ถ้าถึงขนาดก้านสูบออกมาสูดโอโซนนอกเสื้อสูบ ก็เห็นทีจะยากต่อการซ่อมแล้วละครับ ถึงซ่อมได้คุณก็ขับไปหัวใจเต้นระบำไปอยู่ดี กลัวว่ามันจะมีอาการเหมือนเดิมอีก
เรียกว่ามันจะเป็นผีคอยหรอกคุณอยู่ร่ำไป ว่างั้นเถอะ และไม่นานคุณก็ต้องขายมันอย่างแน่นอน
อย่าไปคิดซ่อมมันดีกว่าครับ ลงเสื้อสูบแตกกระบอกสูบก็น่าจะแตกหรือบิ่นไปด้วย ค่าซ่อมเสื้อสูบ คว้านกระบอกสูบ หรืออัดปลอกสูบ ค่าลูกสูบ+แหวนลูกสูบ เจียร์ข้อเหวี่ยงเปลี่ยนแบริ่งก้านสูบ แบริ่งข้อเหวี่ยง และอีกหลายสิบรายการที่จะต้องเปลี่ยน ค่าอะไหล่อย่างเดียวก็น่าจะเกิน 5-6 หมื่นแล้วนะ
ตัดใจลาเครื่องเก่าดีกว่า หาเครื่องมือสองสภาพดีๆเปลี่ยนแทนแล้วคุณจะสบายใจและยังสบายกระเป๋าด้วย ถ้าคิดว่าฝาสูบและส่วนประกอบอื่นๆเช่นไดชาร์จ มอเตอร์สตาร์ท จานจ่าย ฯลฯ ยังดีอยู่ คุณก็จะเอาฉะเพาะชุดเสื้อสูบพร้อมอุปกรณ์ครบชุดก็น่าจะได้ และจะประหยัดเงินลงได้อีกด้วย ถ้าเอาทั้งเครื่องน่าจะไม่เกิน 3 หมื่น ถ้าเสื้อสูบอย่างเดียวก็ไม่น่าเกิน 2 หมื่น
ลองคิดดูนะครับว่าจะเอาอย่างไร ถ้าจะเปลี่ยนเครื่องก็ลองหาข้อมูลดูก่อน ใจเย็นๆอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ลองดูคำแนะนำในเว็บนี้ก่อนนะ คุณช่างเหอะน่าจะให้ข้อมูลได้ดี แต่ถ้าไม่มีทางอื่นผมจะให้เบอร์โทร.ของอู่ที่เคยช่วยผมมา ให้คุณต้นลองปรึกษาดูนะครับ ถ้า ok พรุ่งนี้ผมจะค้นเบอร์โทร.ให้ครับ
15 ก.ย. 2005 , 00:33:06 น