• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่  (อ่าน 218 ครั้ง)

    bb

    • บุคคลทั่วไป
    ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขับรถ Vento ไป 10 km จอดซื้อของ start รถ ขับไปอีก  15 km จอดทานข้าว ไม่มีวี่เเววว่าจะเสีย
    เเต่เมื่อทานข้าวเสร็จ กำลังจะกลับ
    อาการของรถ ตอนที่บิดกุญเเจจะ สตาร์ต ไฟ( เเบต น้ำมันเครื่อง ที่หน้าปัทม์)
    ที่เคยติดเเดงเข้มกลายเป็น เเดงเรื่อๆ (เข้มน้อยลงเกือบไม่เเดง)
    เเละสตาร์ตไม่ติด ต้องพ่วงเเบตจากรถคันอื่น สตาร์ตติด ขับมา 25 km ดับเครื่องเเล้วลองบิดกุญเเจจะสตาร์ตใหม่ ไฟก็ยังไม่เเดงเข้ม พร้อมสตาร์ตไม่ติดเหมือนเดิม ความสงสัย
    1. ไดชาร์ท พังหรือไม่ เเละจะตรวจสอบอย่างไร
    2. เเบตเตอรี่เสื่อมหรือเปล่า ( เริ่มใช้เมื่อ 24/10/48), เเบตเสื่อมมันค่อยๆ เสื่อมหรือว่านึกจะไปก็ไปเลย
    3. มีสายไฟขาดเเล้วลัดวงจรหรือไม่ (ทำให้พลังงานในเเบต หมดไป)
    4. มี ฟิวส์ตรงไหนบ้างที่ต้องตรวจสอบ
    ขอบคุณล่วงหน้าครับ
    ปล. สายพ่วงสำหรับ Vento ต้องมีขนาดใหญ่นิดนึงครับ ไม่งั้นนำกระเเสไฟไม่พอ ก็ทำให้สตาร์ตไม่ติดนะครับ

    [ 30 เม.ย. 2552 , 00:50:36 น

    Passat B4 ลพ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อายุแบตฯ 3 ปีครึ่ง เยี่ยมมากแล้วครับ ลองเปลี่ยนแบตก่อนเลยครับ อาการนี้น่าจะเป็นแบตเสื่อม เพราะหากไดชาร์ทพังพ่วงติดแล้วไม่น่าจะขับไปได้ สายวงจรอื่นๆ ผมว่าอย่าเพิ่งไปสงสัยมันเลยครับ แบตฯ อายุขนาดนี้น่าจะหมดอายุตามปกติครับ
    30 เม.ย. 2552 , 07:46:48 น

    ทนายรูปหล่อ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ลองดูที่ขั้วแบตครับว่ามีขี้เกลือเกาะเยอะไหมถ้าเยอะก็เอานำร้อนมาราดเอาครับ และขันให้แน่นหน่อย จาระบีมีก็ทาสักนิดครับ และถ้าเปลี่ยนได้ก้เปลี่ยนครับ เก่าแล้ว แต่ของผม 2 ปีกว่าแล้วสงสัยได้เวลาแล้วเช่นกันครับ
    30 เม.ย. 2552 , 08:40:44 น

    Blue B5

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    วิธีง่ายๆในการตรวจสอบประสิทธิภาพของไดชาร์จ ในกรณีที่ไม่มีเครื่องมือวัดเช่น โวลท์มิเตอร์และเครื่องยนต์ยังติดอยู่นั้น ให้ถอดสายไฟที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ออก หากเครื่องดับ แสดงว่าไดชาร์จน่าจะเสีย เนื่องจากในระหว่างที่เครื่องยนต์ติดอยู่ ไดชาร์จจะจ่ายไฟไปเลี้ยงที่ระบบไฟของเครื่องยนต์โดยตรง แต่ถ้าถอดแล้วเครื่องดับ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าแบตเตอรี่น่าจะเสียแล้ว แบตเตอรี่สมัยนี้ส่วนมากจะมีช่องสำหรับมองปริมาณไฟที่เก็บในแบตฯ อายุแบตเตอรี่ประมาณ 1-3 ปี การเสื่อมสภาพการใช้งาน บางทีก็ไปเลยทันที หรือบางครั้งก็จะค่อยวูบ เช่นเริ่มสตาร์ทยากในตอนเช้า อาการเหมือนกับไม่มีแรงจะหมุนเครื่องยนต์ หรือบางทีแอร์ก็ไม่เย็น เป็นต้น
    30 เม.ย. 2552 , 09:18:47 น

    vintage

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถ้าคุณมีรถสำรอง ให้ถอดแบตไปชาร์ตที่ร้าน
    ไดนาโมประมาณ 1 วัน หลังจากนั้นรองใช้งาน
    ดูว่าปกติหรือเปล่า

    30 เม.ย. 2552 , 11:26:09 น

    ashura

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ไม่เข้าใจครับ คุณ Blue B5 ที่บอกว่า
    ถอดขั้วบวกออก เครื่องดับ ไดชาร์จน่าจะเสีย กับ อีกกรณี
    ถอดแล้วเครื่องก็ดับเหมือนกัน บอกว่า แบตเสีย เหมือนกัน
    กรุณาอธิบายเพิ่มเติม อีกนิดเพราะว่าดับทั้ง 2 กรณีเลย

    30 เม.ย. 2552 , 11:47:07 น

    vintage

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ไดร์ชาร์ตเป็นเครื่องปั่นไฟชนิดหนึ่ง
    ตอนเครื่องยนต์หมุนตัวไดร์ชาร์ต
    ก็หมุนด้วยเพื่อจ่ายไฟฟ้า
    ไปยังอุปกรณ์ต่างๆของรถ
    และไฟฟ้าที่เหลือก็เก็บในหม้อแบต

    30 เม.ย. 2552 , 15:47:48 น

    bb

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมไปเปลี่ยนเเบตมาเเล้วครับ ( GS DD75)
    start ติดดีเหมือนเดิม เเต่ต้องรอเก็บอาการ อีกระยะหนึ่ง
    เพื่อยืนยันว่าไม่มี ไฟรั่วออกจากเเบตโดยไม่ตั้งใจ
    ขอบคุณทุกท่านสำหรับ ข้อคิดเห็นครับ
    มีอาการเสีย ใหม่ๆ เเปลกๆ จะมา Sharing ให้ฟังกันอีกครับ

    30 เม.ย. 2552 , 17:28:08 น

    ngor31

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอ  วิธีง่ายๆในการตรวจสอบประสิทธิภาพของไดชาร์จ อีกทีครับ

    สงสัยคุณ BLUE B5 จาพิมผิด

    ขอไว้เป็นความรู้หน่อยครับ ท่านอื่นมาตอบแทนก้ได้ ^^"

    30 เม.ย. 2552 , 20:09:10 น

    Passat b4 ลพ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: ไดชาร์ท (charger) vs. เเบตเตอรี่
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    วิธีที่ง่ายๆ ในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของไดชาร์ท คือตรวจกระแสไฟขณะเครื่องยนต์ทำงานครับ ของผมซื้อVolt มิเตอร์มาเสียบช่องที่จุดบุหรี่ครับ หากคิดเครื่องโดยไม่เปิดเครื่องไฟฟ้าอื่นๆ เช่นแอร์ วิทยุ ไฟหน้า ไฟในรถ ฯลฯ ค่าจากVoltมิเตอร์น่าจะอ่านได้ระหว่าง 13 - 14 หากน้อยกว่าหรือมากกว่านี้เป็นไปได้ว่าไดชาร์ทไม่ปกติครับ หรือถ้าจะให้แน่แน่ก็ใช้ มิเตอร์วัดที่ไดชาร์ทเลยดีที่สุดครับ ดูทั้ง Volt และ Amp เลยว่าเป็นไปตามความสามารถของไดชาร์ทหรือไม่ เช่นของผมใช้ 14V 90A ก็วัดดูเลยว่าขณะเครื่องทำงานไดชาร์ทจ่ายไฟ 14V 90A หรือไม่ครับ ถ้าไม่มีเครื่องมือ ไปที่ร้านซ่อมไดนาโมครับ ให้เค้าตรวจสอบให้น่าจะทำได้ทุกร้านครับ ค่าใช้จ่ายถ้าไม่เสียก็ไม่น่าเกินร้อยครับ ถ้าเป็นร้านประจำส่วนมากจะทำให้ฟรีครับ
    5 พ.ค. 2552 , 21:51:17 น