ข้อดีนะครับ
1. ประหยัดน้ำมันกว่า (ถ้าขับเป็น) แต่ถ้าขับไม่เป็น ก็เปลืองได้มากกว่า
2. อััตราเร่งดีกว่า เร่งได้ทันใจกว่า (ถ้าใช้เป็น) เปลี่ยนเกียร์ไม่ถูกจังหวะก็อาจแพ้ออโต้ได้
3. มีความภูมิใจที่ได้"ควบคุม"กว่า (อันนี้เป็นข้อดีหรือเปล่าไม่รู้แฮะ) โดยไม่ต้อง"กลัวว่าจะเสีย"
4. เสียยากกว่า ต้องเอาใจใส่ดูแลน้อยกว่า"มาก" มีสายคลัทช์ ขาเข้ากียร์ น้ำมันเกียร์ นอกนั้นก็นานๆทีจะเสีย
5. โดดเด่นกว่า ในยุคนี้ อาจกลายเป็นของแปลก ใช้โชว์ความโดดเด่นในหมู่เพื่อนฝูงเกียร์ออโตได้
6. ถ้ามีน้องๆสาวๆขาขาวๆ นั่งหน้า สามารถหาเรื่องทำมือหลุดเข้าไปโดนขาขาวๆสาวสวยๆได้ตลอดเวลา (เกียร์มันไม่ค่อยดี หลุดมืออยู่เรื่อย) แต่ถ้าใชมุขนี้้บ่อยๆอาจไม่แก่ตายได้
7. เวลาแบตไฟมอด(ไม่หมดสนิท) สามารถเข็นสตาร์ทได้ ถึงจะน่าอายแต่ไปต่อได้
8. ขับมันส์กว่ามากๆ อย่างน้อยก็สามารถ"ตบ"ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา โดยไม่ต้องระวังว่าจะเลยตำแหน่งแบบเกียร์ออโต้ ลองคิดดูนะครับ วิ่งเกียร์ 5 มา 80 มีโค้งสวยๆอยู่ข้างหน้า ถึงหัวโค้งตบลงเกียร์ 3 หน้ารถจะจิกลง หักพวงมาลัยเข้าโค้ง เลี้ยงคันเร่งไว้ พอเห็นทางตรงก็ตื้บคันเร่งส่งรถออกจากโค้ง และเตรียมตบคันเกียร์ลงเป็นเกียร์ 4 ที่รอบแรงม้าสูงสุด รถจะทยานออกจากโค้งไปอย่างสวยงาม 55555....วู๊ย.... มันส์พะย่่ะค่า...า....า.......
เอาใหม่ ขับมา 80 เจอโค้ง เบรค...ๆ....ๆ......เข้าโค้ง เห็นทางตรงปั๊บ เหยียบคันเร่งติดพื้น เกียร์จะคิคดาว์นพารถออกจากโค้งไปอย่างสวยงาม
หรือ
ขับมา 80 ในเกียร์ D เจอโค้งสวยๆอยู่ข้างหน้า ดึงคันเกียร์ด้วยแรงพอดีๆ (เบาไปจะไม่ทัน แรงไปก็เดี๋ยวจะเลยไป 2) ลงที่ตำแหน่ง 3 หน้ารถจะจิกลง หักพวงมาลัยเข้าโค้ง เลี้ยงคันเร่งไว้ เห็นทางตรงปั๊บ เหยียบคันเร่งติดพื้น เกียร์จะคิคดาว์นพารถออกจากโค้งไปอย่างสวยงาม
ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ เป็นไอเดียส่วนตัวนะครับ
เดิมทีน่ะ เกียร์ออโต้ยุค 80-90 น่ะ ทนทานมาก แค่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์กับกรอง(ถ้ามี)ตามกำหนด สามารถใช้งานได้ตลอดอายุรถเลยนะครับ คงเป็นเพราะในยุคนั้น สามารถใช้วัสดุที่มีึความทนทานเป็นพิเศษได้ เพราะยังไม่เข้าสู่ยุคการเพิ่มกำไรด้วยการลดต้นทุน ส่วนเกียร์ออโต้ในยุค 90-ปัจจุบัน มันเป็นอะไรก็ไม่ทราบ จะใช้หรือไม่ใช้ก็มีสิทธิพังทั้งนั้น งงจริงๆ (โดยเฉพาะรถยุโรป)
26 มี.ค. 2551 , 10:31:51 น