• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2  (อ่าน 1904 ครั้ง)

    pop

    • บุคคลทั่วไป
    ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จากคำแนะนำ ของพี่ๆทั้งหลาย ผมก็ได้
    หาซื้อ ฝาปิดหม้อพักน้ำตัวในได้สำเร็จ
    ผลก็คือ เมื่อวาน ลองวิ่งจาก งามวงศ์วาน ไป บางใหญ่ เปิดแอร์วิ่ง
    เดินทางเที่ยงตรง ใช้เวลาประมาณ 1ชม. รถติด ทำทาง-ชลอตัว

    รถไม่ดับ

    ขากลับบางใหญ่ เปิดแอร์วิ่ง รถติดกว่ามาก ผ่านศาลากลาง นนท์ เลี้ยวเข้าทางติวานนท์
    ขับซอกแซก ทางลัด มาดับ 1ครั้ง ที่ ถ. คลองปะปา ลองสตารท์ ที เดียวติด
    วิ่ง ซัก5นาทีลองเปิดแอร์ ไม่ดับจนกลับบ้านถึงบ้าน
    ถือว่าประสบความสำเร็จไป จุดนึงครับ
    (มีลูกสาว ไปด้วย กดดันโคตร พอถึงบ้าน ลูกสาวรายงานแม่ทันที ดับ1ครั้ง)

    การแก้ไขต่อไปคือจะล้าง ด้วย PANDO ตามที่พี่คนนึงแนะนำในก่อนหน้านี้ครับ
    ขอขอบคุณทุกๆๆคำตอบครับ

    POP888

    [ 6 ก.พ. 2012 , 13:10:31 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     -ขอถามคุณ POP T3 ของคุณวิ่งไม่เปิดแอร์เครื่องไม่ดับใช่ไหมครับ แต่เมื่อเปิดแอร์ดับใชใหม่ ? (รถติดแก็สหรื่อยัง)
    6 ก.พ. 2012 , 13:33:23 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ติดแก๊สแล้วครับ โก
    และวิ่งไม่เปิดแอร์ไม่ดับครับ

    แต่เมื่อเปิดแอร์ สักพักใหญ่จะดับ ก่อนก่อนจะดับ จะมีเสียงที่ตัวตัดแอร์ครับ
    (ตัวตัดแอร์น่าจะเสียครับ จะมีเสียงดังที่สวิสท์ เปิด-ปิด แอร์ -น้ำยาแอร์  ดัง แกรกๆๆๆๆๆๆ )
    และจะตัดกลับน้ำมันไป-มาครับ

    แต่พอเปลี่ยนฝาสีฟ้าใหม่  กลับดีขึ้นอย่างมากเลยครับ โก
    แต่เสียงที่ตัว คอนเดนเซอร์ (ผมเรียกถูกหรือเปล่าครับไม่แน่ใจ) ก็ยังดังอยู่ คงต้องซ่อมครับ
    ร้านแอร์แถวบ้านไม่รับซ่อมครับ เค้าบอกว่า ไม่อยากยุ่ง กับ VW กลัวไม่จบ

    รบกวนโก วิเคราะห์ ให้ด้วยครับ
    POP888

    6 ก.พ. 2012 , 14:48:36 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ใช้เครี่องเดิมหรือเปล่า แล้วแผงแอร์ของเดิมตำแหน่งเดิมไหม
    6 ก.พ. 2012 , 15:04:25 น

    pop

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เครื่องเดิม ครับ

    แผงแอร์มี 2อัน
    1.หน้าหม้อน้ำ
    2.ไม่แน่ใจว่าใต้รถหรือเปล่า 1อัน

    6 ก.พ. 2012 , 15:43:44 น

    pop

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณมากๆๆ เลยครับ Hanniboon
    และทุกๆท่าน ที่อ่าน และแวะมาตอบครับ
    ขอบคุณจากใจ คนรัก T3
    pop

    6 ก.พ. 2012 , 16:06:05 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คุณ Pop เมื่อทำตามขั้นตอนตามพี่น้องเราแนะนำแล้ว ยังมีอาการเหมือนเดิมคือเปิดแอร์แล้วจะดับ คือกล่องเดินเบาอาจจะชื้นหรือปลั๊กสกปรกครับให้คุณถอดไฟท้ายด้านขวาของรถแล้วเห็นกล่องสีดำให้ถอดปลั๊กทำความสะอาดด้วยน้ำมันกันชื้นประกอบกลับ ลองดูนะครับ  (รถเก่าไม่ต้องท้อแท้เดี๋ยวจะเป็นครูเหมือนโก แหะๆๆๆๆๆ) รอคำตอบ
    6 ก.พ. 2012 , 19:51:45 น

    T13

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อาการฮอตของ T3 กำลังเป็นเลยครับ  ของผมขับๆ พอดับไฟแบตขึ้นทันทีแต่ก็สตาร์ทติดทันทีเหมือนกัน  ชลอเป็นดับ   เปิดแอร์หรือไม่เปิดไม่เกี่ยว  พวกอยากดับก็ดับไปเฉยๆ  ประกอบด้วยอาการ ไม่ว่าเครื่องร้อน หรือเย็นตอนเช้า  สตาร์ทได้แต่มีดับตามมาอย่างน้อย 1 ครั้ง  

    ผมกำลังสงสัยคอยล์  คิดว่าผมจะชี้ผิดตัวไหมครับโก

    6 ก.พ. 2012 , 22:34:13 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     คุณ T13 ตอนติดเครื่องสโลว์ (ไม่เปิดแอร์) รอบเครื่องที่หน้าปัตกี่รอบครับ..เปิดแอร์กี่รอบครับ..ของโกตั้งไว้ที่ 900 รอบเพราะ T3 ถ้าเราตั้งรอบเครื่องต่ำเกินไปไฟปั่นจากไดชาร์ทไปเลี้ยงกล่องเครื่อง(อยู่หลังไฟท้ายด้านซ้ายของรถ) ไม่พอ อีกอย่างครับลองเปิดสวิสกุญแจตอนเครื่องเย็นอยู่ให้ไฟหน้าปัตน์ติดไม่ต้องสต๊าทเครื่องลองเอามือไปจับตัวคล้ายๆกระบอกไฟฉายที่อยู่หลังเครื่องยนต์ว่าสั่นมั่ย..ลองถอดมาล้างด้วยน้ำมันเบนซินบางที่ตัวนี้สกปรกก็สโลว์เครื่องไม่ได้..ถึงได้ก็ไม่นิ่ง ลองดูนะครับ โกมาแนะจากที่เจออาการมานะครับ เผื่อมีท่านผู้อื่นที่รู้และเจออาการมาตอบให้ทราบอีก รถเก่าสาเหตุเยอะครับแต่รถเก่าให้อะไรกับเรามากๆๆ
    7 ก.พ. 2012 , 06:07:08 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     คุณ T 13  ครับถ้าเครื่องตัวนั้นใช้คาร์บูริเตอร์ โกไม่เคยสัมผัสแต่มี ช่างบัง ครับรถรุ่นเก่าแกเก่ง อยู่ พระราม 2 ซอยท่าข้าม 19 เลี้ยวซ้าย 100 เมตรอยู่ขวามือ 081-6215664 แต่ต้องใจเย็นๆ ซ่อมรถบังการาด ช้าแต่ชัวร์ ของเก่าเยอะลองปรึกษาดูครับ (อย่าลืมแอบจำไว้ด้วยละว่าช่างทำอะไรจะได้มาบอกเพื่อนที่อาการเดียวกัน ลองซ่อมดูขั้นพื้นๆ แหะๆ)
    7 ก.พ. 2012 , 13:06:46 น

    pop

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณครับ
    อาการรถผม วันนี้ตอนเช้าขับไปทำงาน
    เปิดแอร์ วิ่ง เสียงพัดลมดังจังหวะ 2 สะท้านพื้น อย่างที่คุณ Hanniboonบอก
    แต่ไม่ดับ เข็มความร้อนเริ่มทำงานหลังจาก เปลี่ยน ฝาหม้อพักน้ำสีฟ้ามีจีบ
    เข็มเลยแถบขาวมาหน่อย ไฟแดงเริ่มกระพริบ
    วิ่งต่อไม่ดับครับ   เปิดแอร์  
    ดับเครื่องที่จอดรถ สตาร์ทต่อ ไฟแดงดับครับ
    เช็ค หม้อพักหลังทะเบียน มีน้ำอยู่ครึ่ง เท่าเดิมครับ
    ฝากวิเคราะห์ครับ  
    โก /  Hanniboon / ผู้รู้ท่านอื่นครับ
    POP888

    7 ก.พ. 2012 , 13:28:18 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คุณ pop วิ่งแล้วไฟแดงกระพริบแสดงว่าอากาศในระบบน้ำเวียนยังมีอากาศอยู่ครับ ให้ทำตามขั้นตอน คุณ hanniboon ครับลองทำดูครับ โกรอฟังผลนะครับ (ตอนนี้พัดลมหน้าหม้อน้ำทำงาน ทั้ง 2 สปีด แสดงว่าตัวปลั๊กอุณภูมิที่ติดอยู่หน้าหม้อน้ำด้านซ้ายของรถยังสมบูรณ์ครับ โชคดีไป 1 ขั้นตอน ครับ)
    7 ก.พ. 2012 , 20:15:55 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
     คุณ pop โกลืมบอกไปรถตัว T3 จะต้องใส่น้ำยาหม้อน้ำด้วยนะครับเพราะน๊อตยึดฝาสูบจะแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลาถ้าเราไม่ใส่น้ำยาหม้อน้ำถึงเวลาถอตฝาสูบน๊อตฝาสูบขาดเพราะสนิมกินเกลียวน๊อตที่ฝังในเสื้อสูบทีนี้งานใหญ่เลยต้องยกเครื่องไปทั้งลูกเพื่อให้ช่างโรงกลึงเจาะเอาน๊อตฝาสูบออก  เหนื่อยเลยแหละ

     **น้ำยาหม้อน้ำยังช่วยทำความสะอาดฝาหม้อน้ำสีฟ้าเป็นจีบๆเพราะมันจะมีระบบไฟสีแดงส่งสัญญานไปหน้าปัตน์รถและไฟแดงจะดับก็ต่อเมื่อน้ำเต็มหม้อน้ำตัวเติมนี้ครับ และตัวปลั๊กต่างอีกเยอะของรถตัวนี้ เอาเท่านี้ก่อนมากไปเดี๋ยว งงงงงงงงงงงง แหะๆ

    8 ก.พ. 2012 , 06:28:05 น

    Hanniboon

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เป็นรถผมนี่ถ้าไฟแดงกระพริบผมไม่ขับต่อแล้ว ต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อน

    พัดลมหม้อน้ำทำงาน แสดงว่า "มีน้ำร้อนไปยังหม้อน้ำ"

    คำถามคือ "แล้วหม้อน้ำหน้ารถ ยังดีอยู่หรือไม่"
    รังผึ้งหม้อน้ำนั้น มันเป็นท่อแบนๆ ที่เอามาวางซ้อนๆกัน และท่อก็มีครีบระบายความร้อน
    เมื่อตันไปท่อนึง อีกหลายๆท่อก็ยังทำงานอยู่ น้ำร้อนไหลผ่าน แต่ ประสิทธิภาพลดลง เพราะตันไปบางรูแล้ว

    พัดลมหม้อน้ำทำงาน ยังบอกอีกว่า ฝาสูบน่าจะยังดีอยู่ เพราะหากฝาโก่ง มีแรงดันออกมา(มักจะเป็นแรงดันของไอเสีย) แรงดันนั้นจะไปต้านการไหลของน้ำหม้อน้ำ จะเกิดอาการ เครื่องฮีต แต่หม้อน้ำเย็น (การสังเกตุฝาโก่งยังมีอีกหลายอย่าง ไว้โอกาสต่อไป)

    สัญญาณไฟแดง LED นั้น เอามาจากปลั๊กที่ต่อเข้าหม้อพักฝาเขียวนั่น ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดมันเป็นเทอร์โมสวิทซ์ เคยถอดเอามาล้างครั้งนึง เมื่อน้ำในหม้อพักร้อนจัด สวิทซ์จะต่อเชื่อมกัน เจ้ารีเลย์ที่อยู่ในเก๊ะ (ตัวล่างซ้ายสุด) จะทำงานแล้วไปสั่งให้ไฟที่หน้าปัทกระพริบ ทดลองแกะปลั๊กที่หม้อพักน้ำ แล้วเอาสายไฟมาต่อเชื่อมกัน ถ้าสวิทซ์กุญแจเป็น on อยู่ก็จะเห็นไฟกระพริบเลยครับ

    อ่อ รุ่น คาร์บูรุ่นนี้ "ไม่มีออด เตือนแรงดันน้ำมันเครื่องต่ำ" นะครับ ปีใหม่หน่อยที่เป็นหัวฉีด จะมีออด เมื่อเครื่องร้อนจัดจะทำให้แรงดันน้ำมันเคื่องตกลงไปด้วย เวลาฮีตจึงมักจะมีทั้งไฟกระพริบและออดดังขึ้นมา แต่ไม่แน่เสมอว่าต้องดังพร้อมกัน บางทีระบบน้ำรั่ว น้ำไม่หมุนเวียน ไฟก็ไม่กระพริบแต่ออดดังก็ได้

    8 ก.พ. 2012 , 09:45:49 น

    โกเล็ก

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ปัญหา T3 ร้อนแล้วดับ ภาค 2
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คุณ pop คุณ T13 อาการป่วยของเจ้าตู้ ดีขึ้นแล้วหรือยังครับ ?

    9 ก.พ. 2012 , 06:06:36 น