หมายเหตุ ในกระทู้นี้ไม่นับรวมความสดใหม่ อุปกรณ์ภายใน รุ่นปี เสียงรบกวนในห้องโดยสาร การกินน้ำมัน แต่จะเปรียบเทียบความรู้สึกในการขับขี่จาการใช้งานจริงของรถเดิมๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ
B4 จะใช้รอบเครื่องในการเดินทางต่ำกว่าโดยที่ 140 จะใช้ประมาณ 3800 รอบต่อนาที โดยที่ B5 ใช้รอบเครื่องที่ประมาณ 4200 รอบต่อนาที ส่งผมให้ B4 รู้สึกว่าเค้นกำลังจากเครื่องน้อยกว่า สึกหรอน้อยกว่า
ต่อมา เรื่องของอัตรเร่งแซงนั้น B4 และ B5 จะมีความใกล้เคียงกันมากโดยถ้าทั้งคู่อยู่ในรอบเครื่องที่เหมาะสม B5 จะดีกว่านิดๆครับ แต่ด้วยอัตราทดเกียร์และเฟืองท้าย ทำให้การเร่งแซงบางช่วงของ B5 นั้นไม่ดีและไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่นที่ 80กว่า ก.ม./ชม. จะทำการเร่งแซง เจ้า B4 จะ Kick Down ลงได้ถึงเกียร์ 2 แต่เจ้า B5 นั้นจะลงได้เพียงแค่เกียร์ 3 จึงทำให้ B4 มีอัตราเร่งดีกว่า B5 เพราะได้รอบพอดี แต่ B5 ยังต้องรอรอบอยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าแซงตั้งแต่ที่ 60 ก.ม./ชม. B5 จะลงเกียร์ 2 ได้เหมือนกันจึงทำให้ B5 มีอัตราเร่งที่ดีกว่า B4 เล็กน้อย แต่ถ้าเป็นการวัดตั้งแต่ออกตัวแล้ว B5 จะลื่นไหลได้กว่า
ความนุ่มนวล แม่นยำ และรวดเร็ว ในการเปรียนเกียร์ B5 จะทำได้ดีกว่า แต่เมื่อต้องขึ้นหรือลงเขา แรงบิดในรอบเครื่องที่ต่ำกว่าของ B4 จะทำให้การขึ้นเขาไม่ต้องลากรอบเครื่องมากๆก็ไต่ขึ้นไปได้แต่ก็จะมีความคร่องตัวน้อยกว่า B5 ด้วย กลับกันในการลงเขาเกียร์ของเจ้า B5 จะแสดงความฉลาดออกมาได้ชัดกว่า B4 ซึ่งเมื่อต้องลงเขาก็แค่เข้าตัว D แล้วก็ปล่อยไหลลงมาทั้ง B4 และ B5 ก็จะสามารถดึงตัวเองลงมาได้ แต่เมื่อถึงโค้งหรือจุดที่มีความชันมากกว่าปกติก็แค่ย้ำเบรคหนักกว่าปรกติเจ้า B5 มันก็จะเชนร์เกียร์ลงต่ำได้เองเพื่อสร้าง Engine Break ได้ด้วยโดยที่ B4 ยังไม่ล้ำหน้าถึงขนาดนั้น
ช่างล่างหนึบหนับพอกันแต่ B4 จะกระด้างกว่า B5 เพราะมีจุดที่จะซับแรงสั่นสะเทือนมากกว่า โดย B4 จะได้พวงมาลัยที่มีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ในย่านความเร็วสูงๆจะควบคุมรถได้ง่ายกว่าแต่ B5 จะได้พวงมาลัยที่เบาแต่ไวกว่า ทำให้ในย่านความเร็วสูงๆจะควบคุมรถได้ยากกว่า
ตอนนี้คงจบไว้เท่านี้ก่อนถ้าได้เดินทางอีก จะมาคุยให้ฟังอีกนะครับ
ว่าแต่ว่า 2 วัน 2 Trips นี้โดนค่าน้ำมันแทบชอร์คเลยครับ อิอิ
[ 25 ต.ค. 2005 , 02:00:18 น