• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ  (อ่าน 421 ครั้ง)

    vento5ฐ5342

    • บุคคลทั่วไป
    ความเห็นส่วนตัวนะครับผมว่าไม่แพงนะครับ ช่างก็ต้องกินข้าวนะครับ น้ำมันก็แพง ลูกก็มี ค่าแรงลูกน้องก็ขึ้น บางวันไม่มีรถเข้ามาอู่เลยโธ่ขาดทุน บางเทศกาลรถก็มาแบบว่าซ่อมไม่ทันเลย โธ่ลูกค้าไปซ่อมที่อื่นซะอีก ผมว่าผมเห็นใจช่างครับผมก็รู้ว่าอะไหล่มันถูกแต่ช่างก็ต้องบวกครับ อะใหล่บางชิ้นต้องซื้อมาสต๊อกใว้ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีคนมาใช้บริการบางคนก็ซื้อมาแล้วให้แปลี่ยนให้เราก็ไม่ว่าโอยปัญหามันมาก  ส่วนผมไม่พอใจราคาก็ไม่ซ่อม แต่ถ้าอยากได้ถูกก็ต้องซื้อมาแล้วซ่อมเอง อ้ออีกอย่างค่าเช่าที่ก็แพงขึ้นทุกปี ที่รู้เพราะพี่ที่อู่ผมนับถือแกเป็นพี่ครับบางวันผมไปนั่งเล่นทั้งวันไม่มีคนมาเลยบางวันก็มาแบบซ่อมไม่ทันที่น่าเห็นใจก็คือรถบางคันมาแล้วต้องรออะใหล่นานมากมันเสียพื้นที่ในอู่   ...............ผมเห็นใจช่างครับ
    [ 18 ก.ค. 2551 , 20:26:31 น

    ???!!!

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ???????????????!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!??????????????
    19 ก.ค. 2551 , 09:02:08 น

    b4

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่  แต่ตัวผมเห็นด้วยกับคุณ  vento5ฐ5342  ครับ  
    - ถ้ากลัวช่างบวกค่าอะไหล่  ก็ซื้อไปเองไปให้ช่างเปลี่ยน  มีปัญหาที่ตัวของที่ซื้อไป  คูณก็รับผิดชอบเอง เสียค่าแรง 2 รอบ  เสียค่ารถไปคุยร้านอะไหล่  ดีไม่ดีต้องเสียเงินซื้ออีกรอบ  ในทางกลับกันให้อู่จัดให้ยอมให้เค้าบวกบ้าง  แต่ได้การรับประกันเป็นการตอบแทน  อันไหนคุ้มกว่า  ก็คิดกันเอาเอง
    - ถ้ากลัวช่างคิดค่าแรงแพง  ก็ซื้อของไปทำเอง  ถ้าไม่มีเครือ่งมือ  ก็ซื้อเครื่องมือไปด้วย  
    - ถ้าทำเองไม่เป็น  แล้วคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเฉพาะช่างโฟล์ค ออดี้  ก็ขายทิ้งแล้วลองไปใช้รถยี่ปุ่นดู  รับรองได้ว่าคุณก็ต้องกลับมาคิดแบบเดิมนั่นแหละ  ช่างบวกค่าอะไหล่ ฯลฯ    
    - ถ้ายอมรับกับสิ่งเหล่านั้นไม่ได้  ก็อยากแนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะครับ

    19 ก.ค. 2551 , 09:20:36 น

    ashura

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    สำหรับผมเข้าใจ บวกไม่ว่า แต่บวกพอประมาณเถอะ ถือเป็นบริการสำหรับคนที่ไม่อยากขับรถไปเดินหาอะไหล่
    แต่เคยไปทำ บางทีขอบวกค่ารับประกันอะไหล่เก่าหรือะไหล่ใหม่ที่ซื้อตามร้านอีก 5 - 10 เปอร์เซ็นต์   ระยะ 3 เดือนเท่านั้น เพราะคนใช้ของเก่าในใจก็คิดว่าไม่ต่ำกว่าปี ถ้างั้นเอาของเบิกห้างไม่ดีกว่าหรือ  กรณีแบบนี้ไม่น่าบวกประกันนะ อะไหล่เก่าแย่ยังไงก็น่าจะเกิน 3 เดือน เกือบทั้งนั้น  หรือถ้าใช้อะไหล่ใหม่ซื้อตามร้าน ผมว่าอู่ไม่ต้องบวกประกันหรอก 99% ไม่ค่อยเจ๊งหรอก มันเสียเงินกินเปล่ายังไงก็ไม่รู้
    คนขับโฟล์กเก่า ๆ ดูก็รู้ หาเช้ากินไม่ถึงค่ำเหมือนกัน

    19 ก.ค. 2551 , 11:13:41 น

    ขอแจม

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอออกความเห็นด้วยคนครับสำหรับผมใช้ก๊อลฟ์ปี 97 ไปซ่อมไม่เคยต่อราคาเลยครับเพราะซ่อมมาครั้งเดียวจบไม่มีปัญหา อะไหล่เก่าที่ช่างหามาใส่ให้บ้างครั้งเหมือนใหม่เลยครับ ถ้าช่างบอกของใหม่ผมก็เชื่อ แต่ช่างก็คิดราคาอะไหล่เก่า บางครั้งตังไม่พอยังติดไว้ก่อนแล้วเอามาจ่ายวันหลัง มีปัญหาจุกจิกเล็กๆน้อยๆ มาให้ช่างช่วยแก้ไขก็ไม่คิดตัง ช่างดีๆ ยังมีมากๆ ครับขอบอก
    19 ก.ค. 2551 , 16:01:43 น

    ชาติ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ไม่ทราบที่มาที่ไปของเรื่องนี้ แต่ขอออกความเห็นกลางๆ ครับ การบวกค่าอะไหล่เขาบวกนิดหน่อย ค่ามอไซด์วิ่งอะไหล่ ถ้างานนั้นเปลี่ยนชิ้นสองชิ้นบวกไปร้อยสองร้อยก็สมควรแก่เหตุ แต่ถ้าเป็นการซ่อมใหญ่เปลี่ยนอะไหล่สักยี่สิบรายการบวกรายการละสองร้อย ถ้าแบบนี้ผมว่าไม่เป็นธรรม บางมุมมองช่างคิดว่าลูกค้าจะง้อช่าง ถ้าคิดอย่างนั้นช่างก็มีโอกาสนั่งตบยุง(แบบที่ท่านเห็น) ช่างก็ต้องพึ่งลูกค้าประจำ ลูกค้าก็ต้องพึ่งอู่ประจำ ดีกว่าไหม
    20 ก.ค. 2551 , 11:15:42 น

    คนรักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จากกระทู้30558 อยากบอกผู้เสียเปรียบ
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมก็อ่านที่เค้าระบายในกระทู้ข้างล่างแล้ว ก็เห็นใจนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายเลย เพราะว่า ท่านผู้เสียเปรียบ ท่านเองก็บอกแล้วว่าเข้าใจว่าเศรษฐกิจแบบนี้ เป็นยังไง เรียกว่าเป็นช่วงวิกฤติอีกช่วงหนึ่งของประเทศชาติ (และโลก)

    ก็คงต้องบอกไว้ตรงนี้แหละครับ ว่า ใครทำอะไรไว้ ก็จะได้รับผลตอบแทนจากการกระทำนั้นเอง ถ้า
    อู่เค้าบวกเยอะ"จริง"ต้องการฟันกำไรจากลูกค้า โดยทำงานอย่างไม่มีคุณภาพ ถ้าทำไปเรื่อยๆ เค้าก็จะอยู่ไม่ได้เองแหละครับ สังคมเดี๋ยวนี้มันเร็วครับ Internet มันช่วยเรื่องนี้ได้ดี(เกินไปซะด้วยซ้ำ)
    ส่วนลูกค้า VW Audi Seat (หรือยี่ห้อใดๆ) รู้ราคาอะไหล่"จริง"รู้จักอะไหล่แม่นยำทุกชิ้น OEM เจ้าไหนใช้ทน/ดี/ถูก ก็ใช้วิธีซื้อมาให้ช่างคิดค่าแรงเปลี่ยนจะดีกว่าครับ จะได้รับภาระค่าเดินทางไปเลือกซื้ออะไหล่ไว้เองบ้าง อ้อแล้วคิดค่าแรงตัวเองที่เดินทางไปซื้ออะไหล่เข้าไปด้วยนะครับ จะได้คำนวณได้เพิ่มเติมอีกว่า คุณคิดว่าตัวคุณทำงานได้"มูลค่า"เท่าใด

    อ่านดูที่ตัวเองเขียนแล้วก็ รู้สึกว่าเข้าข้างช่างไปหน่อย คงเป็นเพราะ ผมตีความเอาเอง(คนเดียว) ว่า"ช่าง"(จริงๆ) นั้น เปรียบเสมือนกับแพทย์ครับ การรักษาพายาบาลหรือการบำรุงรักษารถนั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัย พื้นฐานหลักวิชาและความรู้มากมาย (+ประสบการณ์ ซึ่งถ้ามีก็จะประหยัดเวลาไปได้มาก) ถ้ามันง่ายนัก  เจ้าของรถอย่างเราๆท่านๆก็คงยกเครื่องรถตัวเองเล่นกันปร๋อ.. แล้วซิครับ โปรดมองว่าช่างที่ควรได้รับค่าแรง ป.4 หรือข้าแรงขั้นต่ำ ก็จะให้ผลงานขั้นต่ำแก่เราเช่นกัน แล้วมันจะไม่ดูค้ากำไรเกินควรไปหน่อยหรือครับ ที่อย่างรับผลงานระดับมาตรฐานด้วยการจ่ายค่าจ้างขึ้นต่ำสุด ในทางตรงกันข้าม ถ้าช่างระดับลูกมือ เห็นว่าเป็นเถ้าแก่ดีกว่าเป็นลูกน้อง ออกมาเปิดอู่เองโดยเข้าใจว่าตนเองวิชาแก่กล้าแล้ว แต่จริงๆแค่เป็น"ลูกจ้างถอด/ใส่ชิ้นส่วน" ไม่มี "พื้นฐานหลักวิชา" มีแต่ประสบการณ์ (ครูพักลักจำ ไม่รู้จริง) แต่เสนอราคาระดับ เซียนเหยียบเมฆ ก็ต้องกลับบ้านเก่าไปตามระเบียบอยู่แล้วแหละครับ

    แพทย์น่ะ รักษา คน ที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายพันปีแล้ว และยังคงมีอวัยวะแบบดั้งเดิมอย่างนี้ไปอีกนาน ก็ยังรู้กันไม่หมด ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้กันไปเรื่อยๆ
    "ช่าง"(จริงๆ) รักษา รถ จริงอยู่ว่าคนเป็นผู้สร้างรถ แต่คนที่จะสามารถซ่อมรถ รุ่นถัดไปที่ออกมาใหม่ๆได้ ย่อมต้องเรียนรู้(ในสิ่งที่ไม่รู้)กันไปเรื่อยๆเช่นกัน แล้วทำไม ถึงไม่ให้"ค่าวิชาชีพ"แก่"ช่าง" อย่างที่เราให้แก่แพทย์หล่ะครับ (เห็นพูดกันแต่ค่าแรง/ค่าเดินทาง)

    21 ก.ค. 2551 , 11:29:07 น