กราบเรียนอาจารย์ nijirathe (ขออนุญาตเรียกตามสมาชิกท่านอื่นๆนะครับ)
ถ้าอาจารย์ใช้หม้อน้ำติดรถ(อลูมิเนียม/ฝาพลาสติก) ผมเกรงว่าน้ำมันเครื่องและน้ำมันที่ใช้ล้างหม้อน้ำ จะทำลายซีลยางที่ใช้กันรั่วระหว่างหลอดหม้อน้ำและฝาข้างจนเสียหายแล้วละมังครับ ถ้าใช้ต่อ มันจะเปื่อยยุ่ยและอาจขาดหลุดลอยไปในระบบระบายความร้อน ไม่อุดตันท่อทางต่างๆได้นะครับ แม้แต่อุดตันตัวหม้อน้ำเอง อาจทำให้เกิดอาการพัดลมไฟฟ้าทำงานช้ากว่าที่ควรทั้งที่ระบบไฟฟ้าปกติดี เพราะยางที่เปื่อยหลุดออกมา จะไปอุดตัวอยู่ตามหลอดหม้อน้ำบางช่วง ทำให้น้ำร้อนไม่ไหลผ่านเทอโมสวิทช์ ดังนั้นกว่าพัดลมจังหวะ 1 จะทำงาน เครื่องก็อาจร้อนเกิน 100 องศาซีไปแล้วก็ได้ครับ และทำให้เกิดอาการยิ่งวิ่งเร็ว เครื่องยิ่งร้อน โดยหาสาเหตุไม่เจอด้วยครับ เพราะอาการดันไปเหมือนกับไฟแก่ เชื้อเพลิงบาง ยุ่งไปกันใหญ่ครับ
หากท่านใดมีปัญหา ขับขี่ได้เป็นปกติแต่
1. อุณหภูมิสูงกว่าปกติเป็นบางครั้ง เอาแน่ไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าเทอโมสวิทช์ โดนน้ำร้อนบ่อยแค่ไหน
2. ติดเครื่องยนต์ ปล่อยให้เดินเบาไว้ตั้งแต่เครื่องยังเย็น พบว่าพัดลมไม่ยอมทำงานทั้งที่เข็มความร้อนชี้เกิน 90 องศาซีไปแล้ว แต่ซักพักก็ทำงาน เพราะหลอดน้ำในหม้อน้ำแถวบนๆ ตันหมดแล้ว
3. วิ่งเร็วมาก(เกิน 120 กม./ชม.)ซักพักเครื่องจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ ต้องวิ่งช้าลงบ้าง ถึงจะเย็นลง ยิ่งตันมากยิ่งร้อนเร็ว/เย็นช้า
4. มีประวัติออยล์(เครื่อง/เกียร์)แตกมาแล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนท่อยาง/หม้อน้ำ(ติดรถ) น้ำมันร้อนๆจะทำลายยางได้ง่ายมากครับ ยิ่งทิ้งไว้นาน ยิ่งเปื่อยมาก ท่อน้ำน่ะต้องเปลี่ยนท่อยางทุกเส้นเลยครับ ซึ่งซีลยางในหม้อน้ำติดรถที่เป็นอลูมิเนียมก็เปื่อยเช่นกันครับ
5. ระบบระบายความร้อนผลัดกันรั่วซึมหลายๆจุด ทั้งที่ดูแลตามปกติ เพราะแรงดันในระบบมักจะสูงเกินปกติ
6. น้ำหายโดยไม่พบรอยรั่ว เพราะระบายออกที่ฝาหม้อพักขณะร้อนระเหยเป็นไอไปหมดแล้ว
อาจหมายถึงต้องเปลี่ยนหม้อน้ำ(อลูมิเนียม) หรือผ่าล้าง(ทองแดง/ทองเหลือง) ก็ได้นะครับ
20 ก.พ. 2553 , 21:11:13 น