆมันก็จะไม่ รั่วหรือซึมแน่นอนยิ่งพวกกาวซิลิโคนมันไม่ถูกกับเบนซิลมันโดนเบนซิล แล้วบวมเหมือนเอายางหนังกระติกไปแช่นํ้ามันก๊าซไปอุดในระบบสาย นํ้ามันควรหาของคอนติเนตัลที่เป็นผ้าถักหุ้มหล่อติดมากับสายนํ้ามันมาเลย ก็ดีโฟค์ลใช้สายยี่ห้อนี้เป็นหลักเสียบเข้าท่อไปต้องรัดเข็มขัดก็ดึงแทบ ไม่ออกแล้วสายนํ้ามันคุณภาพตํ่าเป็นต้นเหตุของไฟไหม้รถเต่าเมื่อสมัย ก่อนมากที่สุด
    27 ก.ค. 2550 , 01:17:26 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณ คำแนะนำที่ดีมากๆครับ เหมือนคุณเณรมองเห็นรถผมเลย  .. สายถักข้างนอกหายากจริงๆครับ แต่ผมก็พยายามไม่ใช้สายธรรมดา
    ตามประสาต้ัองการให้อุปกรณ์ทุกชิ้นเหมือนต้นฉบับมากทีีสุดครับ
      คุณเณรครับ ที่คุณเณรบอกไว้นั้น ผมมีปัญหาอยู่อย่างครับ คือว่าคาร์บู 34 pict 5  มีที่จูนโชคด้วย ซึ่งน้อตครอบมันหลุดหายไปเหลือแต่แกนจูน
    ผมไม่ทราบวิธีการจูนตัวนี้เลยครับ  ส่วนน้อตครอบโชคอีกสนามตัว ผมก็คลายออกมาพอสมควรแล้วครับ
      รบกวนถามเพิ่มว่า ผมควรทำอย่างไรกับอุปกรณ์ดังกล่าว ตาม link ที่ผมเคย post เอาไว้ครับ
    http://www.vwshowtime.com/board/phpPickUp.php?qID=22417

      รบกวนอีกทีนะครับ

    31 ก.ค. 2550 , 00:02:43 น

    เณร

    • บุคคลทั่วไป
    RE: สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตอนเช้าหรือเครื่องเย็นสตาทส์ยากไหมถ้าไม่ยากก็หมุนฝาข้างทวน เข็มนาฬิกาจนโช็คเปิดสุดแล้วล็อกแต่ถ้าติดยากก็หมุนให้เกือบปิดหมดแล้วล็อก แล้วลองเปิดกุญแจไม่ต้องสตาทส์จับเวลาดู1นาทีต้องเปิดหมดส่วน น็อตต้องทําเกลียวให้ดีแต่ถ้าไม่ไหวใช้ตะปูควงใหญ่กว่าเกลียวเดิม หน่อยไขอัดแทนก็ได้
    31 ก.ค. 2550 , 01:09:36 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: สตาร์ทรถแล้ว มีกลิ่น
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตอนเช้าสตาร์ทติดง่ายครับ แต่ผมก็ทำตามที่คุณเณรให้ลองแล้วนะครับ ถูกต้องตามที่บอกทุกอย่างครับ
    ไว้ 1 นาทีปีกผีเสื้อเปิดหมดครับ  ตอนนี้ผมเลยคลายเกลียวน้อต 3 ตัวเอาไว้หน่อยๆ แล้วครับ

    ___ ทีนี้อาการใหม่ครับ    พาญาติโยมไปถวายเทียนบนดอยครับ  เติมแกสโซฮอล์ไป 500 (ก่อนนั้นเติมอยู่ในถัง 500 แล้ว)  
    พอกลับลงมาจอดทิ้งไว้ 2 วันครับ  กลายเป็นสตาร์ทติดยากไปซะงั้น  
    พอสตาร์ทติดถ้าเหยียบคันเร่งเบิ้ลติดกันสองครั้ง  มันพาลจะดับซะงั้น  ต้องเร่งแล้วปล่อย  แล้วค่อยๆเร่งใหม่
    ถ้าเหยียบปล่อยติดกัน เป็นต้องมีอาการจะดับ แถมมีเสียงตดด้วย...     ผมถอดหัวเทียน จานจ่าย ออกมาทำความสะอาด
    เช็คแบตเตอร์รี่ ก็เรียบร้อยดีครับ ขนาดผมถอดหม้อกรองอากาศออก ก็ยังมีอาการนี้อยู่  
     ผมก็เดาอยู่อย่างเดียวเลยคือ ถ้าไฟถูกต้อง ไม่ชื้น  อากาศโฟลวดี  ปัญหาต้องอยู่ที่น้ำมันไม่ถูกต้องแน่เลย  
    ... อันนี้ผมวิเคราะห์เอาเองนะครับ ไม่แนใจว่าจะตรงประเด็นหรือเปล่า และยังไม่มีวิธีแก้เลยครับ
    ____ เพิ่มเติมครับ น้ำมันในกรองเบนซินมันมีอยูนิดหน่อยเองนะ ไม่เหมือนตอนเติม 95 จะมีอยู่เกือบเต็ม..
    ____ คุนเณรครับ รบกวนอีกทีเถอะครับ ผมจะจัดการยังไงต่อดีครับ..

    (ผมต้องขออภัยที่เว้นช่วงตอบนานไปนิดครับ)

    6 ส.ค. 2550 , 12:56:15 น