ผมว่าอยู่ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่นะครับ ผมตามราคา B4 มาครึ่งปีตั่งแต่ยังเก็บตังค์ได้แค่ซื้อล้อจนได้มาทั้งตัว ตอนพร้อมราคาก็อยู่ที่ 180 K-220 K ปรากฎว่าโทรไปถามที่ไหนก็ขายกันไปหมด จนเกือบหน้ามืดไปซื้อรถเต็น ปี 95ตอนนั้นขายอยู่ที่ 189K เปิดฝากระโปงหน้าออกมาดูห้องเครื่องน้ำมันเยิ้มไปหมด ตอนถอยรถมาให้ดูยังกับคนขับรถไม่เป็นก็เป็นอันรู้กันว่าเกียร์มีปัญหา บวกกับความอยากได้ก็จะวางเงินกันแล้ว แต่ติดที่ราคารถตัวเก่าผมเค้าให้น้อยเหลือเกินก็เลยไม่ได้ซื้อ พอผมขายรถเก่าผมได้ราคากว่าที่เต็นตีไว้มาก คราวนี้ละเล่นตัวได้สิ เป็นไปตามที่คิดครับ เต็นโทรมาแถมลดราคาให้อีกเกือบ15 kและมีการทิ้งท้ายเหมือนอยากขายเราเต็มที่ ผมว่าราคารถนะอยู่ที่ความพอใจทั้งสองฝ่ายครับ บางคนรักรถมากจะขายทั้งทีหรือขายราคาถูกถ้าเจอคนถูกใจก็ให้ราคาเลย หรือบางทีคนอยากจะได้แบบสุดๆเหมือนผมสมัยก่อนประเภทคันไม้คันมืออยากขับอยากจะซ่อมเต็มที่ราคานะไม่เกี่ยงว่าจะสูงไปนิดสภาพนะพอรับได้ตัวถังดีก็ซื้อเลย สรุปผมว่าเราคงต้องให้เป็นไปตามราคาตลาดนะครับ เหตุผลของคนที่จะขายรถนะไม่เหมือนกันครับ ถ้าถามผมถึงตอนนี้ผมคงไม่ขาย คงใช้ไปจนมันวิ่งไม่ได้นะครับ เพราะราคามันตกมากๆเลยขายไม่ลงจริงๆ
2 พ.ย. 2005 , 13:19:00 น