จริงๆแล้วการให้บริการแต่ละบริษัทฯก็มีมาตรฐานอยู่แต่ไม่แตกต่างกันเท่าไร สำคัญที่ตัวบุคคลอันนี้ควบคุมอยากมากครับ กรณีการจัดซ่อมจัดเปลี่ยนหรือการชดใช้ค่าเสียหายต่างๆจะอยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์ ถ้าเป็นไปได้ก่อนทำประภัยควรคำนึงถึงการบริการ และเงื่อนไขเป็นหลักสำคัญ อย่าคิดว่าเบี้ยถูก ก็เลือกอันนั้นพอปัญหาเกิดก็มาด่าว่ากัน คุณศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนซิครับ เราเข้าใจนะว่ารถคุณเสียหายก็ต้องการทุกอย่างที่ดีที่สุด แต่หากคุณลองคิดกลับกัน เบี้ยประกันเช่นรถกระบะคันหนึ่งเกินหมื่นแปดคุณก็ร้องแล้ว (ต่างประเทศเบี้ยต่อปีเป็นแสนครับแต่เขาบริการสุดยอดครับเปลี่ยนรถใหม่ยังได้เลย)เกิดชนมาหน้าสักแทบคุณว่าเกินสองหมื่นไหม ไม่มีเหตุสิ้นปีก็เก็บสีรอบคัน ฉนั้นไม่อยากให้ทุกคนมาพูดแต่เรื่องเบี้ยที่คุณจ่าย ลองคิดถึงค่าซ่อมที่บริษัทฯเขาจ่ายให้คุณบ้าง ถามนิดคัรบ คุณทำประกันเพื่ออะไร...การทำประกันภัยทุกกรมธรรม์เขาทำเพื่อบรรเทาทุกข์อันอาจจะเกิดครับ ไม่ใช้ทำไว้เพื่อรักษารถหรือบำรุงรถหรือหาผลประโยคจากการเกิดเหตุถ้ารถเกิดเหตุชนแล้วคุณไม่มีประกันคุณจะทำอย่างไร เก็บไว้ก่อนยังไม่ซ่อม ชิ้นส่วนที่ควรเปลี่ยนก็ซ่อมไปก่อน นี้คืนนิสัยคนไทยลองมองดูให้ต่างคนต่างก็มีต้นทุกการจัดการ แล้วระหว่างคนที่ทำประกันกับบริษัทที่รับประกันใครต้นทุนสุงกว่ากัน แล้วกฏหมายที่จะมาบังคับใช้ในเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายส่วนรถยนต์ผมก็แปลงไม่มีครับ และไม่มีใครคิดจะทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าสมาคมอู่กลาง(เสื้อกระดาษ) คปภ.+สมาคมวินาศภัย(บ้าความคิดบ้าน้ำลายหาแต่กะตังบำรุงลำใส้) การทำประกันไว้ดีครับถ้าไม่คิดที่เอาคืนมากขอแค่ดูแลไม่ให้บริษัทเอาเปียบเราขอแลเราตามเงือนไขที่ตกลงไว้ก็พอ สิ่งที่ท่านต้องดูหน้าตารางกรมธรรม์ ช่อง1ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ช่อง2 รถยนต์เสียหาย สูญหาย ไฟไหม้ ช่อง3ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย เงื่อนไขทุกๆข้อเพื่อตัวท่านเอง (ถ้าให้ดีรถไม่เกินสามปีซื้อเบี้ยซ่อมห้างเลยครับคุ้มกว่า) ไม่ต้องไปเชื่อคำพูดตัวแทนนายหน้ามากครับเขาได้ค่าคอมฯ ศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์แล้วท่านจะมีความคิดและเข้าใจประกันภัยมากขึ้นครับ รักพี่น้องชาวไทย
16 ส.ค. 2553 , 10:32:05 น