• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: รายงานจากปลัดแก่"เวนโต้แก๊ส"ก้าวสู่เดือนที่5  (อ่าน 2007 ครั้ง)

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ติดตั้งโดยช่างไฟฟ้ารถยนต์ที่มีประสบการณ์ด้านการซ่อมได-มอร์เตอร์ มีความรู้ด้านช่างพอประมาณ หุ่นม่อต้อมะขามข้อเดียวใจเย็นยิ้มง่ายไม่หขี้หงุดหงิดที่ชื่อ “นาวิน” ราคาติดตั้งในขณะนั้นหมื่นสามปลายๆ ชุดติดตั้งเป็นระบบแก๊สรถยนต์แบบพื้นฐาน(Mix Fixer) ตัวปรับความดันแก๊ส(Vaporizor)ที่เรียกกันว่าหม้อต้มเลือกเป็นของใหม่แกะกล่องเอาของที่ถูกที่สุดในร้านในขณะนั้นยี่ห้อHana ของบริษัทHana Engineering จากเกาหลี (วันนั้นมีอีกยี่ห้อคือTomasettoซึ่งเป็นของอิตาลี ยี่ห้อนี้จะมีราคาติดตั้งรวม1.6หมื่นบาท) ถังแก๊สเป็นถังมาตรฐานขนาด48ลิตรยี่ห้อMetal mate  ตัวMixerเป็นแบบครอบทั่วไปที่กว้าง29มม.ครอบกับปลายท่ออากาศที่มาจากกรองอากาศก่อนเข้าห้องเผาไหม้  Power Valveจะอยู่ระหว่างท่อจ่ายแก๊สจากหม้อต้มมาสู่Mixerซึ่งก็เหมือนกับที่เห็นโดยทั่วไป  ปั๊มติ๊กแก๊สเป็นของที่ใช้ทั่วๆไป  สวิตเลือกระบบแก๊ส-น้ำมันเป็นแบบธรรมดาโยกด้วยมือแบบราคาถูกๆ(ราว60บาท) อุปกรณ์อื่นๆตามความจำเป็น เช่น สายหุ้มโปโล ท่อเดินแก๊สอะไรต่างๆ เป็นต้น  การติดตั้งใช้เวลา 1 วัน(มาเช้าเย็นไปรับรถ)  ในการติดตั้ง เนื่องจากผู้ติดเป็นช่างไฟ จึงชำนาญพิเศษกับการเดินระบบไฟ การตัดระบบหัวฉีดและปั๊มติ๊กอย่างเด็ดขาดในช่วงใช้แก๊ส น้ำมันจึงไม่เคยหาย-หัวฉีดก็ไม่ยก  การติดตั้งจากการให้คนอื่นดูและวิจารณ์ทุกคนบอกว่า “ติดดี เรียบร้อย สวยงาม ประณีตมาก”

    ติดตั้งและทดสอบโดยช่างเสร็จ ก็รับรถกลับ ขณะไปรับราว3ทุ่มแล้ว ทราบว่าเสร็จตั้งแต่หัวค่ำ พอไปนั่งที่คนขับสตาร์ทชึ่งเดียวติด ก็ถอยรถมุ่งไปทางแปดริ้วทันที ทดลองขับเร็วช้าและความเร็วระดับต่างๆ สังเกตเห็นว่าไม่มีอะไรต่างจากน้ำมันมากนัก รู้สึกว่ารถจะวิ่งดีกว่าน้ำมันเสียอีก(จริงๆแล้วราคาแก๊สถูกกว่าเยอะเลยมันเท้ากดหนักๆมากกว่า)

    ในรอบเดือนที่ 1 ไม่พบอะไรผิดปกติเลยสักอย่าง ไม่มีกลิ่นแก๊ส ไม่มีBack Fireปึงปังให้ได้ยินสักครั้ง   แต่เนื่องจากคันนี้ไม่ใช่รถคันแรกในชีวิตที่ผมใช้แก๊ส แต่เป็นคันที่ 3 แล้วจึงพอรู้ระบบอะไรมาพอสมควรจึงไม่ได้ตื่นกลัวการใช้LPGในรถสักนิด(คันแรกราวปี 2528 ใช้เฟียต132ก็ติดแก๊สแลนดี้ฮาร์ท๊อกโดยอู่พันเอกการุณ เก่งระดมยิง ตอนนั้นMixerเป็นแบบเจาะคารบิวแล้วสอดตัวจ่ายแก๊สที่เป็นหลอดแท่งโลหะแข็งเข้าไป  คันที่ 2 เมื่อปี45 เรโนลต์R21 ก็ติดแก๊สหม้อต้มNikiเหมือนของแท็กซี่นิยมใช้ ตอนนั้นซื้อมาจากใครไม่รู้ที่วางกองไว้ทั้งชุดราคาแค่2พันกว่าบาท)

    ผมไม่ติดตั้งหม้อน้ำมันเครื่องเลี้ยงวาล์ว(Oil Dozer) แต่เลือกที่จะบังคับตัวเองให้เริ่มใช้งานรถตอนเช้าทุกวันด้วยน้ำมันไปจนอุณหภูมิเครื่องราว 70 องศาขึ้นไปจึงสลับมาใช้แก๊สแทน ขณะเดียวกันก็ไม่ติดตั้งตังบอกความหนาบางของแก๊สที่เรียกว่า AF Meter เพราะนิยมปรับจูนเองมากกว่า  ยิ่งตัวหลอกแลมด้าที่หลอกไม่ให้กล่องวิเศษงงว่าจะสั่งการยังไงยิ่งไม่ติดใหญ่ ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน เวนโต้ผมใช้นำมันเครื่องเบาดับที่มักเกิดกับเวนโต้ใช้แก๊สเคยเป็นครั้งเดียวจริงๆ และก็ใช้วิธีถอดขั้วแบต ก็ไม่เคยเจอปัญหาอีกเลย
    ในรอบเดือนที่2-3 ทุกอย่างเป็นไปโดยปกติราบรื่น ที่สำคัญคือ “สบายกระเป๋า” เพราะเมื่อก่อนจ่ายค่าน้ำมันเดือนละ8.5พันถึงหมื่นบาท ตั้งแต่ใช้แก๊สก็เหลือราว 4.5 – 6 พัน...!

    เหตุการณ์ระทึกใจครั้งแรก...!   เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนที่ 3 เช้าวันหนึ่งขับจากโคราชไปประชุมที่บุรีรัมย์ ขับมาด้วยความเร็วปกติราว 90-100-110  ขณะที่กำลังเร่งแซงสิบล้อคันหนึ่ง อยู่ดีๆเครื่องก็กระตุกสะดุดเร่งไม่ขึ้นเอาดื้อๆ ต้องลดความเร็วเข้าข้างทาง เปิดฝากระโปรงดูตกใจมากกับน้ำแข็งขาวโพลนห่อหุ้มหม้อต้มหนาตึ๊บ  เอาไงดีหว่า ทำไงล่ะตู ใช้รถแก๊สมา 2 คันแล้วก็ยังไม่เคยพบเคยเห็น  เลยโทรไปหาช่างที่ติดตั้ง แกก็อธิบายว่าเรื่องนี้มาจากสาเหตุหนึ่งเดียวคือระบบน้ำที่ไปอุ่นภายในหม้อต้ม น้ำไม่วนเข้าก็วนไม่ดี หรือวนดีแต่ดันไม่ร้อนพอ หรือหนักๆอาจเป็นเพราะผ้าไดอะแฟรมภายในชำรุด หรือหม้อน้ำ-ท่อน้ำรั่ว สรุปแล้วก็เรื่อง “น้ำ” อย่างเดียวว่างั้นเถอะ..!
    ด้วยนิสัยดื้อรั้น จอมยุทธเยี่ยงเราจะยอมแพ้วางกระบี่ง่ายๆได้ไงหรือ เริ่มต้นงัดตำรา ปรึกษาผู้รู้ บางท่านบอกว่าช่างไม่รู้ระบบน้ำโฟล์คเลยเดินระบบน้ำผิดมั๊ง  แต่มาหวลคิดดู จะเป็นไดไงหว่า ทำไมมันดันมาเป็นเอาเดือนที่3นี่ล่ะ ถ้ามันเดินน้ำผิดมันก็เล๊ะชึ่งชั่งมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพื่อความชัวร์มีวันหนึ่งที่ไปเปลี่ยนยางหมวกวาล์ว ให้ช่างเวนโต้ประจำใจดูว่าเขาเดินน้ำผิดเปล่าวะไอ้น้อง? ช่างตรวจไปมาแล้วบอกว่าเขาเดินถูกทุกประการแล้วนะเฮีย คิดได้ยังงี้ก็พยายามทู่ซี้ใช้ต่อไปเรื่อยๆ สังเกตมันว่าที่น้ำแข็งเกาะหม้อต้มนั้นมันเป็นตอนใหน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า มันจะเป็นก็ตอนวิ่งทางไกลยาวๆนานๆอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะตอนที่เข็มอุณหภูมิมันอยู่ที่50องศา เริ่มมาเอะใจตรงที่แฟนๆในvwthaiนี่แหละเคยบอกว่าเวนโต้เรานั้นมันควรจะมีอุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 90 องศาถึงจะเบี่ยมนะนาย...อ้าว เจ้าโต้ของว่าที่รองผู้ว่ากะเหรี่ยงนายนี้ตั้งแต่ใช้มาไม่เคยเข็มความร้อนมันเกิน70ซักกะทีนี่หว่า  แหงเลย แสดงว่าน้ำไปที่หม้อต้มมันเย็น  แล้วมานั้นทางในบริกรรมคาถาดูว่าอะไรมั่งน๊อที่มันเกี่ยวกะอุณหภูมิ ในที่สุดก็นึกถึง “วาล์วน้ำ” ปิ๊งขึ้นมาในสมองแก่ๆใบนี้  รีบวิ่งแจ้นไปหาอาแปะที่ชัยประสทธิ์อะไหล่แถวสะพานควาย อาแปธบอกของอั๊วะหมด จึงเตร่ไปซื้อร้านอะไหล่คนแขนด้วนที่ใกล้ๆกันได้มาตัวหนึ่งราคา450 บาท ควบเจ้าโต้หิมะเกาะหม้อต้มกลับไปหาช่างประจำใจแถวนิด้าเปลี่ยนให้  ช่างถอดตัวเก่ามาดูปรากฏว่าเดี้ยงมานานแล้ว คือวาล์วน้ำเปิดลูกเดียวไม่มีปิด  พร้อมกับบอกว่าพี่ไปซื้อตัวนี้มาเป็นของเทียบนะ ผมก็บอกไปว่าตอนซื้อผมเน้นกับคนขายแล้วนะว่าเอาของโฟล์คแท้เท่านั้น แต่ยังดันทุรังเอาตัวนี้ให้ แถมยังบอกว่าร้านผมไม่ขายของเทียมจากจีนนะ...!  
    เป็นอันว่าตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้ หม้อต้มสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ ไม่ว่าจะเหยียบ140ไปตลอดทางหรือ90-100ก็เคยเห็นน้ำแข็งมาเยี่ยมกรายอีกเลย ไม่มีอะไรกังขาสักนิดกับการติดLPGให้เจ้าโต้คันนี้   วันนี้ผมจึงมีความสุขกับเจ้าโต้แก๊สปี95เกียร์ธรรมดาของผมที่สุดประหยัดอย่างสุดๆ  จึงบอกกล่าวมาเพื่อทราบ ดั่งที่แฟนบางท่านอยากให้รายงานเล่าสู่กันฟัง  สวัสดี

    [ 2 ก.ย. 2006 , 20:07:55 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    มีบางท่านบอกว่าอยากให้เล่าวิธี "ปรับจูน"ที่ผมทำของผมเองมาตลอด(ตั้งแต่ติดแก๊สคันนี้มา ยังไม่เคยกลับไปหาช่างนาวินอีกเลยสักครั้ง เพราะไม่รู้จะไปหาให้ทำอะไร ดพราะมันไม่เป็นอะไร เมื่อตอนหาทางแก้"หม้อต้มหิมะคลุม" ได้ดั่งที่เล่าไปแล้ว ก็โทรไปเล่าให้แกฟังเผื่อจะได้แก้ไขให้คันอื่นที่ประสพปัญหาคล้ายกัน)  กันจูนHanaผมจะเล่าอีกที กำลังหาFileที่ว่านั้นอยู่ ที่จริงก็ลอกเขามารวมๆกันไว้จากGASTHAIแล้วมาสรุปรวมทำเองมากกว่านะครับ
    2 ก.ย. 2006 , 20:29:27 น

    อ่านมานาน

    • บุคคลทั่วไป
    ขนาดว่าที่CEOของจังหวัด ยังลงมาตอบข้อข้องใจให้ชาวเราVW มีความรู้+อุ่นใจเรื่องGAS  อีกไม่นานจังหวัดที่โชคดีคงไม่เย็นแต่อุ่น(อุ่นใจ) ขอให้กำลังใจ+อยากได้อะไรให้สมหวัง เพราะว่าท่านเป็นฅนดีมีน้ำใจ
    2 ก.ย. 2006 , 23:38:02 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ลืมบอกไปอย่างว่า โต้คันนี้ไม่มีเกจ์วัดระดับแก๊ส ทีแรกช่างผู้ติดตั้งต่อเข้าไปใช้ร่วมกับเกจ์น้ำมัน ปรากฎว่าแก๊สยังไม่ถึงครึ่งถังเข็มบอกระดับพุ่งปี๊ดขึ้นยันเกจ์ นายนาวินจึงบอกอย่าดีกว่านะเฮีย หากเฮียจะติดก็หาแบบดิจิตัลมาติดแทน(พร้อมกับจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย)   ผมตอบไปว่าไม่เอานะน้อง รถเฮียน่ะชอบแบบสภาพเดิมๆสะอาดๆ ไม่ติดแม้กระทั่งฟิล์ม สะติ๊กเกอร์อะไรก็ห้ามติด ห้าเจาะห้ามแขวนห้ามเอาสิ่งแปลกปลอมมาติดแปะทั้งสิ้น ไม่ชอบน่ะ  จะมีติ๊กเกอร์ก็แค่ป้ายทะเบียน พรบ. กะป้ายอนุญาตให้เข้าทำเนียบรัฐบาลชั้นในเท่านั้น(แต่ตอนนี้ไม่เข้าแล้ว จะแกะออกเร็วๆนี้ กลัวคาร์บ๊องส์ เอ๊ย!คาร์บอมม์เหมือนในข่าว)   แต่ตอนนี้รู้วิธีแล้ว เห็นว่าให้ไปซื้อตัวต้านทานขนาด1โอห์มที่ปรับได้มาต่อพ่วงก่อนเข้าเกจ์ นัดนายนาวินแล้ววันหลังจะไปนั่งซดเบียร์วุ้นให้นายเตี้ยนี้ทำให้
    2 ก.ย. 2006 , 23:48:36 น

    อ่านมานาน

    • บุคคลทั่วไป
    อยารู้เรื่อง  เปลี่ยนยางหมวกvalveด้วยครับ

    2 ก.ย. 2006 , 23:50:03 น

    กระต่าย

    • บุคคลทั่วไป
    ขอบคุณมากครับ   อยากรู้ว่าช่างติดตั้งแก๊ซอยู่แถวไหนครับ
    3 ก.ย. 2006 , 01:34:06 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ตอบท่านที่ถาม...
    1.เรื่องยางหมวกวาล์ว  เดิมซดน้ำมันเครื่องชนิดอุดตลุด ต้องซื้อเชลล์X100รุ่นถูกสุดเบอร์40 ลิตรละ 50 บาทคอยเติมตลอด อ่านในเวบนี้ก็สำรวจอู่ บางอู่บอกต้องเปิดฝาสูบ(ใช้เงินหมื่นกว่า) บางอู่บอกของผมไม่ต้องมีเครื่องดูด(แต่ฝีมือต้องเซียน) ตามประสาคนแก่ขี้เหนียวมั๊ง เลือกเอาอูแบบไม่ต้องเปิดฝาสูบซึ่งหมายตามไว้ 4 แห่ง แห่งแรกฝีมือที่หนึ่งออดี้ค่าแรง 1500 อู่ที่2 ช่างฉายาข้ามาคนเดียว(ที่ต้องไปล้างไตวันเว้นวัน)นึกแล้วสงสารสังขารแกจริงๆแกบอก 1800 อู่ที่3 บอกมาเลยเฮีย3ชั่วโมงเสร็จขอ 1200 อู่ที่4 เพิ่งย้ายจากตรงข้ามแมโครลาดพร้าวที่เคยเสียค่าเช่าที่เดือนละ3หมื่นมาที่ใหม่ตรงข้ามนิด้าด้านแถวฝั่งคลอง มีช่างโฟล์ค 3 คน(อดีตช่างศูนย์วิภาวดี) ช่างใหญ่ ช่างเล็ก กะช่างพัทร ไปถึงแต่เช้าเจอช่างเล็ก คนหนุ่มรูปหล่ออัทธยาศัยดีมากไปมาลาไหว้นอบน้อมถ่อมตน ตรงสะเป๊คกับผมพอดี บอกเอาเลยน้องเปลี่ยนให้พี่ที เย็นพี่มาเอานะ จะไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลก่อน ราว5โมงไปรับรถกับค่าแรง 800 บาท..! (ของซื้อไปเองตัวละไม่กี่บาท) ตั้งแต่นั้นมาน้ำมันเครื่องหาย-ควันขาวตอนอรุณรุ่ง ก็อันตธานหายไปเป็นปลิดทิ้งสมบูรณืพูนสุข เลยต้องฝากชีวิตเจ้าโต้น้อยไว้ที่ช่างเล็กคนนนี้แหละนะ  ใครอยากสนใจอยากให้เขาทำก็เบอร์ 04 -120 0570
    2. อู่ที่ติดแก๊สชื่อนาวินออโต้เซอร์วิส(เพิ่งตั้งชื่อใหม่เมื่อ2วันนี่เอง !) เดิมชื่อพีระการไฟฟ้า ตอนนี้ซ่าส์มากเห็นไปลงโฆษณาร้านที่GASTHAI.COM ....01 - 986 5860

    เหตุการณ์เกิดขึค้นสักครู่นี่เอง เมื่อกี้ผมทำตัวเป็นช่างเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน ทำท่าใหนไม่รู้งัดไปแงะมา พอเอาใบเดิมออกมาได้ ก้านดันฟาดกลับไปที่กระจกหน้า ผลคือ แตกแบบStar รอยร้าวเส้นหนึ่งยาวขึ้นไปเกือบครึ่งกระจก  โทรไปถามร้านประเภท"ซ่อมไม่ต้องเปลี่ยน" ช่างบอกว่าเท่าที่ฟังน่ากลัวจะซ่อมไม่ได้ เพราะสภาพเหมือนโดนก้อนหินแข็งกระเด็นกระแทกอย่างแรงตจนเป็นหลุ่มแล้วแตกรอบทิศ  เฮ้อ...อาการเบื่อหน่ายมาเยือนอีกแล้ว เสียดายของเดิมๆน่ะ ท่านใดมีประสบการณ์ช่วยปลัดแก่ทีนะครับ...!

    3 ก.ย. 2006 , 18:23:01 น

    tat

    • บุคคลทั่วไป
    ขอบพระคุณอย่างสุง ที่ได้รับความรู้จากท่านปลัด ผมกำลังจะไปติดตั้ง แก้สรถยนต์ เวนโต้ 95 เกียร ออโต้ ครับผม
    3 ก.ย. 2006 , 22:47:30 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ขอเรียนว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเพียง "กรณีเวนโต้คันของผม" เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ผูกพันกับช่างที่ทำหรืออู่ที่ซ่อมใดๆ(หรือ/และก็ไม่ได้บ่งชี้ถึง "คุณภาพ"การทำงานของเขาแต่อย่างใดด้วยนะครับ) และในบางกรณีที่ผมไม่ได้ทำเพิ่ม เช่นของผมไม่ติดตัวหลอกLamda AF-Meter ก็ไม่ได้หมายความว่าการติดแก๊สในเวนโต้ทุกคันไม่ต้องทำ เพราะผมเห็นเพื่อนๆเวนโต้บางคันที่มีสภาพรถไม่เหมือนผมมีความจำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มเติมอื่นๆที่จำเป็น ขึ้นกับสภาพรถแต่ละคันนะครับ ผมเพียงอยากเล่าอยากรายงานให้เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆชาวVWTHAIฟังกันเท่านั้นนะครับ ขอบคุณ
    4 ก.ย. 2006 , 12:37:57 น

    โอ๋ vento

    • บุคคลทั่วไป
      สวัสดีครับพี่ปลัดแก่  ผม  vento  คันที่  2  ที่ไปติดกับพี่นาวินเจริญตามรอยพี่ปลัดแก่ครับ  ผมขอรายงานมั่งครับ  ผมใช้เจ้าโต้  ปี  1996  ออโต้  ใช้หม้อต้ม  ฮาร์น่า จากดินแดนหมอโฮเช่นกัน  แต่เป็นรุ่นที่มีกรองแก๊สในตัว  ติดมาช่วงแรกก็มีปัญหาขุกขักนิดหน่อย  พอนานวันเข้าวิชาเริ่มแก้กล้า  ปรับจูนไปจูนมาก็เข้าที่  มีข้อสังเกตุนิดหนึ่งว่าช่วงที่ติดมาแรกๆรู้สึกว่าจะอืดและกินแก๊สมาก  แต่พอใช้ไปซักพักซัก  2-3  เดือน  ก็จะรู้สึกว่ากินแก๊สน้อยลง  และมีเรี่ยวแรงมากขึ้น  (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร)  โดยช่วงเดือนที่แล้วมานี้ผมมีความรู้สึกว่า  เอ..ทำไมเจ้าโต้เราเรี่ยวแรงตกไปหนอ  พอนึกขึ้นได้ก็ลองเปิดดูไส้รองอากาศ  โอ้โห  ดำยังควันรถ 10 ล้อ แนะ  ก็เลยรีบวิ่งไปซื้อมาเปลี่ยน  พอใส่เข้าไป  สตาร์ทเครื่อง  ใส่เกียร์  แล้วเหยียบคันเร่ง  ผล..."พุ่งปรู๊ดออกไปเลย  แรงกว่าเดิมมากๆ  ประหยัดขึ้น  จาก  5.5  กม/ลิตรในเมือง  กลายมาเป็น  6.66  กม./ลิตรในทันใด  แถม  อาการสั่นเวลาสับมาใช้นำมันตอนก่อนถึงบ้านหายไปเป็นปริดทิ้ง"  เฮ้อ  ตอนแรกก็นึกว่าเป็นที่ระบบแก๊สไม่ดี  ที่ใหนได้  เรานี่เองแหละที่ไม่ดูแลให้ดีเอง
        ส่วนเรื่องกระจกนั้น  ผมเพิ่งไปซ่อมมา  แค่รอยใบปัดนำฝนขูดเป็นรอยนะครับ  ตั้ง  1,000  บาทแนะ  แต่ถ้ากระจกร้าวเขาว่าซ่อมง่ายกว่านะครับ  แต่ถ้าเป็นรอยร้าวยาวขนาดนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะซ่อมได้หรือเปล่า  ถ้าซ่อมได้ก็คงจะแพงมากๆ  (แต่ถ้าซ่อมได้ถึงงจะแพงกว่าผมก็ว่าดีกว่าเปลี่ยนนะครับ  เพราะจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องซีนขอบกระจกตามมาทีหลัง)  แต่ถ้าถึงคราวต้องเปลี่ยนจริงๆ  ก็น่าจะลงทุนเปลี่ยนของนอกไปเลย  เพื่อคงสภาพเดิมให้มากที่สุด
       ผมก็ไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลบ่อยอยู่นะครับ  เพราะผมเป็นนิติกรอยู่ที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งและต้องไปประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาลอยู่บ่อยๆ  ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกันครับ  (เอ...ถ้าพบกันแล้วจะรู้กันมั้ยเนี่ย???)    

    4 ก.ย. 2006 , 18:22:21 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ขอบคุณคุณโอ๋ครับที่กรุณาเพิ่มเติมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่พวกเรา  คุณโอ๋ตั้งไฟให้แก่ขึ้นหรือยังครับ ตั้งเองง่ายๆใช้ปากตายหรือกุญแจแหวนคลายตรงฐานจานจ่ายออกแล้วหมุนย้อนขึ้น ตามสูตร "ตามอ่อน ย้อนแก่" แต่สำหรับแก๊สให้ย้อนขึ้นไปนะครับ จะเห็นความแตกต่างปรู๊ดปร๊าดขึ้นแบบรู้สึกได้
    ส่วนเรื่องกระจกผมยังงงๆอยู่ว่าจะทำยังไงดี วันนี้ไปถามแถวรามอินทราบอก4.5พัน แต่พอเหลือบไปเห็นโลโก้เดิมๆที่มุมกระจกล่างซ้ายที่มีตราโฟล์คประทับก็เสียความรู้สึกจริงๆครับ  อ้าว วันนี้ดันมีเรื่องใหม่ตามมาอีก ขับไปกินข้าวกับเพื่อนอยู่ดีๆความร้อนขึ้นจน110บางจังหวะถึง120 จอดรถดูก็ไม่ได้ยินเสียงน้ำเดือดหรือมีอพวยพุ่งอย่างใด เครื่องก็ไม่มีเสียงน๊อคก๊อกๆหรือดับกลางถนนแต่อย่างใด เป็นงงมาก พอกลับถึงบ้านแล้วรอจนเครื่องเย็น เปิดดูน้ำในหม้อพักกลมๆไม่มีน้ำอยู่เลย สันนิษฐานในใจ 2 เรื่อง คือปั๊มน้ำ(เพราะมีเสียงหอนหวีดหวิวเหมือนไซเร็นตอนเร่งเครื่อง) กับอีกที่คือกระปุกหม้อพัก พรุ่งนี้ประชุมที่มิราเคิลจะให้ช่างแถวนั้นตรวจสอบหน่อยครับ

    5 ก.ย. 2006 , 02:28:50 น

    โอ๋ vento

    • บุคคลทั่วไป
      ขอแก้ไขนิดหนึ่งครับ  เพิ่งคิดได้ว่าผมเป็นเวนโต้คันที่  3  ที่ไปติดกับพี่นาวินครับ  ส่วนพี่ปลัดเป็นคันที่  2  
      เรื่องความร้อนผมพอคิดออกอยู้  4  สาเหตุ  (ตัดเรื่องวาล์วนำออกไปเพราะพี่ปลัดเพิ่งเปลี่ยนมา)  1  ปัมนำอย่างที่พี่ปลัดว่า  2.  ฝาแรงดันปิดหม้อพักนำ  เพราะถ้ามันเสียมันก็จะรับแรงดันไม่ใหว  จรนำค่อยๆหายไปจนหมด  3.  มีตามดเกิดขึ้นในระบบหม้อนำ  ทำให้นำค่อยๆหายไปเพราะเกิดการรั่วของระบบ  กรณีนี่ผมเคยเป็น  (แต่เป็นรถโอเปิล  คอร์ซ่าร์อีกคันหนึ่งของผม)โดยถ้าลองเปิดเครื่องมาดู  และฟังเสียง  แต่ต้องที่เงียบๆหน่อยนะครับ  จะได้ยินเสียง  "ฟี่ๆ"  เบาๆ  (ดับเครื่องก่อนนะครับไม่งั้นไม่ได้ยิน)  และประการที่  4  เกิดจากพัดลมหม้อนำไม่ทำงาน  เพราะอันนี้ผมเคยมีประสบการตรงมาครับ  โดยจะมีอาการเวลาวิ่งช้าร้อน  วิ่งเร็วปกติ  และจะมีนำล้นออกมาทางช่องนำล้น  ถ้ามีอาการเช่นนี้  พัดลมหม้อนำแน่นอน
      เรื่องกระจกถ้าซ่อมไม่ได้จริงก็ต้องเปลี่ยนละครับ  แต่ต้องของแท้นะครับ  ไม่งั้นจะมีตรา  "มอก."  มันไม่แท่เลยงะ...  

    5 ก.ย. 2006 , 11:54:54 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    ครับ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ  พรุ่งนี้ผมจะกลับไปโคราชแล้ว ตลอดถึงสิ้นเดือนคงตะลอนๆตรวจราชการหลายจังหวัดยันแดนเขมรเลย ที่นู่นผมไม่มีโอกาสใช้อินเทอร์เนต โอกาสหน้าค่อยพบปะพูดคุยกันอีกนะครับ
    6 ก.ย. 2006 , 00:14:07 น

    1

    • บุคคลทั่วไป
    -1'
    26 ม.ค. 2012 , 16:19:19 น

    -1'

    • บุคคลทั่วไป
    1
    26 ม.ค. 2012 , 16:19:20 น