ดิฉันใช้รถ Vento ปี94 ซื้อมาตั้งแต่ป้ายแดงเลย เมื่อก่อนเอาเข้าศูนย์ที่วิภาวดีตลอด ช่างบอกให้เปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนตามช่างว่าทุกอย่าง เนื่องจากเราเป็นผู้หญิงไม่รู้เรื่องเครื่องยนต์อะไร บางทีตัวนิดเดียวช่างบอกว่าหมื่นกว่าบาทให้เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน เพราะไม่อยากให้รถเสียระหว่างทางพอระยะหลังเข้าศูนย์ทีต้องรอนานสอง-สามวันเนื่องจากรถเข้าศูนย์เยอะ มีเพื่อนๆแนะนำให้หาอู่ข้างนอกเข้า โดยให้เข้ามาหารายชื่ออู่ใน web นี้ ก็เลยนำรถเข้าอู่ที่ใน web นี้แนะนำบ่อยๆ (บ่อยมาก) คงไม่ต้องบอกว่าชื่ออู่อะไร
ดิฉันให้อู่ตรวจเช็คตามระยะทางที่ 150,000 กม. โดยทิ้งรถไว้ให้เขา 4 วัน เนื่องจากดิฉันมีธุระต้องไปต่างจังหวัดเลยทิ้งรถไว้ให้เขานานหน่อย
พอไปรับรถเขาเปลี่ยนน้ำมันให้หลายชนิด รวมทั้งน้ำยาหม้อน้ำด้วย ค่าซ่อมหมื่นกว่าบาท เราก็ว่าทำไมแพงจัง เจ้าของอู่บอกว่าถูกกว่าศูนย์เยอะแล้ว ก่อนออกจากอู่เจ้าของอู่ให้เบอร์มือถือเขาและย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าขับรถไปแล้วรถเกิดเสียระหว่างทางให้ทิ้งรถไว้แล้วโทรหาเขาแล้วเขาจะไปลากมาซ่อมให้ ดิฉันก็คิดว่าเขามีน้ำใจดี
พอขับรถกลับบ้านวันแรกก็ปกติดี พอวันที่สองขับรถจากบ้านไปออฟฟิตระยะทางประมาณ20กิโล ความร้อนขึ้นประมาณ100 องศา และมีเสียงฟี้..ที่ห้องเครื่องตลอดเวลา พอถึงออฟฟิตดิฉันดับเครื่องและเปิดฝากระโปรงรถออกมาดูจึงเห็นว่า มีน้ำพุ่งออกมาจากข้อต่อระหว่างท่อน้ำที่เป็นยางกับท่อที่เป็นโลหะ ดิฉันให้เพื่อนที่ออฟฟิตมาช่วยดูให้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนบอกว่าช่างได้รูดเข็มขัดรัดท่อออก และไม่ได้ใส่ให้เข้าที่เดิม พอเครื่องร้อนมากๆทำให้มีแรงดันน้ำดันออกมาได้ และน้ำที่ออกมาก็เป็นน้ำเปล่าๆ ไม่ได้มีน้ำยาหม้อน้ำด้วย ทั้งๆที่อู่ก็คิดเงินค่าน้ำยาหม้อน้ำ 250 บาท แต่ไม่ได้เติมให้
เพื่อนเลยบอกว่าสงสัยช่างจะวางยาให้รถเกิดโอเวอร์ฮีทและเสียรึเปล่า หรือว่าช่างสะเพร่า ไม่ได้ตรวจเช็คงานให้ดีก่อน แต่ดิฉันก็ทิ้งรถไว้ให้เขาตั้งหลายวันทำไมไม่ตรวจเช็คให้ดีก่อน
ต่อไปดิฉันคงต้องยอมเอารถเข้าศูนย์ที่วิภาวดีเหมือนเดิม ราคาก็พอๆกัน แต่ไม่โดนวางยาค่ะ ฝากเตือนเพื่อนๆด้วยค่ะ คิดว่าคงจะไม่โดนเหมือนดิฉัน
[ 29 มี.ค. 2547 , 11:05:20 น