• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ  (อ่าน 11716 ครั้ง)

    เสก

    • บุคคลทั่วไป
    passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 03:39:51 pm »
    อยากได้มาขับไว้

    ถ้าเกียร์เสีย ซ่อมแพงไหมครับ

    เครื่องกี่แรงม้าได้ครับ    วิ่งขึ้นเขา ทางไกลสะดวกไหม


    โช๊ค  4 ต้นเท่าไหร่ได้


    แก๊ส ติดแล้ว ทำงานได้ดีไหม

    และ  ระบบความร้อนเป็นอย่างไร

    http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=1235315

    หะมู

    • Hero Member
    • *****
    • กระทู้: 1432
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 07:54:25 pm »
    วันเสาร์ที่ ๓๑ สิงหาคมนี้ เวลาประมาณตั้งแต่ ๑๗.๐๐ น. ถ้าคุณเสก ว่าง เรียนเชิญไปพบกับนักเลงรถโฟล์กหลากหลายรุ่น ที่ลานจอดรถ ชั้น ๒ ของเทสโก้ โลตัส สาขาแคราย เพราะพวกเราชาวโฟล์ก ไทย จะไปป๊ะหน้ากันครับ คุณจะได้พูดคุยสอบถามกับเจ้าของรถพาสสาทหลายท่าน  พร้อมทั้งเห็นรถพาสสาทคันจริง เรียกได้ว่าดีกว่าที่มาถามในบอร์ดครับ เพราะจะเห็นของจริง แบบไม่มีปิดบัง ดีหรือไม่ดีอย่างไรพวกเราก็จะบอกว่าดีครับ รับรองคุณจะตัดสินใจง่ายขึ้น เรียนเชิญนะครับ ยังไม่มีรถไม่เป็นไร ถ้าสนใจเชิญเลยครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ครัีบ

    เสก

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 10:00:50 pm »
    วันเสาร์ที่ ๓๑ สิงหาคมนี้ เวลาประมาณตั้งแต่ ๑๗.๐๐ น. ถ้าคุณเสก ว่าง เรียนเชิญไปพบกับนักเลงรถโฟล์กหลากหลายรุ่น ที่ลานจอดรถ ชั้น ๒ ของเทสโก้ โลตัส สาขาแคราย เพราะพวกเราชาวโฟล์ก ไทย จะไปป๊ะหน้ากันครับ คุณจะได้พูดคุยสอบถามกับเจ้าของรถพาสสาทหลายท่าน  พร้อมทั้งเห็นรถพาสสาทคันจริง เรียกได้ว่าดีกว่าที่มาถามในบอร์ดครับ เพราะจะเห็นของจริง แบบไม่มีปิดบัง ดีหรือไม่ดีอย่างไรพวกเราก็จะบอกว่าดีครับ รับรองคุณจะตัดสินใจง่ายขึ้น เรียนเชิญนะครับ ยังไม่มีรถไม่เป็นไร ถ้าสนใจเชิญเลยครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ครัีบ
    ขอบคุณครับแต่ไม่ว่างพอดี

    panuwat

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 33
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 02:07:48 pm »
    ตอบคร่าวๆ นะครับ ผมใช้ตัว ปี 2001
    - เกียร์เสียซ่อม(โอเวอร์ฮอล) ประมาณ สามหมื่นต้น ถึงปลาย
    - เครื่องเดิม 125 แรงม้าที่ 5,800 รอบ แรงบิดน่าจะประมาณ 168-172 นิวตันไม่แน่ใจ ที่ 3500 รอบ
    - วิ่งขึ้นเขา ผมว่าน่าจะพอได้นะครับแต่ใช้รอบเครื่องมากหน่อยถ้ารถหนัก  ส่วนวิ่งทางไกลก็พอได้ แต่รอบเครื่องสูง รอบ 3000 วิ่งได้ประมาณ 100 เสียงดังด้วย แต่ก็รับได้เพราะส่วนตัวชอบฟังเสียงเครื่องยนต์
    - วิ่งทางไกลใช้ความเร็วตั้งแต่ 100-160 กำลังดี รับรองว่าไม่อายรถตลาดเครื่อง 1.8 รุ่นปัจจุบัน
    - ตีนต้นออกตัวอืด เว้นเสียแต่จะเหยียบมิดก็พุ่งปรู๊ดได้ แต่เสียงเครื่อง(พัดลม)ดังมาก เพราะพัดลมหมุนตามรอบเครื่องแบบรถกระบะ
    - คันเร่งและเกียร์ถ้าขับแบบเอื่อยๆ เรื่อยๆ มันจะอืดมาก ถ้าอยากเร่งแซงขึ้นมาทันทีก็ต้องรอซักพัก ตอบสนองช้ามาก แต่ถ้าขับแบบปรู๊ดปร้าดมาตลอด(คือประมาณว่าเหยียบคันเร่งตามใจชอบ)แล้วเร่งแซงแบบนี้ ก็ไม่ขี้เหร่ครับ เพราะเกียร์มันปรับสภาพตามการขับขี่ของเรา
    - โช๊ค 4 ต้น เท่าที่เคยถามนานแล้ว standard น่าจะประมาณ 11,000(คู่ล่ะ 5,500)
    - ช่วงล่าง ผมไม่เคยขับเกิน160 ไม่แน่ใจว่าเลยจากนั้นไปจะเป็นยังไง เอาเป็นว่า ก่อน 160 สำหรับผมถือว่าโอเค ไม่ส่าย รู้สึกมั่นคง(ช่วงล่างเก่าแล้ว มีหลวมบางตัว ) รถผมปริงโหลดอาจมีส่วนช่วย
    - ติดแก๊สแล้วมาประมาปีเศษ ก็ยังปกติดี กล้าเหยียบมากกว่าเดิม(เพราะถูกกว่าน้ำมัน) ทางไกลอยู่ที่ประมาณ 1.7-2.0 บาทต่อกิโลเมตร ใน กทม 2.5+ บาท ต่อกิโลเมตร
    - ความร้อนตอนนี้ปกติดี แต่รถผมน้ำหายนิดหน่อย เดาว่าน่าจะมีจุดรั่ว ยังไม่มีเงินซ่อมครับ 555+

    เสก

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 10:35:25 pm »
    ขอบคุณครับคุณ panuwat
    ฟังแล้วน่าสนใจ
    อะไหล่ภายในหาซื้อยากไหมครับ
    เกียร์ไปทำที่ไหนครับ
    แก๊สหัวฉีดหรือเปล่าครับ ติดที่ไหนครับ
    http://taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=1236600

    mr.boone

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 05:11:50 pm »
              ความจริงอยากทราบอายุคนถามก่อน จึงจะตอบได้ถูกต้อง บี5คันที่บอกแต่งไว้สวยมาก สีก็สวย ปีก็ค่อนข้างใหม่ ล้อขอบ 18" ดูเท่ห์มาก ราคาก็โอเค 2 แสนต้นๆอาจต่อรองได้อีกเล็กน้อย ถ้าเป็นหนุ่มๆฟันธงไปเลย ถูกใจแน่ แต่ถ้ามีครอบครัวแล้ว ลองไปขับดูก่อนครับ ยางล้อใหญ่แก้มเตี้ย ไม่รู้เจ้าของโหลดด้วยหรือเปล่า หน้ารถเตี้ยมากๆ ขับลำบากเดี๋ยวเกยลูกระนาด เดี๋ยวชนขอบถนน ความนุ่มนวลหายไปเยอะเลย ถ้าเป็นผมก็ต้องถามหาล้อเดิมก่อน นอกจากนี้คุณต้องตัดสินใจเอง ไปลองขับเลย ลุยถนนขรุขระหน่อยยิ่งดี จะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นครับ

    เสก

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 10:35:39 pm »
              ความจริงอยากทราบอายุคนถามก่อน จึงจะตอบได้ถูกต้อง บี5คันที่บอกแต่งไว้สวยมาก สีก็สวย ปีก็ค่อนข้างใหม่ ล้อขอบ 18" ดูเท่ห์มาก ราคาก็โอเค 2 แสนต้นๆอาจต่อรองได้อีกเล็กน้อย ถ้าเป็นหนุ่มๆฟันธงไปเลย ถูกใจแน่ แต่ถ้ามีครอบครัวแล้ว ลองไปขับดูก่อนครับ ยางล้อใหญ่แก้มเตี้ย ไม่รู้เจ้าของโหลดด้วยหรือเปล่า หน้ารถเตี้ยมากๆ ขับลำบากเดี๋ยวเกยลูกระนาด เดี๋ยวชนขอบถนน ความนุ่มนวลหายไปเยอะเลย ถ้าเป็นผมก็ต้องถามหาล้อเดิมก่อน นอกจากนี้คุณต้องตัดสินใจเอง ไปลองขับเลย ลุยถนนขรุขระหน่อยยิ่งดี จะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นครับ
    36 โสด ครับ
    ตอนนี้คิดว่าจะหา b4 ลง vr6  ติดแก๊สดี
    หรือ b5 ดี

    b5 เบาะหุ้มใหม่ได้ไหม ถ้าเครื่องเริ่มพัง(อีกหลายปี) เราจะลงเครื่องทีใหม่หรือ แรงกว่าเดิมได้หมครับ
    คืออยากได้ ต้นไม่อืดด้วยคับ
    ปี 02 ราคาถูก

    http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=1244406


    ปี 01 แต่ดูใหม่มาก(เบาะ)
    http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=1246378

    ทนายรูปหล่อ

    • Full Member
    • ***
    • กระทู้: 232
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 07:20:38 am »
    เครื่องกับบอดี้ตัวเดียวกัน คงขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนมากกว่า 

    mr.boone

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 06:41:24 pm »
              -บี4รุ่นสุดท้ายปี96 บี5ปี01-02 อายุห่างกัน5-6ปี บี5 สดกว่าแน่ ผมใช้มาแล้วทั้งคู่ ผมชอบบี5มากกว่าซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ คนที่ซื้อบี4ผมไปใช้อยู่5-6ปี ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปขับบี5แล้วครับ ข้อดีของบี4ตอนนี้ราคาถูกมาก5-6หมื่นก็ซื้อได้แล้ว อีกอย่างเครื่องวางขวางเหมือนรถญี่ปุ่น ถ้าจำเป็นจริงๆเปลี่ยนเครื่องข้ามสายพันธ์ก็ได้แต่จะคุยกับชาวโฟล์คไม่รู้เรื่องนะ

               -เบาะบี5มี2แบบ กำมะหยี่กับเบาะหนังแท้ หนังแท้อายุ10กว่าปีก็แตกลายงาหมดแล้ว ถ้าไม่หุ้มใหม่(2-3หมื่น หนังเทียมน่าจะไม่ถึงหมื่น)ก็ต้องทนอยู่กับความเก่า ของผมเป็นกำมะหยี่ถึงสีจะซีดไปบ้างแต่ก็ยังดูดี

               -เครื่องบี5ตัวแรงก็มี 1.8 turbo เตรื่อง2.4 v6 แต่เครื่องคุณแทบไม่ต้องยุ่งกับมัน เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-สายพานทุกอย่างและรอกตามกำหนด ดูน้ำดีๆเท่านี้ก็ใช้ได้อีกนาน แถมวาล์วก็ไม่ต้องตั้ง ที่ว่าอืดก็ไม่มากนัก ถ้าอยากเร็วก็เหยียบแรงๆมันก็ปรูดปราดได้ เครื่องมันตอบสนองคุณได้ตามเท้าสั่ง แต่คงเปลืองน้ำม้นหน่อยนะ

               -คันที่ว่าใหม่(เบาะ)คุณจะไปดูเหรอ ไกลออก ! หาดูในกทม.ดีกว่า เรื่องติดแก๊ส บี5แทบทุกคันใช้อยู่แล้ว ระบบหัวฉีดไม่มีปัญหา ของผมจะเข้าปีที่5แล้วไม่ต้องปรับจูนอะไรเลย ใช้จมูกสูดดมอย่างเดียว ถ้ามีกลิ่นก็ต้องหาจุดรั่วซึมแล้วแก้ไขก็จบ ...แต่คันอื่นผมไม่ทราบ

    เสก

    • บุคคลทั่วไป
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 01:07:58 pm »
    ขอบคุณคุณmr.boone  มากๆๆๆแน่นมากข้อมูล

    1.8  นี่ เร็วปลายเท่าไหร่ได้ครับ 200 ถึงไหม ?

    อยาก ทราบไว้แต่คงขับแค่ 100-160  นานๆที ไป 170...

    เขาจะทำได้ไหม

    ทราบแต่ gti 16v  , vr6 นี่ได้แน่ๆ 190-200



    ดีใจที่บอกว่าประหยัดและซ่อมได่ไม่ยาก


    เบาะหนังอยากหุ้มงบ 2 หมื่นออกมาดีแล้ใหม่มีไหม

    Golf 3 Van

    • Full Member
    • ***
    • กระทู้: 162
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 02:15:58 pm »
    เข้ามาอ่านแล้ว อยากหามาใช้มั่งจัง

    เผื่อจะได้ซิ่งเหมือนสมัยหนุ่มๆ  ;D

    ทนายรูปหล่อ

    • Full Member
    • ***
    • กระทู้: 232
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 02:36:27 pm »
    B5. เคยลองขับตอนติดแก็สมาใหม่ วิ่งได้190และเจอคอสะพานแต่คันเร่งยังเหลืออยู่ครับ ซึ่งความเร็วกำลังไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ผมว่าถึงครับ(ใช้แก็ส) แต่ช่วงความเร็วจะขึ้นช้าตอนออกตัวแรก และจะไปช้าอีกทีตอนช่วง 150 ขึ้นไป200 ครับ

    panuwat

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 33
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 03:14:11 pm »
    หวัดดีครับพี่ทนายรูปหล่อ จำผมได้ไหมครับ วันนั้นแอบขอกลับก่อน เสียดายมากครับ

    อันนี้ผมคัดลอกมาจากเว็บ แต่นานแล้ว จำไม่ได้ว่าเว็บไหน ต้องขออภัยด้วยครับ ที่ไม่ได้ให้เครดิต

    "หาเจอเพิ่มเติมครับ VOLKS PASSAT HIGHLINE
    ยนตรกรรมหรูมาตรฐานเยอรมนี
    Volkswagen Passat ซีดานระดับหรูจากเมืองเบียร์ ถูกเผยโฉมเป็นครั้งแรก ในไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปี 2000 โดยในรุ่นที่นำมาเปิดตัวเป็นรุ่น HIGHLINE ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมระดับหรู ผสานกับความสะดวกสบาย ภายในห้องโดยสารอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยในช่วงนั้นมีสนนราคาค่าตัว 1,541,000 ล้านบาท

    รูปลักษณ์สง่างาม
    Passat Highline เป็นรถซีดานหรูหราอีกยี่ห้อหนึ่งที่มีรูปลักษณ์โค้งมนสง่างาม ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าจดบั้นท้าย ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ต่ำเพียง 0.27 โดยภายนอกจะโดดเด่นสะดุดตาด้วยหลังคาทรงครึ่งวงกลม ที่มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ กระจกมองข้างและมือจับเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ เสริมความปลอดภัยด้วยไฟเลี้ยวสีขาวที่ด้านข้างตัวรถ และไฟหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ที่รวมไฟประเภทต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมกันชนขนาดใหญ่ที่เป็นสีเดียวกันกับตัวถัง พร้อมช่องระบายความร้อนที่ติดโลโก้ทรงวงกลมตรงกลางเป็นตัว W และเสริมความโดดเด่นด้วยแอร์แดมป์สีดำที่ตัดกับสีของตัวถังรถอย่างกลมกลืนที เดียว


    ภายในเอื้อประโยชน์ใช้สอย 

    ภาย ในห้องโดยสารถูกดีไซน์ด้วยนักนิยมซีวิค ยุคปี 2000 ที่ต้องพร้อมสรรพด้านความสะดวกสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เสริมความหรูหราและภูมิฐานตามมาตรฐานรถยนต์นั่งระดับหรู ด้วยการตกแต่งและเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เพียบ พร้อม อาทิ เบาะนั่งคูหน้าปรับเปลี่ยนตำแหน่งไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับหมอนรองกระดูกสันหลังที่ให้ความสะดวกสบาย และให้ความรู้สึกผ่อนคลายแม้ต้องเดินทางไกล

    ขณะที่เบาะนั่งหลังติด ตั้งกลไกระบบ ISOFIX สำหรับการติดตั้งเบาะนั่งเด็ก ที่วางแขนพร้อมกล่องเก็บของกลางเบาะนั่งด้านหน้าหุ้มด้วยหนังแท้ ป้ายสัญญาณฉุกเฉินสะท้อนแสงภายในฝากระโปรงท้าย เสาอากาศวิทยุติดตั้งบนหลังคา พร้อมที่วางเครื่องดื่มพับเก็บได้ และช่องเก็บของตอนหน้าที่มีช่องระบายความเย็นสำหรับเก็บรักษาสิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น  คอนโซลหน้าออกแบบและพัฒนาให้มีความโดดเด่น โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ความสะดวกในการใช้งาน แผงไฟหน้าปัดเรืองแสงสีฟ้าตัดสลับกับมาตรวัด และเข็มสีแดงสว่างสวยงาม ให้ความชัดเจน ทั้งอ่านได้ง่ายแม้ยามค่ำคืน ขณะที่เครื่องปรับอากาศเป็นแบบ CIMATRONIC สามารถควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เย็นสบายได้โดยอัตโนมัติและทุกสภาพของ อากาศ พร้อมเครื่องเสียงคุณภาพสูง GAMMA เพิ่มความรื่นเริงให้กับการขับขี่ ด้วยลำโพง 8 ตัวที่ด้านหน้าและหลัง พร้อมปุ่มปรับเสียงทุ้ม แหลม และระบบป้องกันการโจรกรรม 


    ขุมพลังเครื่องยนต์

    Passat Highline ใช้ขุมพลังในการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 20 วาล์ว (5 วาล์วต่อสูบ) มีขนาดความจุเครื่องยนต์ 1781 ซี.ซี. ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 125 แรงม้า (bhp) ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 168 นิวตันเมตร (Nm) ที่ 3,500 รอบต่อนาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ Multi-point Injection ควบคุมการทำงานด้วยระบบ Motronic พร้อมท่อร่วมไอดีแบบปรับอัตราการอัดอากาศตามรอบความเร็วของเครื่องยนต์ ตอบสนองอัตราเร่งเร้าใจในทุกย่านความเร็ว โดยให้ความเร็วสูงสุด 201 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100       กม./ชม. ใช้ระยะเวลา 12.5 วินาที ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ออโตเมติก 4 สปีด ที่ทำงานประสานสอดคล้องกับระบบ DSP (Dynamic Shift Programme) ที่จะปรับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับสภาพการขับขี่ได้อย่างแม่น ยำ   


    ระบบช่วงล่าง

    ระบบกันสะเทือน หน้าเป็นแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ช็อกแอบซอร์เบอร์ คอยล์สปริง ให้ความนุ่มนวลขณะขับขี่ และให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำ ปลอดภัยทุกสภาพถนน ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม เหล็กกันโคลง ช็อกแอบซอร์เบอร์ และคอยล์สปริงเช่นเดียวกับด้านหน้า ช่วยในการรักษาความสมดุลในการทรงตัวและการยึดเกาะถนนได้อย่างดี เพิ่มความมั่นใจแม้ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ผสานกับระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงที่ควบคุมการขับขี่ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังยุบตัวได้โดยอัตโนมัติ และพับงอได้หากเกิดอุบัติเหตุปะทะทางด้านหน้าของตัวรถยนต์   

    ระบบ เบรกใน Passat Highline เป็นแบบอิสระ 2 วงจรไขว้ พร้อมหม้อลมผ่อนแรง ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) โดยด้านหน้าเป็นระบบดิสก์เบรก แบบมีครีบระบายความร้อน ด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยยางขนาด 205/55 R16 โดยมีล้อแม็กขนาด 7Jx16 จำนวน 5 วง เป็นอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐาน

    Passat Highline  ให้ความสำคัญกับเรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง โดยการใช้งานในเมืองจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 12.3 ลิตรต่อ 100 กม. ขณะที่การใช้งานนอกเมืองจะประหยัดน้ำมันมากกว่า สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 7.0 ลิตรต่อ 100 กม. โดยเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 8.7 กม.ต่อ 100 กม. ซึ่งถังน้ำมันสามารถจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 62 ลิตร 


    ความคุ้มค่าน่าลงทุน

    Passat Highline ให้ความมั่นใจกับผู้บริโภคในด้านความคงทนถาวรของรถ ด้วยการนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นมาใช้ในการผลิต คือ การเชื่อมต่อตัวถังด้วยแสงเลเซอร์ (Laser Beam Welding) และ Fully Galvanized Body ช่วยให้ตัวถังมีความแข็งแกร่งและคงทนสูงกว่ารถทั่วไป พร้อมควบคุมการประกอบในทุกขั้นตอนการทำงาน สำหรับราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 1,541,000 บาท


    ราคาจำหน่ายปัจจุบัน (07/2552)
    ราคาสูงสุด 410,000 บาท 
    ราคาต่ำสุด 353,000 บาท
    ปีที่ผลิตและจำหน่าย  2000 (2543)-2003 (2546)
    ความเห็นของผู้เขียน
    ราคาในตลาดมือสอง   **
    ความแข็งแรงของตัวรถ   ****
    ความมีชื่อเสียง     **
    สมรรถนะ    ****
    ความน่าใช้    ***
    ค่าซ่อมบำรุง    **
    ปัญหาจุกจิก    ***
    หมายเหตุ  :  *  ต่ำ, **  พอใช้, ***  ปานกลาง, ****  สูง, *****  สูงมาก

    ข้อมูลทางเทคนิค
    เครื่องยนต์  เบนซิน 4 สูบแถวเรียงวางตามยาว
    ระบายความร้อนด้วยน้ำ
    ระบบเพลาราวลิ้น 5 วาล์วต่อสูบ เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ (DOHC) ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    ปริมาตรความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.) 1781
    ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก (มม.) 81.0x86.4
    แรงม้าสูงสุด (bhp)/รอบต่อนาที 125/5,800
    แรงบิดสูงสุด (Nm)/รอบต่อนาที 168/3,500
    อัตราส่วนกำลังอัด 10.3:1
    ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-pointInjection (MPI)
    ควบคุมการทำงานด้วยระบบ Motronic พร้อมท่อร่วมไอดีแบบปรับอัตราการอัดอากาศตามรอบ 
    ระบบกรองไอเสีย  Catalytic Converter แบบ 3 ทาง พร้อม Lambda Control แบบ
    ขับ เคลื่อน  2 ล้อหน้า  ระบบเกียร์  อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบ DSP (Dynamic Shift Programme) วิเคราะห์และควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์
    พวงมาลัย  แร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง
    ระบบกันสะเทือน หน้า โฟร์ลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ช็อกแอบซอร์เบอร์ คอยล์สปริง
    หลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ช็อกแอบซอร์เบอร์ คอยล์สปริง
    ระบบเบรก  อิสระ 2 วงจรไขว้ พร้อมหม้อลมผ่อนแรง ระบบป้องกันล้อล็อก
    ขณะเบรก (ABS) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
    หน้า  ดิสก์เบรก แบบมีครีบระบายความร้อน   หลัง  ดิสก์เบรก
    ขนาดกระทะล้อ  7 Jx16 ข
    นาดยาง    205/55 R 16
    มิติและน้ำหนักตัวรถ (กว้างxยาวxสูง) (มม.)  1,740x4,675x1,459
    ระยะห่างฐานล้อหน้า-หลัง (มม.)  2,707
    ความกว้างของฐานล้อหน้า/หลัง (มม.)  1,498/1,500
    น้ำหนักรถ (กก.)  1,340
    น้ำหนักรถบรรทุกรวม (กก.)  1,910..."
     
    -ดูจากข้อมูลแล้ว เบรก ABS EBD เป็นเทคโนโลยีที่มีในรถปัจจุบัน แต่มันมีใน passat มาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่สำคัญก็คือว่าปัจจุบันมันจะยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า ถ้าจะซื้อควรเช็คด้วยนะครับ เห็นหลายคันก็เริ่มพังไปแล้ว แต่ผมไม่ทราบวิธีเช็คนะครับ
    -ช่วงล่างหน้าของ B5 น่าจะดีกว่า B4 เพราะเป็นแบบ มัลติลิ้งค์ เซ็ตเดียวกับ AUDI A4 B5 ผมได้ยินคำล่ำลือทั้งจากเว็บ Audi และ volk และช่างหลายท่านว่าเกาะถนนดี แม้หลวมๆแล้ว รถยังวิ่งตรงดี ผมก็ว่ามันเกาะดีครับ
    -ความเร็วปลาย ตามข้อมูลข้างบนบอกว่า 201 KM/H  บางที่่ก็บอก 205 หรือ 195KM/H เห็นหลายท่านในอินเตอร์เน็ตบอกว่าเครื่องรุ่นนี้ยังวิ่งได้ถึง 200 นะครับ
    -ส่วนตัวผมผมว่าความเร็ว 100-160 มันเหมาะกับการจราจรและถนนเมืองไทยเวลาออกต่างจังหวัด เพราะถ้าขับต่ำกว่า 100 ก็ขับยากต้องค่อยเบรคและหลบสิบล้อที่แซงสิบล้อด้วยกัน และคอยระวังพวกขับเร็วที่ชอบฉีกแซงซ้าย รุ่นนี้ขับแช่ซัก 110-130 กำลังดี แรงบิดกำลังมาเต็ม(ไม่กินน้ำมัน/แก๊สมาก, รถผมลองขับ 90 กับ 110 ปรากฏว่าขับ 110 ประหยัดกว่า) ส่วน 130+ เอาไว้เวลาอยากมันหรือรีบ ,ความเร็วเกิน 160 ผมว่าขับอยากแล้ว เว้นแต่บนทางด่วนหรือตอนดึกสงัดรถน้อยๆ ที่สำคัญถ้าขับตอนกลางวันมีจุดตรวจวัดความเร็วด้วย อย่างเก่งถ้าทำตามกฎหมายก็คงขับได้ไม่เกิน 120
    - ส่วนหุ้มเบาะผมว่าไม่น่ากังวัลนะครับ ขอแค่มีตังค์ก็เลือกตามต้องการ
    - ส่วนเรื่องต้นอืดเนี่ย ผมว่าถ้าเหยียบแบบธรรมดาๆ การตอบสนองมันอืดกว่าวีออส,ยาริส 1.5 แน่ครับ แต่ผมว่ารถมันพุ่งดีนะ เหมือนเขาทดเกียร์มาแบบนี้ แต่ถ้ากดมิดพุ่งแน่ เกียร์เปลี่ยนที่ 6000 รอบ เสียงเครื่องดังกระหึ่ม แต่เปลืองน้ำมัน ผมว่าคุณต้องลองเองครับ ว่ารับได้ไหม
    - ข้อมูลการซ่อม ถ้ามีปัญหาแล้วจะซ่อมที่ไหนอย่างไร ค้นหาหรือโพสต์ถามในนี้ได้ครับ พี่ๆ ในนี้ใจดี เจอตัวจริงยิ่งใจดีครับ อบอุ่นดีครับ

    panuwat

    • Newbie
    • *
    • กระทู้: 33
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 03:32:13 pm »
    เพิ่มเติมนะครับ
    ถ้าอยากแรง ลงเครื่อง 1.8T ได้ครับ เห็นมีแต่คนบอกว่าขับดีกว่าเดิมมาก (แต่ไม่ได่หมายความว่าเครื่อง 1.8NA ขับไม่ดีนะครับ) ช่างบอกซักแสนเศษๆ ก็น่าจะได้ ถ้าสนใจลองไปอ่านที่เว็บออดี้คลับดูครับ มีความรู้เรื่องเครื่อง 1.8T เยอะมาก

    ทนายรูปหล่อ

    • Full Member
    • ***
    • กระทู้: 232
      • ดูรายละเอียด
    Re: passat ปี 2002 น่าใช้ไหมครับ
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 06, 2013, 06:54:45 pm »
    จำได้ครับครับคุณ panuwat ผู้ร่วมชะตากรรม 555


    เพิ่มเติม กันชนหน้าหลังนึกว่ามีพลาสติกกันชนอย่างเดียว มีเหล็กกันชนในพลาสติกกันชนอีกชิ้นโคตรแข็งครับ ยึดกับบอดี้รถเลย
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2013, 06:56:18 pm โดย ทนายรูปหล่อ »