• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: โอเวอร์ฮอลล์ใหญ่เครื่องยนต์เวนโต้-กอล์ฟ-พาสาท  (อ่าน 353 ครั้ง)

    maxmax

    • บุคคลทั่วไป
    ว่ากันว่าสุดยอดของโฟล์คก็คือความทรหดทนทาน ช่างบางคนึงกับบอกว่าถ้าดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องดีๆสม่ำเสมอแล้ว 20 ปียังไม่ต้องยกโอเวอร์ฮอลล์เครื่องเลย(เปลี่ยนแหวน-เปลี่ยนขนาดลูกสูบ)  อยากรู้ครับว่ามีแฟนๆท่านใด โดยเฉพาะเวนโต้-กอล์ฟ-พาสาท ที่ต้องไปยกเครื่องใหญ่มาบ้างแล้ว แล้วลูกสูบมีขนาดโอเวอร์ไซด์เหมือนรถทั่วไปหรือเปล่าครับ หรือว่าต้องเปลี่ยนปลอกสูบใหม่เหมือนพวกเปอร์โยต์
    [ 5 ก.พ. 2006 , 23:52:28 น

    โชติ

    • บุคคลทั่วไป
    ผมว่าเครื่องยนต์ทนพอๆกับรถญี่ปุ่นในปัจจุบัน ไม่ถือว่าเป็นสุดยอดความทรหดอะไร ถ้าจะเอาทน ผมว่าเบ๊นซ์ทนกว่าครับ

    ลูกสูบมีโอเวอร์ไซส์ครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องบ๊อกเซอร์สมัยเก่า เปลี่ยนปลอกครับ

    แต่ตัวถังโฟล์คทนกว่ารถญี่ปุ่นแน่ๆ

    6 ก.พ. 2006 , 10:32:25 น

    เอก VW-Thai

    • บุคคลทั่วไป
    เท่าที่ประสบกับรถของตนเองมา
    ผมยกเครื่องไปเมื่อหลาย4-5ปีที่แล้ว หลังจากที่บ้านใช้เครื่องยนต์1500 ของVW มาประมาณ 25 ปีเห็นจะได้

    ข้อเหวี่ยง สภาพสวย ไม่ต้องไปทำอะไรเลย
    เปลี่ยนชุดชาร์ฟ
    เปลี่ยนแค่ชุดลูกสูบ 4 ตัว (โอเวอร์ไซส์)
    เปลี่ยนวาล์วใหม่ 4 ตัว พร้อมบดใหม่
    ประเก็น และ อื่นๆอีกนิดหน่อย

    ปัจจุบันก็ยังใช้ได้ดีครับ

    ความคิดเห็นของผม ผมคิดว่า เครื่องยนต์ของโฟล์ค จัดอยู่ในประเภท ทนทานครับ
    แต่ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเจ้าของด้วยนะครับ

    แต่เรื่องทนทาน ผมเชื่อ และ ยกนิ้วให้เครื่องยนต์ของ VW ครับ

    6 ก.พ. 2006 , 17:12:03 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    กี่ปี คงวัดกันไม่ได้
    ถ้าเป็นระยะทางวิ่ง ก็น่าจะเกิน 3 แสนโล
    เครื่องยนต์ไม่มีอะไรแตกต่างจากเครื่องออดี้ปี 1965 แต่น้ำมันเครื่องพัฒนามากกว่าปีนั้นเป็น 100 เท่าก็ว่าได้

    7 ก.พ. 2006 , 11:12:27 น

    เอก VW-Thai

    • บุคคลทั่วไป
    ลืมบอกคุณ maxmax ไป
    เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้น
    ผมต้องใช้ปีเป็นตัวอ้างอิง เนื่องจาก ตัววัดระยะทางมันเสีย เฟืองมันแตก ไม่ขึ้น
    แต่สุดท้ายก่อนเสียค้างอยู่ที่ประมาณ 180,000 กิโลเมตร

    เดี๋ยวนี้โชคดี ซ่อมและเปลี่ยนเฟืองไมล์ไปแล้ว ตอนนี้ อยู่ที่ 220,000 กิโลเมตร ครับ

    8 ก.พ. 2006 , 12:56:39 น

    เอก VW-Thai

    • บุคคลทั่วไป
    แต่ถ้านับกันจริงๆ ก่อนยกเครื่อง ผมว่า เครื่องยนต์น่าจะทะลุ 200,000 กิโลเมตรไปแล้ว ผมถึงได้ทำการยกเครื่องใหม่

    สรุปว่า เครื่อง VW ทนจริงๆครับ  

    8 ก.พ. 2006 , 12:58:26 น

    โชติ

    • บุคคลทั่วไป
    ได้ยินว่าแท๊กซี่ก็วิ่งได้ 3-4 แสนโล ผมว่า เครื่อง vw ก็ไม่ได้ทนกว่ารถญี่ปุ่นนะครับ

    อีกอย่างสไตล์การขับไม่เหมือนกันด้วย ขับแบบโชเฟอร์แท๊กซี่ กับขับแบบเจ้าของรถโฟล์ค ระดับความทารุณเครื่องยนต์น่าจะต่างกันพอควร

    9 ก.พ. 2006 , 07:56:08 น

    เอก VW-Thai

    • บุคคลทั่วไป
    ตามความคิดเห็นของผม
    ผมว่า รถแท็กซี่พวกเครื่องญี่ปุ่น ก็เห็นใช้กันแบบตะบี้ตะบัน จะพังอย่างไรก็ช่างมัน
    เสียงวาล์วดังกราว ก็ไม่สนใจ
    เห็นขับกันจนต้องพกน้ำมันเครื่องเอาไว้ท้ายรถเพื่อเติม แถม ขับกันจนควันขาวออกท้าย ก็ยังไม่ยอมยกเครื่องกันเลย

    9 ก.พ. 2006 , 15:38:21 น

    โชติ

    • บุคคลทั่วไป
    เวลาผมนั่งแท๊กซี่ ชอบคุยกับคนขับเรื่องรถนี่แหละ ก็ไม่ใช่จะคุยได้ทุกคน เพราะบางคนไม่รู้เรื่องราวซะเลย

    ผมสังเกตุว่าแท๊กซี่ประเภทที่คุณเอกว่า มีเยอะครับ ขับกันไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย เจ้าของอู่ก็แย่มาก และมันมักไปด้วยกันเลย รถห่วยๆ กับคนขับห่วยๆ

    แต่ก็มีอู่ประเภทเถ้าแก่รู้จริง สภาพรถดี และมักจะได้คนขับดีด้วย ที่ว่าสภาพรถดีไม่ใช่รถใหม่เสมอไป รถมีอายุหน่อยซัก3-4ปี แต่สภาพดี เสียงประหลาดควันขาวไม่มี

    จริงอยู่เครื่องญี่ปุ่นหาง่าย พังไม่ซ่อม เปลี่ยนลูกเดียว แต่ 3-4 แสนโล ไม่ใช่เรื่องแปลก แท๊กซี่วิ่งประเดี๋ยวเดียวเอง เวลาที่ใช้เปลี่ยนเครื่องไม่ถึง1วันด้วย ดังนั้นอู่ดีๆ ไม่ปล่อยให้รถอยู่ในสภาพทุเรศทุรัง เพราะทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าปล่อยสภาพเน่าๆออกไปวิ่ง ไม่ใช่อู่ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้อย่างแน่นอน อาจจะพออยู่ได้ หรือรอวันเจ๊งแค่นั้นเอง เพราะคนดีๆไม่มาขับ ผู้โดยสารก็มีหูมีตา ถ้าเลือกได้เค้าก็ไม่เรียก

    ที่ว่ามา เพื่อยืนยันว่า 3-4 แสนโล ไม่แปลก และไม่ใช่ดันทุรังใช้แบบควันขาวกันตั้งแต่สองแสนโล

    ขอย้ำว่าผมเปรียบเทียบกับเครื่องรถญี่ปุ่น"ในปัจจุบัน" ซึ่งมีการพัฒนารวดเร็วมากในระยะ10ปีที่ผ่านมา เพราะความสามารถในด้านโลหะวิทยาและการทำงานละเอียดในอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นไม่เป็นรองใครในปัจจุบัน

    และเทคนิคในการควบคุมคุณภาพงาน ญี่ปุ่นเก่งมากๆ

    จริงอยู่ มีปัจจัยเสี่ยงต่อคุณภาพรถญี่ปุ่นในปัจจุบันด้วย คือฐานการผลิตในอาเซียน ซึ่งมีคุณภาพคนด้อยกว่าญี่ปุ่น

    แต่ vw ก็ย้ายฐานการผลิตออกจากเยอรมนีเหมือนกัน สเปน บราซิล แม๊กซิโก เชคโก ตุรกี และตอนนี้ เข้ายุโรปตะวันออกมาขึ้น ถึงจะประกอบรถในเยอรมนี แต่ชิ้นส่วนมาจากที่ต่างๆ

    แต่ถ้าว่ากัน 30 ปีย้อนหลัง ญี่ปุ่นสู้ไม่ได้แน่

    ผมว่า vw ทน แต่ไม่เชื่อว่าทนไปกว่าเครื่องญี่ปุ่นในปัจจุบัน ดูจากรถvwที่เข้ายกเครื่องในอู่ ไม่ได้มีเลขไมล์มากมายไปกว่ารถญี่ปุ่นเลย นี่ว่ากันแบบสถิติทั่วๆไป

    10 ก.พ. 2006 , 00:59:19 น

    ญี่ปุ่นทนนะปัจจุบัน

    • บุคคลทั่วไป
    แท็กซี่ ปี1995 ใช้มา 10 ปี วิ่งไปเจ็ดแสนกิโลเมตร  เครื่องสามห่วงโคโรล่า เครื่องยังดีอยู่เลย ลุงขายไปออกอัลติสใหม่ ขายได้แสนสี่ ครับ ผมยอมรับรถญี่ปุ่นทนทาน เพราะด้านโลหะวิทยา ถึงกันหมด
    26 ก.พ. 2006 , 21:21:12 น