• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: อาการ back fire  (อ่าน 173 ครั้ง)

    คนใช้ vw

    • บุคคลทั่วไป
    อาการ back fire
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ท่านเคยสังเกตุไหมว่า ก่อนจะเกิดอาการ back fire เครื่องมีอาการอย่างไร ท่านใดรู้โปรดบอกด้วยครับ จะได้ระวัง  ขอบคุณครับ
    [ 30 พ.ค. 2551 , 10:13:33 น

    ทนายรูปหล่อ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อาการ back fire
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    สั่น รอบไม่นิ่ง กระตุกๆประมาณนี้ครับ
    และสาเหตุที่เกิดเห็นช่างบอกว่าระบบไฟเรามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นหัวเทียน จานจ่ายสายหัวเทียนรั่วมั้งละและอื่นๆ

    30 พ.ค. 2551 , 14:39:06 น

    ArM_Golf_95

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อาการ back fire
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อาการที่ผลเป็นคล้ายๆกับทนายรู้หล่อครับ แต่สาเหตุจริงๆเกิดจากมันเป็นช่วงจังหวะที่เรากำลังจะเร่งเหยียบ
    บังเอินจังหวะนั้นแก๊สมาไม่ทันครับ (บางเกินนั่นเอง)
    ทำให้ท่อหายใจ 3 ทางจากเครื่องสะอึกและเกิดแรงดันมา + กับแรงที่กำลังดูดเข้ามา มันเลยไม่รู้จะไปไหนกันดี ตกลงกันไม่ได้ครับ หาทางออกก็ไม่เจอ(ชีวิตช่างมืดมด)
    มันก็เลยร่วมแรงร่วมใจกันดันฝาแตกนั่นเอง 555+

    30 พ.ค. 2551 , 17:28:33 น

    พล

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อาการ back fire
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ก๊อปมาจาก gasthai
    " แบคไฟร์ (Back Fire) เป็นอาการที่เกิดจากการสันดาปของเชื้อเพลิงภายนอกกระบอกสูบ เป็นเรื่องที่พบได้ทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หรือแม้นกระทั่งเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเอง ก็มีบางครั้งที่จะพบเจอะอาการนี้ อาการเบื้องต้นที่เจอะจะมีการระเบิดย้อนภายในท่อร่วมไอดี อาจทำให้ระบบควบคุมประจุไอดีชำรุดได้ จำพวกมาตรวัดอากาศ (Air Flow) หรือลิ้นปีกผีเสื้อ

    การเกิดแบคไฟร์ได้นั้นมีองค์ประกอบคือ เชื้อเพลิง และอ็อกซิเจนในอากาศ การเกิดแบคไฟร์ส่วนใหญ่จะเกิดในกรณีที่ส่วนผสมบางเกินไป จะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆและจะเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ตกค้างอยู่ภายในท่อร่วมไอดี ส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศที่บางเกินไปจะมีค่าอ็อกซิเจนอยู่ในส่วนผสมมาก ส่วนผสมที่บางจะสันดาปตัวเองได้ง่ายเมื่อมีอุณหภูมิถึงจุดสันดาป โดยไม่ต้องพึ่งพาเปลวไฟจากเขี้ยวหัวเทียน การเกิดแบคไฟร์นั้นอาจเกิดได้ในเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เกิดในกรณีเดียวกันแทบทุกอย่าง แต่การฉีดเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบ็นซินนั้นการฉีดจะบางได้มีอยู่ไม่กี่กรณี คือ ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันตก หัวฉีดเชื้อเพลิงทำงานผิดปกติ หรือ มาตรวัดอากาศประมวลผลผิด (เร่งเครื่องแต่จับสัญญาณการไหลของอากาศได้ต่ำกว่าความจริง) ถ้าในกรณีเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์จะเกิดจากการใช้ขนาดนมหนูน้ำมันที่ไม่เหมาะสม จากอาการข้างต้น การที่เราจะเอาระบบแก๊ส ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV มาใช้ในรถยนต์นั้นองค์ประกอบที่เหมาะสมถึงจะแก้ไขปัญหาได้ ในระบบดูด ( Mixer ) ระบบพื้นฐานคล้ายคาร์บูเรเตอร์ ปากผสมจึงเป็นจุดหลักของอาการแบคไฟร์ และ มีหม้อต้ม เป็นตัวเสริมที่บ่งบอกว่าขนาดปากผสมนั้นเหมาะสมกันหรือไม่

    ทำไมเครื่องยนต์สมัยใหม่เมื่อนำไปใส่ระบบดูดที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่มีความจุเท่ากัน แต่ยังเกิดอาการแบคไฟร์อยู่ การเกิดอาการแบคไฟร์ในระบบดูดที่ใช้กับเครื่องยนต์สมัยใหม่นั้น ส่วนใหญ่มักมีปัญหาจากระบบแปรผันวาวล์ไอดี ซึ่งเมื่อระบบนี้ทำงานจะทำให้ค่าการไหลของอากาศมากขึ้นโดยเฉียบพลัน ปกติการทำงานของระบบแปรผันวาวล์ถูกออกแบบมาให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดี แต่การเกิดแบคไฟร์ในเครื่องยนต์ทั่วๆไปนั้นก็มีความเสี่ยงในขณะที่ส่งคันเร่งเร็วๆในกรณีเร่งแซง แต่เมื่อถูกผนวกไปกับการปรับค่าการเปิดวาวล์ที่นานขึ้นทำให้ปริมาณอากาศที่ไหลผ่านมากขึ้นตามไปด้วยโดยที่หม้อต้มไม่สามารถที่จะชดเชยได้ทันก็จะเกิดอาการแบคไฟร์ได้โดยง่าย เรียกได้ว่าถ้าระบบเครื่องยนต์ที่มีการประจุไอดีที่ซับซ้อน ระบบดูดจึงไม่ใช้ทางเลือกที่ดีนัก

    แต่อย่างไรก็ตามการเกิดแบค์ไฟร์นั้นอาจมีข้อปลีกย่อยจากตัวเครื่องยนต์เองอีกส่วนนึง อาการจากสายหัวเทียนรั่ว หรือ คอย์จุดระเบิดรั่ว(ในรถที่ใช้คอย์แยก) หรือแม้นแต่กระทั่งเขี้ยวหัวเทียนที่ห่าง ก็สามารถที่จะทำให้เกิดอาการแบคไฟร์ได้ "

    30 พ.ค. 2551 , 17:54:04 น

    vento พว.143

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อาการ back fire
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เมื่อรถเกิดอาการ Back Fire มันจะเป็นอย่างไร แล้วเราจะมีวิธีป้องกัน และแก้ไขอย่างไรครับ
    2 มิ.ย. 2551 , 20:16:42 น