• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: กลุ้มใจ รถถูกยำมาหลายแห่ง มึนค่ะ อยากยกเครื่องทั้งคันเลย  (อ่าน 1362 ครั้ง)

    เล็ก SEAT -

    • บุคคลทั่วไป
    Seat 95 แก่แล้วอาการแย่หลายอย่าง
    ตั้งแต่ เครื่องร้อนแล้วดับ ช่างที่ 1 แนะนำให้เปลี่ยนจากหัวฉีดเป็นคาร์บิว ...ไม่ดีขึ้น ช่างที่2. แนะนำให้ยกเครื่องใหม่เอา Toyota ลง. อาการดีขึ้นมาก แต่พอเป็นลูกผสม ระบบมันเลยเกเร..ช่างแต่ละราย..ต่อว่าช่างเก่าๆ จนไม่รู้ว่าช่างคนไหนพูดจริง หรือพูดเพื่อเอาเงิน
    เบื่อกับช่างที่ขาดจรรยาบรรณค่ะ
    ไม่ทราบว่า ถ้าจะรื้อทั้งคันเลย เปลี่ยนใหม่ให้เหมาะกับสภาพอากาศและน้ำมันของบ้านเรา ควรจัดการอย่างไรคะ? เพราะยังรักตัวถังที่แข็งแรง และไม่ต้องการสร้างหนี้ กับตัวถังที่บอบบางของรถญี่ปุ่นน่ะค่ะ
    พอจะมีท่านใดแนะนำ อู่ ที่น่าเชื่อถือไหมคะ? เพราะ อาการตอนนี้ สตาร์ทติดบ้าง ยากบ้าง กลิ่นน้ำมันในห้องโดยสารเวลาเครื่องเย็น เครื่องสั่นรอบตกมาก แอร์ไม่ค่อยเย็น มีกลิ่นอับ และเศษยุ่ย ๆ ปลิวออกมามาก คอนโซลกรอบเปื่อย(เพราะโดนทุ่มด้วยหินข้างถนน-โจรกรรม)
    ใครเห็นบอดี้ ก็จะบอกว่า ยังสวยอยู่เลย(เหมือนเจ้าของ ..อิอิอิ)...เครียดค่ะ ไปตามที่เพื่อนแนะนำแต่ละแห่ง เสียความรู้สึกมากกับช่างที่เหมือนไม่มีใจจะซ่อมรถ???
    รบกวนด้วยนะคะ ...ถ้ารู้จักเว็บนี้ก่อนคงไม่โดนมั่วนิ่มมากขนาดนี้ จ่ายค่าซ่อมรถ..จนจะไม่พอจ่ายค่าอย่างอื่นแล้วค่ะ

    [ 14 ส.ค. 2550 , 01:24:34 น

    เล็ก SEAT

    • บุคคลทั่วไป
    อ้อ..เมื่อวันแม่ก็เกเร สตาร์ทไม่ติด ช่างไปหาปั้มติ๊กของโตโยต้ามาเปลี่ยนให้ 400.-บาท พอเลี้ยวโค้ง เครื่องมันวูบ น้ำมันเดินไม่สะดวก พอยูเทิร์นดับเลย..เกือบโดนจูบท้ายแน่ะ คันหลังที่ขับตามมาก็คงงง...พอโทรไปถาม ช่างตอบว่า.."ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังตลอดเวลา..เพราะปั๊มติ๊กมันสั้น จุ่มไม่ถึง????" อ้าว นี่ก็ค่อนถังอยู่นะ อีกหน่อยจะขับอย่างไร เต็มขนาดไหนเนี่ย!!! นี่ล่ะค่ะ กลุ้มจนนอนไม่หลับ..ไม่รู้จะไปสร้างปัญหาบนท้องถนนอีกเมื่อไหร่?
    ปกติที่ฮ่องกง 10 ปี เขาก็สั่งเก็บเข้าสุสานแล้วนะ สงสัยคงจะออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานแค่ 10 ปี จริง ๆล่ะ
    ...อิจฉารถที่วิ่งแรง ๆ ทั้งที่บอดี้เก่ามากๆ..อยากรู้จังว่าเครื่องยนต์เขาเป็นอย่างไร? ...

    14 ส.ค. 2550 , 01:39:23 น

    classical

    • บุคคลทั่วไป
    ไม่น่าเปลี่ยนเครื่องมาเลย ทีนี้เข้าอู่เฉพาะรุ่น ก็ยังต้องทำลองผิดลองถูกตามประสบการณ์เรื่อยไป เพราะไม่ถนัดเครื่องโตโยต้า

    หาเครื่องเดิมมาหาทางวางกลับ จะยากไม๊ผมก็ไม่รู้ ไม่เห็นรถ

    ส่วนเศษเปื่อยยุ่ยจากช่องแอร์เป็นเรื่องปกติครับ ทนๆซักพักมันก็จะหมดไปเอง

    14 ส.ค. 2550 , 01:42:07 น

    classical

    • บุคคลทั่วไป
    ผมว่าทางออกที่ประหยัดสุด คงต้องหาคันใหม่รุ่นเดิม สภาพดีหล่ะครับ

    คงง่ายและถูกกว่ามาไล่ยกกันทั้งระบบ เพราะสงสัยจะโดนช่างมั่วมาเยอะ

    14 ส.ค. 2550 , 01:44:06 น

    moo

    • บุคคลทั่วไป
    รู้ไหมว่า ทำไมช่างถึงแนะนำให้เปลี่ยนเครื่องและระบบต่างๆให้เป็นรถญี่ปุ่น ก็เพราะว่าช่างไม่ชำนาญรถยุโรป จึงต้องหาทางให้มาใช้ระบบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระบบที่แม้แต่เด็กเด็กๆ ปวช ช่างยนต์ก็แทบหลับตาซ่อม จำเอาไว้ว่า ไม่มีช่างคนไหนซ่อมรถเก่งทุกรุ่น พวกที่บอกว่าซ่อมได้หมด ไม่น่าเสี่ยง
    สำหรับทางออกของรถที่ผ่านช่างมาหลายมือ ผ่านการแปลงมาจนจับต้นชนปลายแทบไม่ถูกนั้น การหารถใหม่ที่คุณ classical คงจะดีที่สุด เพราะประหยัดเงินและเวลา แต่ทั้งนี้ ถ้ารถคันนี้มีคุณค่าทางจิตใจมากแล้วล่ะก็ หาอู่ช่างซ่อม vw เฉพาะ แล้วค่อยๆทำไป ก็น่าสนใจไม่น้อย ขอให้โชคดีครับ
    ปล. ของแปลงมันจะไปดีเท่าของแท้ได้ยังไง ไม่มีทางครับ อิอิ

    14 ส.ค. 2550 , 05:17:43 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    วิธีที่แก้ไขจะไม่ให้บานปลาย ก็ต้องทำใจ สภาพรถที่เปลี่ยนเครื่องญี่ปุ่นมาแล้วมีปัญหา ควรจะหาช่างที่ทำรถอยู่กับบ้าน ทำคนเดียว ใจเย็นๆ ค่อยๆแก้ไข
    อาการปัจจุบันที่ปั๊มอยู่สูงแก้ง่ายๆ หย่อนปั๊มลงไปต่ำๆติดก้นถัง ต่อท่อน้ำมันให้ยาวนิดหน่อยก็จบ ช่างที่ทำให้แล้วแนะนำว่าต้องเติมน้ำมันให้มากๆไว้ ควรจะให้มันไปซ่อมเกวียนจะเหมาะมาก
    อาการเหม็นน้ำมัน ให้ช่างดูฝาปิดถังน้ำมัน น่าจะอยู่ใต้เบาะหลัง ดูว่าขอบยางยังปิดสนิทไหม? อีกจุดนึงก็ตรงฝาเปิดปิดระบายอากาศเข้าเห้องโดยสาร อยู่ในช่องทางลมเข้าพัดลมแอร์ ถ้าเปิดค้างก็ทำให้ปิดตายไปเลย
    อาการสตาร์ทยาก ลองกดคันเร่งค้างไว้ซักหน่อยนึง ซักครึ่งนึง หรือซักมากๆ แล้วสตาร์ทดูว่าแบบไหนจะเหมาะกับเครื่องตัวนี้ เราต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับรถบ้าง

    14 ส.ค. 2550 , 08:01:49 น

    หรือว่าผิดที่แก๊สโซฮอล์

    • บุคคลทั่วไป
    ตัดใจขายแล้วหาVento สภาพดีๆดูจะปวดหัวน้อยกว่า
    14 ส.ค. 2550 , 09:33:27 น

    ทนายรูปไม่หล่อคนหนึ่ง

    • บุคคลทั่วไป
    อ่านแล้วโมโหครับ อยากให้บอกชื่ออู่ที่ซ่อม ทั้งอู่แรกที่ยุให้เปลี่ยนเครื่องข้ามรุ่นจากยุโรป ไปญี่ปุ่น กะ อู่ที่เปลี่ยนปั้มติ๊กให้ ทั้งที่ใส่ปั้มลงไปไม่สุด เฮ้อ.. ได้แต่สาบแช่งช่าง  ช่างไม่รับผิดชอบสังคมเลย
    14 ส.ค. 2550 , 10:03:40 น

    เล็ก SEAT

    • บุคคลทั่วไป
    ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้คำชี้แนะ โดยเฉพาะที่ได้คุยกับพี่ช่างเหอะ ได้ความรู้และข้อคิดดีค่ะ
    ไหนๆ ก็ตัดสินใจผิดมาตั้งแต่แรก..แล้วจะให้ผิดต่อไปเรื่อยๆ ก็เพราะ เราไม่มีพื้นฐานในการตรวจสอบการแนะนำของช่างน่ะค่ะ
    ครั้นจะบอกชื่ออู่ ก็อยากจะบอกแต่ขอแจ้งทางโทรศัพท์ดีไหมคะ เพราะ กลัวว่า แค่เขาทำพลาดกับเราคนเดียว..แต่ถูกทุบหม้อข้าว..มันบาปน่ะค่ะ..เพราะถ้าโดนกันมาหลายเจ้าป่านนี้ก็น่าจะโดนประจานไปแล้วค่ะ..ว่าแล้วก็จะเล่า เป็นบทวิเคราะห์นะคะ คือ
    ปี 2543 4ปี ผ่านไปวิ่งมาได้ 80000 กม.เปลี่ยนคอมแอร์ ที่ร้าน โต ปากซอยลาซาน แนะนำโดยผู้จัดการขายรถเซียท 9000.- ดีมากค่ะ ช่างใจเย็น แนะนำวิธีการถนอมอย่างดี ในขณะที่เพื่อนไปเปลี่ยนแถวห้วยขวาง จ่ายไป 30000.- เขาดีใจบอกว่าถูกว่าศูนย์ห้างตั้ง 50 % เราเลยเงียบๆ ไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่มาบอกภายหลัง เพราะเขาอยากรู้ว่าเราทำที่ไหน...
    ส่วนใหญ่จะให้ช่างแถวบ้าน เพื่อนของน้องชายช่วยดูอาการต่างๆ มาตลอด จนมาหนักมากปี 2546
    ปี 2546 เดือนตุลาคม มีอาการรถติด เครื่องยนต์ร้อน ดับ เจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์แนะนำให้ไปหาช่างเล็ก บุญมา ประชาชื่น เข้าอู่ 4 วัน อาการยังไม่ดีขึ้น ผ่านไปสองสัปดาห์ ช่างแนะนำให้เปลี่ยนจากหัวฉีดเป็นคาร์บูเรเตอร์ อ้างว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันและติดง่าย ดับยากกว่า ก็จ่ายไป 13000.-
    พอผ่านไปข้ามปีใหม่ เดือนมกราคม 2546 วิ่ง ๆ ไปก็ดับอยู่เรื่อย วันละ 5 เวลา (เหงื่อตกเลยค่ะ) น้องชายช่วยแก้ไขเปลี่ยนสายยางกรองเบนซิน ทนใช้มาได้ถึงเดือน มิถุนายน ก็ไปที่อู่ไดมอนด์ ช่างพรทวีตรวจอาการ เปลี่ยนคอยด์จุดระเบิด 4240.-(+ค่าลากรถ 535.- บริการของศูนย์ยนตรกิจค่ะ)
    เดือน กรกฏาคม เปลี่ยนปั๊มติ๊ก 2000.- ซ่อมประตู 1200.-
    เดือนสิงหาคม ยางแตกที่นครปฐม เปลี่ยนยางใหม่ 4 เส้น (นี่แหละใช้เป็นอย่างเดียวลืมดูแล..เกือบได้กินข้าวลิงข้งทาง..ที่สำคัญทุกครั้งที่มีปัญหาต้องเป็นวันอาทิตย์น่ะซิคะ..เลือกวันเสียซะด้วย
    เดือน มกราคม 2547 เพื่อนแนะนำช่างสุชาติ(หมอรถ-เขาเรียกกันค่ะ) แถวแยกพงษ์เพชร วางเครื่องใหม่เอา Exior ลง จ่ายไปอีก 38000.-
    เดือนมีนาคม กลับไปถามว่า ไหนบอกว่าประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องเดิม ทำไมกินน้ำมันเหมือนเดิมที่ไม่ได้เปลี่ยนเลย 6.5 กม/ลิตร ช่างบอกว่า เครื่องมันเก่าแล้วครับ ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ แล้วล้อด้านขวามีเสียงดัง เหมือนล้อใกล้จะหลุด ช่างก็แก้ไขให้ ปรากฎว่า เปลี่ยนไปดังที่ล้อซ้ายแทน..เสียงดังเพราะ เพลาของเซียท ไม่เหมือนกับโตโยต้าครับ ไม่ต้องกลัว วิ่งได้คร๊าบบบ
    เดือนมิถุนายน 2546 เปลี่นเพลาหน้า ยางหุ้มแรค แบตเตอรี่ สายท่อลมเบรค อีก 6000.-
    เดือนกรกฏาคม ซ่อมแอร์ 1500.-
    เดือนพฤศจิกายน เปลี่ยนไดชาร์ท 2800.-
    เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เปลี่ยนยางหุ้มโช้ค+ลูกปืน 1900.-
    เดือนมีนาคม ช่างพงษ์การไฟฟ้า เปลี่ยนสวิช์แอร์+เติมน้ำยา 2100.-อีก 7 วันมาเปลี่ยนสายท่อแอร์ เพระน้ำยารั่วออกหมดจ่ายเพิ่มอีก 650.-.....จุกจิกไปเรื่อยๆในเดือนเมษายน อีก 2400.-
    เดือนสิงหาคม 2548 ซ่อมช่วงล่าง เบรค แรค 14220.-
    เดือนกันยายน 2548 ซ่อมเพลา 2000.-(น้องชาย)
    ซ่อมแอร์ 6500.- ร้านพงษ์การไฟฟ้า
    เปลี่ยนเดือยกุญแจประตูที่ศูนย์ 1102.-

    เดือนมกราคม 2549 เปลี่ยนฝาหม้อน้ำ 450.-..
    เดือนกันยายน 2549 ซ่อมเพลา..xxxx.-
    ซ่อมเกียร์ 9700.-
    เดือนตุลาคม ซ่อมกล่อง CBU 1800.- เปลี่ยนยาง 4 เส้น 8000.-
    เดือนธันวาคม ซ่อมไฟหน้า รีเรย์สตาร์ท 1500.-
    ปี 2550 เดือนกุมภาพันธ์ ช่างพงษ์การไฟฟ้าเปลี่ยนแบตเตอรี่ ล้างมอเตอร์สตาร์ท+ใส่ถ่านใหม่ เปลี่ยนแป้นสวิทช์เกียร์ รีเรย์สตาร์ท+ค่าแรง 4500.- เติมน้ำยาแอร์ 400.-
    เดือน กรกฏาคม 2550 รถนอนที่อู่ ว. เจริญยนต์/สวนสยาม อีก 20 วัน(15-3/8) ก่อนเข้าอู่เติมน้ำมัน 800.- ไปรับรถ ไมล์เพิ่มไป 100 กม. น้ำมันหมดถังเลย เขาบอกว่าต้องขับลองรถหลายรอบ รายการซ่อม
    ชุดซ่อมแล๊คพวงมาลัย 2850.-
    น้ำมันพาวเวอร์ 2 กป.  260.-
    ยางกันฝุ่นแล๊ค 960.-
    ยางหุ้มเพลา 290.-
    จารบี 80.-
    แว๊คน้ำยาแอร์ 600.-
    เดินระบบไฟสวิชท์ ติ๊ก 800.-
    สไลด์แกนรูโช๊คอัพ 1000.-
    ติดตั้งแวคคูอัมแอร์ 1000.-
    ตั้งศูนย์ล้อ 200.-
    ค่าแรง 2000.-
    หลงโจ๊ง..10000.-ถ้วนละกัน...
    ตอนแรกให้ช่างเอารถมาส่งถึงบ้าน ก่อนจ่ายเงินก็ต้องลองขับ..โอ๊ย.ทำไมพวงมาลัยหนักเหมือนไม่มีพาวเวอร์เลยอ่ะ โหนตัวไหล่แทบทรุด..ช่างดันตอบมาได้ว่า มันก็หนักอย่างนี้ล่ะครับ รถยุโรปนี่...เถียงกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ ใช้น้ำมันหมดถัง วิ่งไปไหน 100 กม. แล้วมาบอกว่าพวงมาลัยหนักปกติ..จะบ้าแล้วมั๊ง..รีบไปแก้ไขมาเลย..พอวันไปรับรถ ก็ตอบว่า สายส่งน้ำมันพาวเวอร์มันบิด น้ำมันเลยไม่มาหล่อเลี้ยง แก้ให้หายแล้วครับ...??? ตอนแรกทำไมตอบชุ่ย ๆ

    ช่างยังสรุปอีกว่า ยังต้องทำอีกสามรายการนะครับ
    ตั้งศูนย์เครื่องยนต์ใหม่ ทำเพลาใหม่ เปลี่ยนคอมแอร์ใหม่(มือสอง) ประมาณ 15000.-
    ......ขอตัวไปหาเงินก่อนนะคะ แล้วค่อยว่ากันใหม่...

    ใครจะกล้ากลับไปให้ยำอีกเนี่ย...
    ขนาดที่เรียกว่าบันทึก การเติมน้ำมัน การซ่อมทุกครั้ง ที่เล่ามาก็แค่งานจ่ายหนัก ๆ จุกจิกตามสภาพอีกมาก ตอนนี้กินน้ำมันเหลือหลาย เติม 800.- วิ่งได้ 150 กม. วิ่งแบบตื้อๆด้วย  พอเติม 600.- วิ่งได้ 70 กม.

    พอได้ฟังความเห็นจามพี่ช่างเหอะ..แล้วถึงรู้ว่า จะต้องทนแก้ไปถึงไหน...ขายไปดีก่า
    เพราะมันไม่มีทางประหยัดได้ แต่ประสาทจะกินก่อนแน่ๆ ...ตอนนี้แทบจะไม่ต้องใช้รถยนต์ ย้ายบ้านมาใกล้ไปรษณีย์ ก็เลยใช้จักรยานแทน ทำงานแค่รับออเดอร์+ส่งของ EMS เท่านั้น อยู่อย่างพอเพียงจริงๆ เลยค่ะ
    ขอบคุณทุกท่านจากใจอีกครั้งค่ะ ว่าอย่างน้อยมีเพื่อนร่วมทุกข์จากชมรมจริงๆ ...

    งานเยอะ+ปัญหาเยอะ รับเงินน้อย ช่างก็อยู่ไม่ได้...
    เก็บเงินลูกค้าเยอะ..แพงไป ก็ไม่มาทำอีก...

    เข้าใจช่างเลยค่ะ ว่าหากินลำบากจริง ๆ...
    หมดกรรม วาระก็เปลี่ยนไป..ตอนนี้ทำใจอย่างเดียวเลยค่ะ



    14 ส.ค. 2550 , 12:22:46 น

    หรือว่าผิดที่แก๊สโซฮอล์

    • บุคคลทั่วไป
    โห เห็นช่างแต่ละคน เคยอยู่กาชาดแน่เลย สูบเลือดสูบเนื้อจริงๆ ซ่อมแล้วหายไม่เป็นไรหรอก แต่ไม่หายนี่สิเจ็บใจ
    14 ส.ค. 2550 , 13:09:42 น

    คนช้ำประจำซอย

    • บุคคลทั่วไป
    อ่านแล้วเศร้ามากครับ หลายๆ จุดช่างเค้าหาเรื่องเปลี่ยนเพื่อหาเงินจริงๆ ผมเคยเจอปัญหาแบบนี้ตอนใช้ Honda เราเปลี่ยนอู่ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวฝาสูบโกร่ง เดี๋ยวยางหุ้มเพลาขาด เดี๋ยวจุกยางความร้อนขาด เดี๋ยวโน้นนี้เสีย อย่างอาการความร้อนสูง ไปร้านหม้อน้ำ เค้าก็ให้เปลี่ยนหม้อใหม่ เปลี่ยนไม่หายเค้าก็ให้เปลี่ยนฝาติดหม้อใหม่ แล้วโทษโน้นโทษนี้ ที่สุดโทษว่ารถรุ่นนี้ไม่ดี  เราเอาไปให้อู่อื่นฝนฝาสูบใหม่ ช่างก็ทำไม่ดีไม่กี่วันก็พังใหม่ ( ขนาดใช้บริการอู่ดังทางวิทยุย่านพัฒนาการ ) ไปอู่ใหม่ช่างก็ด่าอู่เก่าว่าทำไม่เป็น พอเราให้ทำ ก็ไม่ต่างกัน แถมช้า , ขี้โม้, เปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี้เกินความจำเป็นอีก ให้เปลี่ยนสายพานทามมิ่ง ก็ล๊อกจนตึง เราขับจนพูเล่พวงมาลัยพาเวอร์หัก .. ก็ยังไว้ใจเอารถ Volk ไปให้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้ ( เห็นบอกว่าเคยทำ ) ก็เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ผิดเกรด เกียร์พังอีก  มาสรุปว่า ช่างประชำทำไม่ดี กะ บังเอิญเจออู่ที่เก่งไม่จริงทำ จนที่สุดขาย Honda มาใช้ Volk มาเจอเว็บนี้ ทำให้สามารถรู้สมมุติฐานอาการรถได้ เจอช่างประจำเก่งๆ ที่ราคาไม่แพงในนี้ เด๋วนี้ใช้รถอย่างสบายใจมากครับ  เอาใจช่วยให้คุณเล็กหารถใหม่+ช่างที่ดีได้เร็วๆ
    14 ส.ค. 2550 , 14:23:12 น

    กิมย้ง

    • บุคคลทั่วไป
    เสียใจด้วยนะครับกับหลายๆบทเรียนที่พานพบ เป็นหนังตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่ให้เพื่อนๆได้รับรู้ครับสุดท้ายขอให้เจอรถคันใหม่สภาพดีๆสวยๆครับและที่สำคัญ " อย่าเกเรกับฉันมากก็เป็นพอ "  โชคดีนะคะคุณเล็ก
    14 ส.ค. 2550 , 18:27:46 น

    B5555555

    • บุคคลทั่วไป
    ผมใช้มาเกือบ 11 ปี ที่เปลี่ยนราคาแพง ก็
    พัดลมแอร์ 1 ครั้ง 12000
    คอมแอร์ 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 18000
    เกียร์ 1 ครั้ง 65000
    คอยล์ 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 5000
    สายไฟเข้าหัวกระโหลก ประมาณ 4000
    รวมๆทั้งหมดไม่นับการเปลี่ยนยาง ก็ประมาณ 300000 หรือปีละ 25000 ราคานี้เข้ายนตรกิจตลอด คุณภาพก็ OK เพราะผมค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับช่างและเจ้าของศูนย์ ถึงแม้บ่งครั้ง รู้สึกว่าทำไหม ต้องจ่ายแพง
    คุณภาพการใช้งานตลอดมา ไม่มีปัญหา
    ตอนนี้ใช้ B5 มา 6 เดือนแล้ว จ่ายไปประมาณ 30000 เข้ายนตรกิจ 1 ครั้ง ข้างนอก 2 ครั้ง

    14 ส.ค. 2550 , 19:27:22 น

    GolfTD1.6

    • บุคคลทั่วไป
    ดูๆแล้วเหมือนกับท่านผู้หญิงที่ใช้รถยุโรปแล้ว พยายามจะให้อู่ดูแลให้ แต่มานก่ไม่เวิร์ก เพราะคุณผู้ใช้ไม่ได้รู้เรื่องระบบเครื่องยนต์ หรือไม่รู้แหล่งที่จะดูแลรถท่านให้ดูดีได้

    ส่วนตัวผม แรกๆ ก่มั่วไปอู่เฉพาะไปเรื่อย อันนี้นิด อันนั้นหน่อย จนชักจะรำคาญ และช่างแต่ละที่ก่หาแต่เรื่องเอาเงินจากกระเป๋าเราตลอด ไม่มีความรู้สึกเลยว่า ทำอันนี้ที่เดวก่จบแล้วงบก่ไม่บานปลาย.. แต่ไม่รู้ว่าช่างที่ทำ เขาเซียนมั้ย.. เพราะช่างบางคนก่ดีแต่หลักการ แต่ทำออกมาแล้วก่ไม่จบ ช่างบางคนแค่เดินผ่านได้ยินแค่เสียงเครื่องก่เดาอาการได้แล้ว..

    ผมว่า รถยังไม่แย่หรอกคับ แต่คนที่ดูแลรถให้เราน่ะ ยังไม่เก๋าพอ..

    15 ส.ค. 2550 , 19:06:11 น

    big vw

    • บุคคลทั่วไป
    ขอบคุณ ที่ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้ระวังไว้ เพื่อเจ้าของรถจะได้ศึกษาและเรียนรู้ว่ารถตัวเองควรจะดูแลอย่างไร และหาความรู้จากไหน
    15 ส.ค. 2550 , 22:39:07 น