เที่ยงวันนี้มีโอกาสดูข่าวเที่ยงของช่อง ทีพีบีเอส เห็นข่าวบรรดาผอ.โรงเรียนในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ยกโขยงไปถามท่านผู้ว่าถึงห้องทำงานว่า สงสัยจะมีความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ที่เรียกกันสั้นๆว่า CAI ของจังหวัด เพื่อแจกจ่ายให้แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดทั้งจังหวัด
เพราะพวกเขาสงสัยว่า สิ่งที่โรงเรียนได้รับมีแค่ฮาร์ดดิสก์ลูกเดียวแท้ๆ แต่ทำไมราคามันถึงแพงมหาโหด สูงถึงลูกละ 65,000 บาท ทั้งๆที่ราคาท้องตลาดมันแค่ไม่กี่พันเท่านั้นแหละ
ด้วยความสงสัยเช่นกัน ก็เลยไปลองไปค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ของ สำนักเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ดู ก็ปรากฎว่า ได้พบเห็นความไม่ชอบมาพากลจริงๆ กับการใช้งบประมาณแผ่นดินไปถึง 55,000,000 บาท ในการจัดซื้อจัดหาเจ้า
ฮาร์ดดิสก์ มหัศจรรย์ ที่ว่านี้ แจกจ่ายให้กับโรงเรียนทั่วเมืองร้อยเอ็ด
แม้ดูตัวเลขงบประมาณที่ใช้ไปสำหรับโครงการนี้ มันจะดูจิ๊บจ้อยเสียเหลือเกินหากไปเปรียบเทียบกับงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดนับแสนล้านบาท ก็ตามที
แต่หากจะมองอีกมุมหนึ่งว่า การคตโกงเงินงบประมาณแผ่นดินนั้น แค่บาทเดียว ก็ถือว่าโกงแล้ว มิใช่หรือ ไม่ว่าจะโกงในรูปแบบใดก็ตาม
.........
เออ แล้วโครงการนี้มันไม่ชอบมาพากลตรงไหนล่ะ
ประเด็นแรกที่สุด โครงการนี้ น่าจะเป็นโครงการผลาญเงินงบประมาณที่เหลือค้างอยู่ที่จังหวัด ที่แวดวงข้าราชการเขาเรียกกันว่า "เงินค้างท่อ"
เพราะเป็นงบประมาณของปีนี้ ที่จะสิ้นงวดในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งปกติหากใช้ไม่หมดก็ต้องส่งคืนคลังตามระเบียบ
ดังนั้นสู้เอามาใช้ให้มันหมดๆไปเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ ซึ่งหากท่านอยู่ในวงราชการก็จะเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าหน่วยงานราชการไหนๆ มันก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ จนเป็นที่หมายปองจ้องกันตาเป็นมัน ของผู้ที่ทำมาหากินกับวงการราชการเสมอมาว่า
ช่วงฝนกำลังมาฟ้าครึ้มๆนี้แหละ คือช่วงจังหวะทองที่จะได้รับทรัพย์ก้อนโตกันเป็นแถว แต่เฉพาะกลุ่มที่มีสายสนกลในเท่านั้นนะ ที่จะมีโอกาส เพราะต้อง
เตรียมตั้งแท่นกันล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าเดือน ไม่งั้นก็อย่าหมายว่าจะได้แอ้ม เว้นแต่ประเภทเงินเล็กๆน้อยๆ เช่นจัดประชุมโน่น สัมมนานี่ อย่างนี้หมูๆ
แต่โครงการนี้ก็ไม่หมูนะ....
เพราะหากไปดูต้นเรื่องที่ท่านผู้ว่าตั้งแท่นอนุมัติโครงการไปหมาดๆเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม แต่สามารถดำเนิการเสร็จสิ้นจนสามารถส่งมอบของที่สั่งซื้อได้ทันตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหา เท่านั้น หากไม่ได้เตรียมการณ์กันไว้ล่วงหน้า มันยากนักที่จะเป็นไปได้
เพราะสิ่งของที่จะสั่งซื้อมาใช้ในโครงการนี้นั้น มันไม่ใช่ของทั่วๆไปที่จะไปควานหาซื้อได้ง่ายๆในท้องตลาด เพราะมันหาใช่แค่ ฮาร์ดดิสก์ธรรมดา เปล่าๆหนึ่งลูกเหมือนที่บรรดาผอ.โรงเรียนทั้งหลายหยิบไปเป็นหลักฐานให้ท่านผู้ว่าเมืองร้อยเอ็ดดูเท่านั้น ดอกครับ
ใน TOR ที่กำหนดสเปคของที่จะซื้อเอาไว้นั้น มันต้องเป็นฮาร์ดดิสก์ ที่บรรจุโปรแกรมสื่อการเรียนการสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เลิศสะแมนแตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องเป็นสื่อที่สามารถใช้งานผ่านเครือข่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับใช้ประกอบเป็นสื่อการเรียนการสอน วิชาต่างๆครบถ้วนทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ที่มีการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันชั้น ม.3 และบางสาระวิชา สำหรับช่วงชั้น ม.4-5-6
ทั้งยังกำหนดไว้ด้วยว่า ต้องมีเนื้อหาที่ถูกต้องตรงตามเนื้องหาในหลักสูตร แถมหากมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรในภายหลัง ซึ่งอยู่ในช่วงของการรับประกันสามปีนับจากวันจัดซื้อ ทางผู้ผลิตก็ต้องรับผิดชองแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในโปรแกรมให้ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามเนื้อหาของหลักสูตรที่มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขใหม่ อีกต่างหาก
.................
เอาแค่สเปคแบบนี้ ก็อยากนักที่จะมีให้เห็นในท้องตลาด มันต้องเป็นสเปคที่มีการบรรจงเขียนขึ้นมาให้ตรงกับสิ่งที่ได้เตรียมผลิตเอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วเท่านั้น ยิ่งไประบุไว้ด้วยว่า ต้องสามารถส่งมอบได้ภายในกำหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่เมื่อมีการสั่งซื้อ ด้วยแล้ว
มันยิ่งชัดว่า ถ้ายังไม่ได้ผลิตสื่อที่ว่านี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แมวที่ไหน มันจะเนรมิตขึ้นมาใหม่ ให้มีเนื้อหาสาระ ครอบคลุมครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เหมือนที่ระบุไว้ใน TOR ได้ทันเวลาที่กำหนด กระนั้นหรือ
........................
นี่ยังไม่นับรวมเงื่อนไขอื่นๆของผู้ที่จะมีคุณสมบัติมากพอที่จะเสนอตัวเข้าร่วมประมูลโครงการนี้ ที่ยิบย่อยอีกมากมายหลายประเด็นอีกนะ
ซึ่งน่าจะชัดเจนว่า โครงการนี้ก็น่าจะมาอีหรอบเดียวกับโครงการ นมโรงเรียน
ที่กลายเป็นนมบูดจนเหม็นเน่า ต้องตามล้างตามเช็ดกันยังไม่เสร็จไม่สิ้น นั่นล่ะกระมัง
ก็ยังไม่รู้ว่า โครงการนี้จะมีโผล่ที่จังหวัดอื่นๆอีกบ้างหรือเปล่า
อาจจะมีก็ได้นะ แต่บังเอิญบรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย สามารถเคลียร์ยอดทำความเข้าใจกันได้ลงตัว เรื่องก็เลยไม่ปูดขึ้นมา
ส่วนที่ว่า มันจะแพงเกินไปไหม ก็คงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่า มันมีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม หรือเปล่า เท่านั่นแหละ
หากมีการแข่งขันที่แท้จริง ก็คงไม่น่าจะเป็นปัญหาว่าถูกหรือแพง เพราะปกติเอกชนผู้เข้าร่วมประมูล ก็ไม่มีใครยอมใครกันอยู่แล้ว(ถ้าไม่จำเป็นหรือมีอะไรมาบีบคอให้จำใจต้องทำ เพื่อแบ่งๆกันไป ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย)
.................
ว่าแต่ว่า โครงการจัดซื้อจัดหาเครืองคอมพิวเตอร์ทั้งพีซี และโน้ตบุ๊คพร้อมเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนผ่านระบบคอมพิวเตอร์(CAI) เพื่อแจกจ่ายให้โรงเรียนทั่วประเทศ
ด้วยงบประมาณก้อนโตนับหมื่นล้านบาท ที่จะเริ่มเดินเครื่องในต้นปีงบประมาณใหม่ตุลาคมนี้
จะซ้ำรอยเส้นทางอัปยศ อย่างโครงการ นมบูด หรือ ชุมชนพอเพียง
หรือเปล่า ก็ม่ายรู้เนาะ
ขืนยังปล่อยให้มี "กระบวนการเขมือบเงินงบประมาณ" กันไม่ละเว้น แบบที่เห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้ แล้วล่ะก้อ
เห็นทีว่า ท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องเตรียมใจ กลับไปทำหน้าที่
"ผู้นำฝ่ายค้านในสภา" ที่เข้มแข็งอีกสักรอบ สองรอบ ดีกว่ามั้ง
****ที่มา ไทยแท้ จาก nation
[ 2 ก.ย. 2552 , 23:41:41 น