• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำท่วมรถ  (อ่าน 654 ครั้ง)

    เด็กดอย

    • บุคคลทั่วไป
    น้ำท่วมรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตอนนี้เจ้า volk passat 2.3 V5 นอนแช่น้ำมาเกือบ สาม อาทิตย์ แล้วไม่ยอมลุก จมประมาณมือจับประตู
    หลังจากขึ้นจากน้ำ ต้องแต่งตัวอะไรใหม่บ้างครับ ค่าเสียหายประมาณเท่าไร คิดว่าตอนนี้ยังติดใจน้ำอยู่ น่าสัก เดือนน้องน้ำถึงจะไป ขอบคุณครับ

    [ 6 พ.ย. 2011 , 20:48:31 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: น้ำท่วมรถ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เด็กดอย...ไม่รู้จักกลับดอย
    เรื่องงบประมาณตงจะประเมินยาก
    มีแต่คำแนะนำว่า น้ำลดซักคืบก็เริ่มแีดน้ำไล่คราบ ทำไปเรื่อยๆเป็นระยะๆ
    จะดีกว่ารอน้ำแห้งแล้วทำทีเดียว คราบโคลนแห้งแล้วล้างยาก

    7 พ.ย. 2011 , 08:17:01 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: น้ำท่วมรถ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขออภัย...
    น้ำลดซักคืบก็เริ่มฉีดน้ำไล่คราบ...

    7 พ.ย. 2011 , 13:30:45 น

    จิิตติ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: น้ำท่วมรถ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ระหว่างรอน้ำลด  ถ้าชอบลงมือทำเอง แนะนำให้ลองหาวิธีถอดเบาะเพื่อยกออกมาจากตัวรถ ทั้งเบาะหน้าและหลัง โดย search หารูปจากหนังสือซ่อม Bentley หรือ Haynes แล้วทำตามไปทีละขั้นตอน  ไม่ยากอย่างที่คิด อาศัยเวลาและตวามอึดหน่อยเท่านั้นเอง  พอถอดเบาะได้  การรื้อพรมปูพื้นก็จะง่ายขึ้นมาก ๆ

    ส่วนแผงข้างประตู และคอนโซลหน้า จะมีรายละเอียดเยอะหน่อย แต่ถ้ารถแช่น้ำขนาดนั้น  อย่างไรเสียก็ควรรื้อเป็นชิ้นๆ ออกมาผึ่งแดดแรงๆ  เหมือนเขาตากปลาหมึกที่ปากน้ำปราณ  ไม่อย่างนั้นก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำให้วัสดุภายในจำพวกผ้า, หนัง หรือฟองน้ำ ที่มันอุ้มความชื้นอยู่  "แห้งสนิท" ไปได้อย่างไร ?

    หรือไม่อีกที ก็ต้องจ้างช่าง "มือรื้อภายใน" ของอู่สี  มารับจ๊อบรื้อให้ที่บ้าน  โดยต้องเตรียมที่ทางผึ่งแดดไว้ให้ดีด้วย  รื้อออกมาวางเรียง ๆ กันแล้วกินที่ทางเอาเรื่องเลย ผึ่งให้แห้งสักสองสามแดด แล้วก็ตามช่างคนเดิมมารับจ๊อบ "ประกอบกลับ"  ส่วนเรื่องเครื่อง เรื่องไฟ ก็ต้องไล่ซ่อมตามอาการ  แต่พออะไรต่อมิอะไรมันแห้งขนาดนั้นแล้ว  ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดจากความชื้นตกค้างตามข้อต่อสายไฟ ปลั๊ก หรือตามชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ มันก็จะลดไปได้เยอะมากแล้ว

    อีกอย่าง ... พอรื้อออกมาวางเรียง ๆ กันได้แล้ว ก็จะเกิดนิมิตแบบที่ในภาษาพระท่านว่า "โยนิโส นมสิการ" ( การพิจารณาอย่างแยบคาย ) เพราะมันจะเห็นตัวถังรถเปลือย ๆ กับกองอุปกรณ์กระจุกกระจิกเป็นกระบุงโกย ที่เอาออกมาวางผึ่งแดด ... เป็นที่ให้น่าสงสัยว่า ไอ้เจ้าพวกนี้ พอประกอบมันเข้าไปเป็นคันแล้ว  มันมีราคาค่างวดเป็นล้าน ๆ ไปได้อย่างไร

    เอาใจช่วย ให้รถกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็วครับ ...


    8 พ.ย. 2011 , 01:12:10 น

    เด็กดอย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: น้ำท่วมรถ
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำครับ คงต้องรอให้น้ำแห้งถึงเข้าไปได้ครับ เพราะตอนนี้ช่างก็ยังไม่สะดวกที่จะเข้าไปดูให้เลย
    8 พ.ย. 2011 , 05:36:28 น

    WhitePASSAT

    • บุคคลทั่วไป
    RE: น้ำท่วมรถ
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    พิจารณาแล้วพบว่า....เทคโนโลยีทันสมัยกับกิเลศทำให้เราใจอ่อนจ่ายตังค์ซื้อรถคันเป็นล้านอย่างง่ายดาย เป็นกันเป็นส่วนใหญ่ จึงเห็นเมืองไทยมีรถวิ่งเต็มถนน เราเองก็เป็นแต่ฉลาดขึ้นมาหน่อย มาซื้อตอนมือสองถูกกว่าเยอะและใช้ได้เหมือนกัน ลองประมาณการนะครับว่าซ่อมคุ้มไหม ถ้าไม่คุ้มหาคันใหม่แล้วชำแหละชิ้นส่วนที่ดีเป็นอะไหล่หรือจำหน่ายอาจคุ้มกว่ากันนะครับ ขออภัยล่วงหน้าถ้าเสนอความเห็นไม่ถูกใจครับ

    8 พ.ย. 2011 , 08:41:35 น