• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: ไปเจอกระทู้เก่าเก็บ ที่ ท่าน โชติ เคยเขียนไว้/ขอเรียนถามท่านโชติ กับ ท่าน unclepiak ครับ  (อ่าน 855 ครั้ง)

    หมุกเหล็กไฟ

    • บุคคลทั่วไป
    ขอเรียนถามท่าน โชติ หน่อยครับ
    แต่ไม่ไช่เรื่อง T4 na..

    ท่านโชติเขียนเกี่ยวกับคอมฯ ตระกูล SANDEN ซึ่งผมไปเจอโดยบังเอิญ เลยขออนุญาต
    เอาเปิดใหม่อีกครั้ง เพราะสองสามวันก่อนผมได้คุยคนรุ่นเก่าที่ เอาเหล็กแหลมตะลุมพุก
    ตอกพื้นรถเป็นรูสองรู เพื่อร้อยสายน้ำทิ้งแอร์มาแล้ว รถที่ว่าคือ Fiat X1/9 สปอร์ตสองประตูสุดเท่
    ท่านผู้นั้น คือ ท่าน  unclepiak แล้ว ความหมายที่คุยเรื่องคอมฯไปในทิศทางเดียวกัน

    ข้อความเก่า ท่าน โชติ ครับ
    คอมที่ติดรถมาจากโรงงานเป็นตระกูล SANDEN เหมือนกัน แต่เป็นรุ่น "V" คือไม่ต้องใช้เทอร์โมสตัทครับ มันปรับลดกำลังด้วยตัวเองเมื่อความเย็นถึงที่ ระบบของรถเบ๊นซ์ก็เหมือนกัน ไม่เห็นมันจะพังเลยครับ

    แต่ถ้าจะเปลี่ยนเพราะหาอะไหล่ถูกๆไม่ได้ เปลี่ยนมาใช้คอม 508 ซึ่งไม่มีระบบปรับกำลังด้วยตัวเองก็ต้องอาศัยเทอร์โมสตัทครับ แต่น่ารำคาญอยู่บ้างเวลามันตัดๆต่อๆ รถจะหน่วงและพุ่งไปด้วย และความเย็นก็ไม่ค่อยนิ่งครับ
    โดยคุณ : โชติ - [ 28 ม.ค. 2006 , 13:21:49 น.]


    ข้อความเก่า ท่าน unclepiak

    เรื่องเพรสเชอร์สวิทช์ หากตัดออก ก็ควรจะตัดวงจรรีเลย์เดิม ออกไปด้วยเลยครับ แล้วใช้ไฟจากเทอร์โมสตัด (เส้นที่จะเข้ารีเลย์เดิมนั่นแหละ) ลากมันออกมาต่อกับรีเลย์เพิ่มไฟตรงของบ๊อชขนานกันสองตัว ออกจากรีเลย์(ใหม่)ตัวนึงก็เอาเข้าคลัชมูเล่แอร์ ออกจากรีเลย์อีกตัว ก็ป้อนเข้าพัดลมไฟฟ้าจังหวะสอง

    ทีนี้พอแอร์ทำงาน พัดลมก็หมุนจังหวะสองเสมอ แอร์เย็นฉ่ำแน่นอน เครื่องยนต์น่าจะเย็นกว่าเดิมอีก

    ปัญหาคือ ผมไม่ทราบว่า หากเครื่องยนต์มันเย็นเกินไป จะมีผลเสียอะไรแอบอยู่หรือเปล่า? เพราะที่สังเกตดู วิศวกรโฟล์ค เขาพยายามออกแบบ ระบบหล่อเย็นให้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่ 90 องศาตลอดเวลา

    เคาะแป้นมาถึงตรงนี้ ผมพบข้อด้อยของการต่อตรงแล้วสิ ระบบเดิม มันมีประสิทธิภาพกว่ากรณีใช้รถเดินทางไกล ลมปะทะด้านหน้า ช่วยระบายความร้อนได้มากพอที่จะไม่ต้องใช้พัดลมไฟฟ้า ชั่วโมงทำงานของพัดลมก็ต่ำกว่า อายุงานพัดลมน่าจะยืนยาวกว่าการต่อตรง

    สรุปว่า ระบบของเขาออกแบบมาดีแล้วครับ หากอะไหล่ไม่แพงจนถึงจุดจ่ายไ่ม่ไหว ก็เปลี่ยนอะไหล่เอาเถอะ เน๊าะ !

    ปล. หลายวันนี้ผมตั้งกระทู้ใหม่ไม่สำเร็จแฮะ ไม่รู้ทำไม?
    โดยคุณ : unclepiak - [ 2 มิ.ย. 2551 , 21:48:45 น.]
    ....................................................................................................
    และผมตั้งข้อสังเกตอย่างนึงว่า หากเดินทางไกลแล้วแอร์ตัดบ่อย ๆ มีโอกาสที่คอมเพรสเซอร์จะพังเร็วขึ้นได้ครับ เพราะขณะที่มูเล่แอร์หมุนเร็วจี๋ คลัชมันคอยจะตัด จะจับ สลับกันอยู่เรื่อย ถ้าน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์มันเก่า หรือพร่อง คอมพ์เดี้ยงเอาง่าย ๆ เลย
    โดยคุณ : unclepiak - [ 2 มิ.ย. 2551 , 21:59:16 น.]


    ทีนี้ผมอยากถามท่านว่า
    คอมฯตระกูล SANDEN มีติดในรุ่นใหนบ้างครับ

    สมมุติเอาไปติด เทอร์โมสตัท แล้ว อายุการใช้งาน จะน้อยกว่าไช่ใหมครับแบบไม่ติดไช่ใหมครับ

    แล้วที่ผ่านๆมาเราเข้าใจกันถูกต้องแล้ว หรือเข้าใจผิดแล้วที่เอาไปติดเทอร์โมสตัท

    หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับหลายท่านในนี้นะครับ ไม่มาก ก็น้อย

    ขอบคุณครับ


    blockquote> ขอเรียนถามท่าน โชติ หน่อยครับ
    แต่ไม่ไช่เรื่อง T4 na..

    ท่านโช

    โชติ

    • บุคคลทั่วไป
    ขอใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงครับ

    ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่า ผมไม่รู้จักเหล็กแหลมตะลุมพุก มันฟังดูเก่าและเก๋ามาก ดังนั้นถ้าคุณ Unclepiak ได้เคยทำทารุณกรรมกับมันมาแล้ว ท่านคงจะเก๋ากว่าผมมาก ดังนั้นต้องขอกราบขออภัย หากผมแสดงความคิดไปคนละทางกับท่าน

    ผมจะไม่ตอบคำถามตรงๆว่า ระบบไหนจะมีอายุการใช้งานน้อยกว่า แต่จะยิงตรงถึงการคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ฟันธงกันไปเลย

    ถ้าดูเฉพาะความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์แล้ว โดยเฉลี่ยระบบที่ใช้เทอร์โมสตัทในระยะยาวจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาน้อยกว่าระบบใช้คอมแปรผันที่ไม่มีเทอร์โมสตัทอย่างแน่นอน

    เพราะดูง่ายๆ องค์ประกอบของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆน้อยกว่า และราคาถูกกว่า

    ตัวคอมเองแบบธรรมดา ถูกกว่าแบบ v
    ถ้าใช้เทอร์โมสตัท ก็ไม่ต้องบำรุงรักษาฮีทเตอร์ ตัดน้ำร้อนออกไปได้เลย

    ส่วนคอมทำงานตลอดหรือไม่ตลอด ผมว่าไม่มีผล คราบใดที่มันทำงาน(หรือหยุดทำงาน)ตามเงื่อนไขที่เป็นไปตามการออกแบบของมัน (ไม่ใช้คอมธรรมดากับระบบที่ไม่มีเทอร์โมสตัท)

    แต่ถ้าอยากรู้ว่าควรแปลงระบบแอร์อย่างไร ให้เย็น และทนทาน ผมมีเคล็ดที่อยากแชร์ นั่นคือทำให้แผงระบายความร้อนทำงานให้ดีที่สุด นั่นอาจทำได้สองอย่างคือ ขยายแผงให้ใหญ่ และจัดให้มีลมระบายให้มาก

    ถ้าแผงใหญ่ มีลมระบายมาก ภาระของคอมจะลดลงมาก ไม่ฉุดเครื่องยนต์ และแอร์เย็นแน่นอน เวลาคอมตัดต่อก็แทบไม่รู้สึกเลยเนื่องจากภาระมันน้อย แล้วคิดดูว่ามันจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีไหม

    ลองดูรถรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าญี่ปุ่นหรือยุโรป แผงมันใหญ่ขนาดไหน มันใหญ่จนน่าตกใจ และทั้งหมดเป็นแผงแบบ serpentine สังเกตุให้ดีว่ามัน"ใหญ่" และ "บาง"

    เทคนิคอยู่ที่จะทำอย่างไรหากรถเรามีแผงเล็กและดีไซน์ล้าหลังมาตั้งแต่กำเนิด(จากโรงงาน)

    ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็อยู่ที่การดูแลสุขภาพแผงให้สะอาด และพัดลมให้ทำงานได้ดี

    แต่ไม่ควรให้พัดลมทำงานในจังหวะสองต่อเนื่องเด็ดขาด เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างนั้น ผลเสียอาจถึงขั้นทำให้ไฟไหม้ได้!

    ถ้าอยากให้ลมแรง อาจจะต้องหาตัวเลือกพัดลมใหม่ โดยแปลงจากของรถญี่ปุ่นบางรุ่น ที่มีกำลังแรงพอที่จังหวะหนึ่งเลย ซึ่งอาจหมายถึงการตีบังลมใหม่ให้รับกันด้วย

    ถ้าซนกันสุดๆ อาจหมายถึงการรื้อหม้อน้ำและแผงแอร์ใหม่เมื่อโอกาสอำนวย(เช่น หม้อน้ำเก่าหมดอายุ) แล้วจัดการแปลงเอาแผงแอร์ใหญ่ๆลง ซึ่งมักจะต้องแปลงจุดยึดหม้อน้ำด้วย

    ผมยังไม่เคยทำกับโฟล์ค แต่ลงมือทำกับเบ๊นซ์ได้ผลดีมาแล้ว

    ขอเน้นอีกครั้งว่าแผงแอร์และหม้อน้ำที่ดีจะ"ใหญ่"และ"บาง"

    4 มิ.ย. 2551 , 20:30:27 น

    โชติ

    • บุคคลทั่วไป
    ลิงค์ของ benzowner เกี่ยวกับการแปลงหม้อน้ำเบ๊นซ์ แนวคิดประมาณนั้นแหละครับ ผมทำไม่เหมือนทีเดียว แต่หลักการเดียวกัน

    ส่วนเรื่องคอมแอร์แกนสึกจนพู่เล่ย์หลุด ยังไม่เคยเจอ แต่ถ้าคอมน๊อค มันอาจมีการกระชากอะไรต่ออะไรเสียหายได้ แม้กระทั่งพู่เล่ย์หลุด สายพานขาด

    พูเล่ย์คงไม่ได้หลุดเพราะแกนคอมเล็กจนสึกไปหมด แต่เพราะคอมน๊อคมากกว่า ซึ่งอาจเป็นเพราะรุ่นแรกๆที่ยนตรกิจติดตั้งนั้น วางดรายเออร์ในแนวนอน(ที่แผงแอร์ใต้ท้องรถ) ทำให้ดรายเออร์ไม่สามารถทำงานได้ (มันน่าตีมาก) ระบบมันสกปรกโสโครก คอมมันจึงน๊อค

    สายพานราวลิ้นมันคนละเส้นกับสายพานแอร์นะครับ แต่เวลาสายพานแอร์ขาด มันมักเข้าไปตีสายพานราวลิ้นให้ขาดด้วย คนเลยนึกว่ามันเส้นเดียวกัน เพราะมันดันขาดพร้อมกัน

    คอมแอร์ของ S80 ไม่รู้รุ่นอะไร แต่ที่ใช้กับ T4 ส่วนใหญ่ SANDEN 709 ใช้ได้ไม่มีปัญหาครับ น่าจะถูกกว่าของวอลโว่

    4 มิ.ย. 2551 , 22:43:43 น

    หมุกเหล็กไฟ

    • บุคคลทั่วไป
    ของจริง เป็น แบบ นี้ นี่ เอง!!

    เยี่ยมครับ ได้รู้จริงเสียที
    มัวแต่นั่งอ่านตำราฝรั้ง.
    ข้างบน ไม่ต้องนั่งแปล  มาทั้งก้อน

    ขอบคุณครับ ท่าน

    ท่าน  unclepiak สงสัยยังอยู่บนเขาใหญ่
    สงสัยติดใจตุ๋นมะระกระดูกหมู ไม่ยอมกลับ
    เดี๋ยวแกกะมา..

    4 มิ.ย. 2551 , 23:35:26 น

    ออมสิน

    • บุคคลทั่วไป
    คุณหมุกเหล็กไฟ ขยันเกาะติดประเด็นเรื่องแอร์มากๆ ดี ครับ บางครั้งเคยสงสัย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง "ต่อยอด" ขึ้นเรื่อยๆนะครับ  
    5 มิ.ย. 2551 , 10:20:51 น

    vintage

    • บุคคลทั่วไป
    รถที่ใช้ระบบแอร์แบบนี้ต้องการใส่เทอร์โมสตัส ต้องเปลี่ยนอะไรบ้างตัวตั้งอุณหภูมิเป็น
    ดิจิตอล

    5 มิ.ย. 2551 , 12:07:14 น

    unclepiak

    • บุคคลทั่วไป
    ผมมาแล้ว.. ฮาๆ
    กำลังเซ็งเล็ก ๆ กับความซื่อบื้อของตัวเอง ที่ดันไปเติมน้ำมันปลอมปนเข้า.. เต็มถังเลย

    ไอ้ความที่อยากจะหา 95 ให้ได้นะแหละ วิ่งถามอยู่หลายปั้มตั้งแต่ก่อนขึ้นเขาใหญ่ ลงมาทางปากช่อง เจอปั้มคาลเท็กซ์ หน้าตาดี ก็เข้าไปถามมีเก้าห้าปล่าว? "มีค่ะ" โอ้.. อารามดีใจ ร้องเต็มถังน้อง.. ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่า มินิมาร์ทในปั้ม..ร้าง ออฟฟิสร้าง.. หลุมถ่ายน้ำมันเครื่อง..ร้าง

    คิดในใจว่า ซวยแล้วกรู เจอปั้มผี.. ผมน่ะเดาอะไรไม่ค่อยถูกหรอก เว้นแต่เรื่องซวย ๆ

    เข้าประเด็นแอร์รถยนต์ดีกว่า.. ฮา ๆ คุณโชติเจ๋งดี แกรู้เยอะกว่าผมมากครับ ก็อย่างที่บอก ผมมันมวยวัด

    คอมเพรสเซอร์ระบบวี ที่ว่ามีตัววาล์วปรับแรงดันภายใน ยุคที่ผมเป็นช่างติดตั้งแอร์ มันยังไม่มีให้เห็นครับ ยุคนั้นเตินน้ำยาแอร์ทีละร้อยบาท ไม่ใช่เบอร์ 143a อะไรแบบสมัยนี้ซะด้วยซ้ำ

    สำหรับผมคุยกันพอสนุกสนานเน้อ.. ความรู้อะไรที่เล่าไป มันตกยุคไปหมดแล้ว มีเหลือก็แต่วิจารณญานของช่างเก่า ผิดมั่ง ถูกมั่งไปตามเรื่อง

    6 มิ.ย. 2551 , 17:40:33 น

    unclepiak

    • บุคคลทั่วไป
    อ้อ..คุณโชติ เรื่องเหล็กแหลมตะลุมพุก อย่าได้พูดไปเชียว ให้รู้กันแค่ในบอร์ดนี้พอ ฮา ๆ

    เล่าแถมอีกหน่อย เรื่องทารุณกรรมรถเนี่ย ฮา ๆ มีเจ้าของรถท่านึง เห็นผมคว้าตะลุมพุกกับค้อนปอนด์ รี่เข้าไปจะตอกรูน้ำทิ้ง แกรีบวิ่งมาห้ามเสียงหลงเลย ร้องบอกให้เจาะด้วยสว่าน

    พอดีมีรถเข้ามาเติมน้ำยาแอร์ ผมเลยขอตัวไปบริการคันนั้นแป๊บนึง เรื่องกลายเป็นว่าเจ้าของรถไปตามช่างอีกคนที่เดินผ่านมา เป็นช่างหนุ่มจากอิสานท่าทางดี แต่เพิ่งหัดงานไม่ถึงสองอาทิตย์ มันเอาสว่านมาเจาะตามสั่ง โดยไม่ได้รื้อพรมออกก่อน ดอกสว่านเลยดึงพรมขาดเป็นแนวยาวเลย ผมน่ะทั้งสงสารเจ้าของรถ และสมน้ำหน้าไปในเวลาเดียวกัน

    ก็บอกแล้วไงว่า ตอกด้วยเหล็กแหลมตะลุมพุก มันเวิร์ค !

    6 มิ.ย. 2551 , 17:54:07 น

    หมุกเหล็กไฟ

    • บุคคลทั่วไป
    มาจนได้นะท่าน
    ก็ oK ครับ ขอบคุณ ทุกคำตอบครับ

    6 มิ.ย. 2551 , 22:09:12 น

    mai

    • บุคคลทั่วไป
    เป็นกระทู้ที่เยี่ยมอีกกระทู้หนึ่ง มีตอนต่อไปไหมครับ
    10 มิ.ย. 2551 , 11:49:31 น

    ok

    • บุคคลทั่วไป
    เจอช่างแอร์ รุ่นเดียวกันเข้าแล้ว เจาะรูน้ำทิ้งด้วยเหล็กแหลมยาวเท่าท่อน้ำทิ้ง นี่แหละ ช่างรุ่นเก่า รุ่นใหม่ไม่มีแอร์ให้ติดแล้วเนอะ
    11 มิ.ย. 2551 , 20:47:32 น

    ok

    • บุคคลทั่วไป
    เจอช่างแอร์ รุ่นเดียวกันเข้าแล้ว เจาะรูน้ำทิ้งด้วยเหล็กแหลมยาวเท่าท่อน้ำทิ้ง นี่แหละ ช่างรุ่นเก่า รุ่นใหม่ไม่มีแอร์ให้ติดแล้วเนอะ
    11 มิ.ย. 2551 , 20:47:44 น