• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ  (อ่าน 240 ครั้ง)

    สน

    • บุคคลทั่วไป
    ใช้ของยี่ห้อแล้ว เบอรEะไรกันบ้างครับ ที่ปัEเห็นมีบริการ หลังจากถ่ายน้ำมันเครื่องเดิมออกแล้ว มีน้ำมันเครื่องแบบล้างก่อนด้วย ก่อนที่จะเติมของใหม่เข้าไปโดยความเห็นผมก็ว่าดีนะ เพราะเวลาที่เราใช้ไปหลายพันโล คราบสกปรก เศษเหล็ก ฝุ่น  เวลาถ่ายจะไม่ออกมาหมดติดตาม ร่องบ้าง อ่างน้ำมันเครื่องบ้าง ถ้าใส่ของใหม่ไปเลยก็จะปนกันเข้าไปทำให้น้ำมันไม่สะอาดเท่าที่ควร เดิมผมใชE15W 50 ของเชลลE655 ถ้าล้างด้วยนำมันเครื่องที่ว่า 200 กว่าบาท ผมเลยว่าจะเปลี่ยนแบบ 20W 50 ของเชลลEหมือนกันเลยแบบไม่ล้างขับซัก 2-3 พันค่อยถ่ายเป็น 15W 50 อีกทีน่าจะประหยัดกว่า แต่มีผลเสียหรือไม่ครับ ถ้าเราใชE15W 50 กับ 20W 50 สลับไปมา ขอทราบความคิดเห็นครับ
    [ 27 ต.ค. 2546 , 19:00:01 น

    vw1

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตามความคิดเห็น ผมคิดว่าในปัจจุบันน้ำมันเครื่องที่มีเกรดSJและเกรดสูงขึ้นไป ผสมสารชะล้างทำความสะอาดภายในเครื่องยนตEี่สามารถทำหน้าที่ทำความสะอาดได้ดี สังเกตว่าเมื่อใส่ลงในเครื่องยนตEด้ไม่นาน น้ำมันเครื่องก็จะเริ่มคล้ำลง
    ผมไม่แน่ใจว่าน้ำมันล้างเครื่องที่ว่านั้น เป็นของเชลลEแกลลอนขาวๆใช่หรือเปล่า? ถ้าใชEผมไม่อยากแนะนำให้ใช้บ่อยนัก เพราะการกัดและชำระล้างนั้นดี แต่ไม่ช่วยในการปกป้องชิ้นส่วนภายใน
    เพราะตามประสบการณEชิ้นส่วนที่เป็นซีลต่างEจะเสียหายก่อน รวมทั้งจะทำให้เกิดความสึกหรอภายในเครื่องยนตEาก

    ผมจึงว่าใชE5W-50 และถ้ากลัวว่าภายในจะสกปรก ก็ควรจะเปลี่ยนถ่ายให้เร็วขึ้น น่าจะทำให้สบายใจขึ้น

    ลองดูนะครับ

    28 ต.ค. 2546 , 00:09:34 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ทำไมคุณถึงอยากใชE 15W-50 มากกว่า 20W-50 ครับ?
    ตัวเลขหน้าเป็นตัวเลขอุณหภูมิแวดล้อม เลขยิ่งต่ำก็ยิ่งเหมาะกับอุณหภูมิต่ำ เหมาะสำหรับเมืองหนาว ข้อเสียก็คือเลขยิ่งต่ำยิ่งมีส่วนผสมของสารแก้สัมประสิทธิEุณหภูมิมาก สารพวกนี้ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่น ไม่ทนทานต่อแรงกดแรงเบียด ทำให้น้ำมันเครื่องที่มีเลขหน้าต่ำจะเสื่อมเร็วกว่าเลขสูง และสารพวกนี้กลัวสารชะล้าง(Detergent) ทำให้เครื่องยนตEกปรกกว่า
    สำหรับบ้านเราเหมาะที่สุดคือเบอรE40 ไม่มี W นำหน้า ทนกว่าและมีสารชะล้างมากกว่า ราคาถูกกว่า แต่จุดด้อยคือตอนสตารEเครื่องใหม่ๆน้ำมันจะหนืด ต้องใจเย็นๆค่อยขับซักพักให้น้ำมันอุ่น
    สำหรับผมอยากได้น้ำมันเกรด 20-50 ไม่มี W แต่ฝรั่งมันไม่ทำขาย เพราะคงมีคนซื้อใช้ไม่กี่คน คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าเลขหน้า W ต้องต่ำถึงจะดี ดีของฝรั่งอาจจะไม่ดีสำหรับไทย
    ถ้าคุณเป็นแฟนรถ VW จริงๆควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 15,000 KM ครับ ไม่ใชE2,000 หรือ 5,000 อย่างที่ทำกันเมื่อ 30-40 ปีก่อน น้ำมันเครื่องได้รับการพัฒนามากแล้ว(แต่คนใช้น้ำมันเครื่องนี่สิ...)
    ข้อควรระวังการใช้น้ำมันล้างเครื่อง...
    เครื่องยนตEก่าใช้มานานคราบน้ำมันเครื่องคราบเขม่าจะช่วยอุดรอยรั่วซึมที่มีอยู่มากมาย ถ้าล้างภายในเครื่องสะอาดเอี่ยมคุณอาจจะได้เครื่องยนตEี่มีเสียงคล้ายเครื่องล้างช้อนซ่อม เหมือนอย่างที่เพื่อนของผมเคยได้รับบทเรียนมาแล้ว

    28 ต.ค. 2546 , 11:23:34 น

    โฟลEพระราม 3

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    สวัสดีครับ ถ้าท่านมีปัญหาเกี่ยวกับรถของท่าน ยินดีบริการรับปรึกษา,รับซ่อม ราคาเป็นกันเอง โดยช่างจากศูนยEู้ชำนาญการ ซึ่งมาเปิดอู่บริการเอง สนใจติดต่อสอบถาม โฟลEพระราม 3 โทร:09-1443641,06-3362047,02-6834997-8 ช่างแกE ยินดีครับ
    28 ต.ค. 2546 , 18:18:38 น

    สน

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    แล้วทำไมน้ำมันที่แพงEดีEพวกซินเทติก น้ำมันสังเคราะหEำไมจะต้องเป็น 10 W 40 ไม่ค่อยได้เห็น 15 W 50 หรือ 20 W 50 ล่ะครับ แล้วที่คุณช่างเหอะบอกใช้ได้ถึง 15,000 นี่จริงเหรอครับ แบบนี้น้ำมันเครื่องไม่เสื่อมไปแล้วเหรอ แล้วถ้าพวก 20 W 50 จำพวก 300 กว่าบาทนี่ใช้ได้มัEครับ
    28 ต.ค. 2546 , 20:50:12 น

    โกE

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมไม่ได้แย้งหรือว่าคุณช่างเหอะไม่ถูก เพราะผมอาจจะยังรู้ไม่จริง แต่เท่าที่รู้มาแกนๆว่า น้ำมันสังเคราะหEรือกึ่งสังเคราะหEึ่งมีตัวเลขข้างหน้า W ต่ำ เช่น 5,10 หรือ 15 เป็นต้น จะมีความหนืดค่อนข้างคงที่ในระดับอุณหภูมิที่ต่างกัน ทำให้เวลาเครื่องยนตEำงานหนัก อุณหภูมิสูง น้ำมันยังคงมีความหนืดหล่อลื่นชิ้นส่วนของเครื่องยนตEดEและเสื่อมสภาพช้ากว่าพวกน้ำมันเกรดรวม
    จึงขอให้เพื่อนEร่วมแสดงความเห็นด้วยครับ

    29 ต.ค. 2546 , 01:34:29 น

    วินิจ(หัวแตงโมฯ)

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอสนับสนุนคุณช่างเหอะเรื่องน้ำมันล้างเครื่อง ผมและเพื่อนที่ทำงาน เจอมากับตัวเอง เข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ปัEตราดาว พนักงานบอกว่าน้ำมันชนิดนี้ราคาแพงมาก จะทำให้เครื่องสะอาด ตอนนี้อยู่ช่วงโปรโมท คิดราคาไม่แพง เลยตัดสินใจให้เขาทำใหEผลคือซีลคอหน้า-คอหลังไปหมด เสียเงินค่าเปลี่ยนซีลเพื่อไม่ให้น้ำมันเครื่องรั่วเลอะเทอะบ้านตัวเองอีกหลายบาทเพราะความไม่รู้แท้ๆ
    29 ต.ค. 2546 , 18:43:21 น

    พี

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    น้ำมันเครื่อง
    เกรดความหนืด
    เกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นเคลือบและการไหลเวียน เป็นอัตราการไหลของปริมาณน้ำมันเครื่องต่อขนาดและความยาวของรู ต่อหน่วยเวลา ณ อุณหภูมิหนึ่ง เช่น น้ำมัน 60 ซีซี (ลูกบาศกEซนติเมตร) ไหลผ่านรูขนาดเส้นผ่าศูนยEลาง 1.77 มิลลิเมตร ความยาวของรู 12.25 มิลลิเมตร ณ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสโดยมีหลายหน่วยการวัด เช่น ระบบเมตริก หน่วย cSt เซนติกโตส, สหรัฐอเมริกา หน่วย SUS, SSU วินาทีเซยEบลตE อังกฤษ หน่วย RW1 เรดวูE และยุโรป E อิงเลอรEโดยมีความแตกต่างกันในรายละเอียดและทุกอุณหภูมิการวัดหน่วยการวัดข้างต้นเกี่ยวข้องกับงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก ล้วนมีความยุ่งยากในการจดจำ ไม่เป็นสากล และไม่สะดวกในการเลือกใช้น้ำมันเครื่องทั่วโลก จึงมีสมาคมในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก กำหนดเกรดความหนืดที่สะดวกและชัดเจนขึ้นใหมEและง่ายต่อการเลือกของผู้บริโภค เปรียบเทียบกับหลายหน่วยการวัดข้างต้นได้แม่นยำ หน่วยงานนั้นคือ สมาคมวิศวกรรมยานยนตESAE - SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERSโดยกำหนดใช้อักษรย่อ SAE ตามด้วยเกรดความหนืดเป็นตัวเลขจำนวนเต็มที่ลงท้ายด้วย 5 หรือ 0 เช่น 15, 30 หรือ 50 ฯลฯ เลขมากยิ่งหนืด เลขน้อยยิ่งใส เช่น 50 หนืดกว่า 40 และ 5 ใสกว่า 20 โดยวัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส (210 องศาฟาเรนไฮตE ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องที่ไหลเวียนขณะเครื่องยนตEำงานถ้าวัดทีE-18 องศาเซลเซียส (0 องศาฟาเรนไฮตE ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิของอากาศในบางประเทศที่หนาวจัด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำมันเครื่องหนืดเกินไปจนไหลไม่ไหว จะตามท้ายตัวเลขด้วยตัวอักษร W-WINTER เช่น 5W, 10W หรือ 20W ฯลฯ การเลือกน้ำมันเครื่องในไทย ให้สนใจตัวเลขเปล่าๆที่ไม่ได้ตามท้ายด้วย W เพราะไม่มีอุณหภูมิติดลบ อากาศปกติกE20-35 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว

    การเลือกใช้น้ำมันเครื่องในด้านเกรดความหนืด ต้องเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิอากาศทั่วไป และสภาพความหลวมของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนตEเพราะต้องมีความหนืดเหมาะสมต่อการไหลเวียนภายในเครื่องยนตEเช่น ถ้าอากาศภายนอกเย็นจัด น้ำมันเครื่องก็ควรใส ไหลง่าย ในช่วงสตารEเครื่องยนตEละยังไม่ร้อน ถ้าน้ำมันเครื่องหนืดเกินไปก็ไหลเวียนไม่ทัน และอาจทำให้เครื่องยนตEึกหรอหรือพัง

    หากอากาศร้อนหรือเมื่อเครื่องยนตE้อนแล้ว แต่น้ำมันเครื่องใสเกิน ก็จะมีชั้นเคลือบบางเกินไป ทำให้เกิดการสึกหรอ และสิ้นเปลืองน้ำมันเครื่องจากการเล็ดลอดผ่านแหวนลูกสูบหรือยางหมวกวาลEไดEน้ำมันเครื่องทุกชนิดสามารถแบ่งแยกได้อีกโดยเกรดความหนืด คือ เกรดเดี่ยว-เกรดความหนืดเดี่ยว (SINGLE GRADE) และเกรดรวม-เกรดความหนืดรวม (MUTI GRADE)

    น้ำมันเครื่องเกรดความหนืดรวม
    เรียกสั้นEว่า น้ำมันเครื่องเกรดรวม ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในภูมิประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากในแต่ละช่วงเวลาหรือฤดู หรือผลิตสูตรเดียวแต่สามารถจำหน่ายได้ทุกภูมิภาคทั่วโลก น้ำมันเครื่องเกรดรวมสามารถปรับหรือคงความหนืดให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานทุกอุณหภูมิไดEเมื่อร้อนจะปรับตัวให้หนืด และถ้าเย็นลงจะปรับตัวให้ใส

    โดยมีการผลิตและวัดความหนืด ณ 2 อุณหภูมิ คือ ทีE-18 องศาเซลเซียส ระบุเป็นตัวเลขตามหลังด้วยตัวอักษร W เช่น 10W และทีE100 องศาเซลเซียส ระบุเป็นตัวเลขเปล่าEเช่น 20 แล้วนำมาระบุรวมกันตามหลังตัวอักษรย่อ SAE โดยนำการวัดทีE-18 องศาเซลเซียสนำหน้าแล้วคั่นด้วยเครื่องหมาย - เช่น SAE 20W-50การผลิตน้ำมันเครื่องเกรดความหนืดรวมให้สามารถปรับความหนืดไดEเมื่อร้อนแล้วหนืด เย็นแล้วใส ต้องมีการเติมสารปรับความหนืด ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้สารโพลีเมอรEที่เป็นโมเลกุลสายยาว เมื่อเย็นจะหดตัว น้ำมันเครื่องจึงใส ถ้าร้อนจะขยายและยืดตัวออก ทำให้น้ำมันเครื่องข้นขึ้นโพลีเมอรEแม้จะทำให้น้ำมันเครื่องสามารถปรับความหนืดไดEแต่เมื่อผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง โมเลกุลสายยาวของโพลีเมอรEักจะขาดออกจากกัน เมื่อร้อนการขยายตัวจะน้อยลง และทำให้น้ำมันเครื่องมีความหนืดลดลงบ้าง ต่างจากน้ำมันเครื่องเกรดความหนืดเดี่ยวในมาตรฐานเดียวกันซึ่งไม่มีการเติมสารโพลีเมอรEจะคงความหนืดเมื่ออายุการใช้งานผ่านไปได้ดีกว่า

    ตัวเลขที่ระบุความหนืด ลงท้ายด้วยตัวอักษร W วัดทีE-18 องศาเซลเซียส ตามด้วยตัวเลขเปล่าEวัดทีE100 องศาเซลเซียส เช่น SAE 10W-50 ยิ่งมีตัวเลขห่างกัน เช่น 10 กับ 50 เกินกว่า 35 (50-10) แสดงว่าน้ำมันเครื่องนั้นสามารถปรับความหนืดตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้มาก ปรับตัวให้ใสหรือข้นได้มากแต่เมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว ความหนืดของน้ำมันเครื่องเมื่อร้อนหรือประมาณ 100 องศาเซลเซียส มีแนวโน้มว่าจะลดลงได้เร็วกว่าน้ำมันเครื่องที่มีเลขเกรดความหนืดห่างกันน้อยEเช่น ตามตัวอย่างจากเดิม SAE 10W-50 ความหนืดอาจเหลือเทียบได้เป็น SAE 10W-40

    ปัจจุบันน้ำมันเครื่องเกรดความหนืดรวมได้รับความนิยมทั้งในการผลิตและใช้งาน เพราะครอบคลุมทุกอุณหภูมิ ทั้งที่ในบางประเทศที่อุณหภูมิไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอย่างไทย สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืดเดี่ยวได้ก็ตาม อากาศในไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 20-35 องศาเซลเซียส และเครื่องยนตE็ร้อนมาก หากเลือกใช้น้ำมันเครื่องเมืองหนาว ไม่ว่าเกรดความหนืดเดี่ยวหรือรวม การวัดค่าความหนืดตามตัวอักษรย่อ SAE และลงท้ายด้วยตัวอักษร W ทีE-18 องศาเซลเซียส จะไม่เกี่ยวข้องและไม่ต้องสนใจ ให้ดูที่การระบุความหนืดด้วยตัวเลขเปล่าEเป็นหลัก

    การเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องให้ดูจากคู่มือประจำรถยนตEแล้วใช้ให้ตรงตามกำหนด โดยเน้นเฉพาะตัวเลขที่ไม่ได้ตามด้วยตัวอักษร Wแต่ถ้าไม่มีคู่มือให้เลือกตามนีEเมืองไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนมาก และไม่มีติดลบ สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องทั้งแบบเกรดความหนืดเดี่ยวและเกรดความหนืดรวมสำหรับเมืองร้อน โดยสนใจค่าความหนืดเฉพาะค่า SAE ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยตัวอักษร W เป็นความหนืด 40 หรือ 50

    เครื่องยนตEหม่ไม่เกิน 50,000-100,000 กิโลเมตร สามารถใช้น้ำมันเครื่องความหนืด SAE 40 ใสหน่อยไดEเพราะชิ้นส่วนยังไม่มีช่องว่างห่างมากนัก และอนุโลมให้ใช้ความหนืด 50 ไดEส่วนเครื่องยนตEี่เริ่มเก่าหรือผ่าน 100,000 กิโลเมตรไปแล้ว ควรใช้ความหนืด SAE 50

    หากเลือกใช้เองเป็นความหนืด SAE 40 ให้ดูด้วยว่ามีการกินน้ำมันเครื่องมากผิดปกติไหม (ไม่ควรเกิน 2,000-3,000 กิโลเมตรต่อน้ำมันเครื่อง 0.5-1 ลิตร) และมีควันสีขาวจากการเผาไหม้น้ำมันเครื่องที่เล็ดลอดเข้าห้องเผาไหม้ผสมออกมากับไอเสียหรือไมEถ้าผิดปกติให้เปลี่ยนไปใช้ความหนืด SAE 50

    เครื่องยนตEี่ผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง จะมีช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างEมากขึ้น โดยเฉพาะแหวนลูกสูบ ลูกสูบ และกระบอกสูบ แม้จะใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดตามกำหนดในคู่มือประจำรถยนตEล้ว ก็ควรดูว่าในการใช้งานจริงเครื่องยนตEีการกินน้ำมันเครื่องผิดปกติไหม ถ้ามากควรเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดเพิ่มขึ้นสัก 10 เบอรEเช่น เดิมใชESAE 30 ก็ขยับไปเป็น SAE 40 แล้วดูอาการซ้ำอีก ยังไม่ควรข้ามจาก SAE 30 ไปยัง SAE 50 หรือเปลี่ยนครั้งเดียวเพิ่มขึ้น 20 เบอรEปเลย

    เครื่องยนตE่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ใช้น้ำมันเครื่องความหนืด SAE 40-50 ในช่วงแรก โดยมีรุ่นที่กำหนดให้ใชESAE 30 บ้างประปราย แต่เมื่อใช้งานเครื่องยนตEนเกิน 100,000 กิโลเมตรไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็ควรเลือกใชESAE 40 หรือ 50 เพื่อให้ชั้นเคลือบของน้ำมันเครื่องหนาเหมาะสมกับระยะห่างของชิ้นส่วนต่างE
    การใช้มันเครื่องใสเกินไป ทำให้ชั้นเคลือบของน้ำมันเครื่องบางเกินไปจนเกิดการสึกหรอมาก แต่ก็ทำให้เครื่องยนตEละปัEน้ำมันเครื่องรับภาระน้อยลง เพราะน้ำมันเครื่องไหลง่าย เครื่องยนตE็หมุนง่ายไม่หนืด เครื่องยนตEี่ใช้ในการแข่งขันนิยมใช้ความหนืดของน้ำมันเครื่องพอดีEหรือใสไว้หน่อย เน้นกำลังของเครื่องยนตEดยไม่กลัวการสึกหรอ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องใสเกินไป เพราะจะเกิดการสึกหรอมาก แต่ก็ไม่ควรใช้หนืดเกินไป เพราะถึงแม้ชั้นเคลือบจะหนา แต่น้ำมันเครื่องไหลยากอาจหมุนเวียนไม่ทัน และสร้างภาระจนทำให้เครื่องยนตEำลังตกลงไดE

    บทสรุปการเลือก
    ไม่จำเป็นต้องถามไถ่หรือสนใจการประชาสัมพันธEบบเลื่อนลอย ควรตัดสินใจด้วยการอ่านจากข้างกระปEงน้ำมันเครื่องเอง เพราะจะมีรายละเอียดของทั้ง 3 คุณสมบัติระบุไว้เสมอ คือ ชนิด, เกรดคุณภาพ และเกรดความหนืด

    เลือกไล่เรียงกันให้ครบและตรงตามต้องการในแต่ละคุณสมบัติแล้วค่อยสรุป คือ

    ชนิด = ธรรมดา & กึ่งสังเคราะหE& สังเคราะหEเกี่ยวข้องกับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง

    เกรดคุณภาพ API / เครื่องยนตEบนซิน = SJ & SH & SG ... / เครื่องยนตEีเซล = CG-4 & CF-4 & CE ... เกี่ยวข้องกับคุณภาพด้านต่างEของน้ำมันเครื่องโดยตรง

    เกรดความหนืด SAE ...W/40 & SAE ... W/50 & SAE 40 & SAE 50 เกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นเคลือบและการไหลเวียน
    เครื่องยนตEบนซิน ควรเลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะหEAPI SJ หรือ SH อนุโลม SG ความหนืด SAE 40-50
    เครื่องยนตEีเซล ควรเลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะหEAPI CG หรือ CF อนุโลม CE ความหนืด SAE 40-50
    หวังว่าจะเป็นประโยชนEะครับ


    30 ต.ค. 2546 , 18:39:00 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คุณพีให้รายละเอียดดีมาก..(ไปนิด..ล้อเล่นครับ..)
    แต่ขอให้ความเห็นนิดนึงคือ ควรใช้เบอรESAE 40 เท่านั้นครับ เพราะบ้านเราอุณหภูมิ 25-35 องศา โอกาสที่จะเกิน 40 องศามีน้อยถึงน้อยที่สุด เบอรE50 หนืดไป และหาซื้อยากครับ เหมาะกับรถที่เครื่องหลวมมากๆซึ่งใช้หัวเชื้อเติมเอาจะได้ผลดีกว่า
    ส่วนน้ำมันล้างเครื่อง...ถ้าอยาก(หาเรื่อง)ล้างเครื่องจริงๆละกEขอแนะนำสูตรโบราณที่ใช้ล้างเครื่องโฟลEเต่า ใช้น้ำมันกEด(ซึ่งมีความสามารถในด้านการชะล้างสูง) ครึ่งลิตรผสมกับน้ำมันเครื่องที่ถ่ายออกมาซักครึ่งลิตร (ที่เหลือค้างไว้ในเครื่อง) กรอกกลับเข้าไปแล้วติดเครื่องไว้ซัก 5 นาที ถ่ายทิ้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหมEดีและถูก

    30 ต.ค. 2546 , 22:42:12 น

    โกE

    • บุคคลทั่วไป
    RE: Golf 94 ใช้น้ำมันเครื่องอะไรกันบ้างครับ
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณคุณพีและคุณช่างเหอะ ผมเข้าใจเรื่องน้ำมันเครื่องดีขึ้นมาก และจะขอทำตามคำแนะนำเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน
    1 พ.ย. 2546 , 05:08:21 น