• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: จานจ่าย VENTO ปี 97  (อ่าน 1711 ครั้ง)

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    จานจ่าย VENTO ปี 97
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ตอนนี้จานจ่ายที่จ่ายไฟไปที่หัวเทียน  ภายในจานจ่ายจะมีฝาปิดด้านในเป็นพลาสติกแต่ตอนนี้ เปลื่อยยุ่ยเลย  หัวนกกระจอกก็แข็งถอดไม่ออก ฝาครอบนี้ถอดออกเลยได้ไหมหรือสั่งซื้อได้ที่ไหน เคยไปถามศูนย์เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนจานจ่ายทั้งลูก  ผมอยู่ต่างจังหวัด  จึงขอเรียนถามคุณ ช่างเหอะ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ก็ได้ช่วยแนะนำหน่วย
    [ 25 มี.ค. 2550 , 09:46:03 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เพิ่งเปลี่ยนมาครับ เป็นเหมือนที่คุณเล่าเปี๊ยบ ไปหาช่างโฟล์ค(ที่ไม่ซื่อ)ไปมา2เที่ยว เลี้ยงไข้ไปเรื่องโดยไปเล่นกับระบบน้ำมัน เอาเครื่องมือไฮเทคนู่นนี่มาตรวจ พูดแบบสรุปว่าปั๊มน้ำมันในถังแรงดันตกเหลือ2บาร์ ควรเปลี่ยนใหม่ หมดไปเกือบ4พัน อาการไม่หาย(ไม่ตรวจของง่ายๆกล้วยๆคือระบบไฟสักนิด)  ทนไม่ไหว เลยลองเสี่ยงเปิดฝาจานจ่าย-หัวนกกระจอกดูเอาเอง อดทนหน่อยไม่ต้องบ่นว่าแข็งถอดยาก พยายามเข้าไป ไล่ทรราชย์ยากกว่านี้ยังทำมาแล้วตั้งแต่14ตุลายันเหลี่ยมทุรยศ !  
    พอเปิดออกมาฝาที่ว่ายุ่ยเล๊ะเป็นหมูหยอง หัวนกกระจอกเทศก็บิ่นหายไปแบบทำพันธุ์ต่อไม่ได้ จึงพยายามทู่ซี้ขับแบบกระตุกชึ๊กชั๊กไปจนถึงบางเขน หาที่จอดเหมาะๆ แล้วเดินไปเต่าทอง หิ้วฝาครอบที่ไม่ใช่ของบอชมาราคา400 บาท หัวนกกระจอกของบอชราคา300 แล้วจัดแจงถอดของเก่าทิ้งแล้วใส่ที่ซื้อมาใหม่เอง ระวังหน่อยตอนถอดสายหัวเทียนเพราะตอนใส่กลับ ดันลืมว่าสูบใหนสายใหนใส่ตรงใหน(วะ) โทรไปถามน้องช่างกรผู้เมตตา น้องกรของผมบอกสูตรง่ายๆให้แป๊บเดียว เสร็จสตาร์ทชึ่งเดียวเครื่องเดินเรียบเสียงเพราะก็กลับมา ไอ้บ้าที่บอกว่าเป็นเรื่องระดับน้ำมันที่ฟันคนแก่โง่ๆอย่างผมน่ะเลิกคบไปตลอดชีวิต  แต่แน่ๆคือกำลังจะเอาคืน แน่ๆไม้ตายเดียวที่ผมมีคือให้พวกพ้องที่เป็นใหญ่เป็นโตที่กรมสรรพากรไปดูเรื่องเสียภาษีหน่อย ขืนมันทำเลียนแบบเทมาเสกน่ะ งานนี้"ปิดอู่"แหงๆ พับเผื่อยสิ...!
    แล้วเวนโต้เก่าๆของปลัดแก่ ที่มีเกียร์ธรรมดาไร้จุกจิกเสียตังค์ กินแก๊สโลละเกือบบาท ก็กลับมารับใช้ผมอย่างสง่างามต่อไปจนบัดนี้ที่ยังมองไม่ออกว่าจะหาเรื่องซ่อมอะไรดีหว่า

    25 มี.ค. 2550 , 10:33:25 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ควรดูสายหัวเทียนด้วย ถ้าอาการแย่ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทั้งยวง แต่ถามผมว่าดูยังไง ก็ตอบแบบใสซื่อว่า "ไม่รู้ครับ" แต่หาคำตอบได้ไม่ยากในเวบนี้  ส่วนหัวเทียน เดิมใช้บอชเขี้ยวเดียวแกนแพลตตินั่ม คราวนี้เปลี่ยนแบบแกนทองแดงราคาถูกหัวละ40กว่าบาท(แต่ไอ้ช่างอู่แรกที่อ้างไปซื้อมาให้ฟันผมหัวเล๊ะราคาหัวละ130 บาท !) ใช้มาเดือนกว่าแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรแตกต่าง(ในตอนนี้) ที่เปลี่ยนเป็นแบบธรรมดาน่ะ ช่างอู่ที่ฟันผมตนนี้บอกว่าที่ร้านไม่มีแบบแพลตตินั่มเท่านั้นเองครับ ผมเองก็ขี้เกียจตะเวณหาซื้อ แก่แล้วไปใหนตะรอนๆแบบหนุ่มๆน่ะไม่ไหว ยกเว้นอย่างเดียวสาวนัดน่ะพอไปได้
    25 มี.ค. 2550 , 10:41:10 น

    bee

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เพื่อประโยชน์ของชาว vw รบกวนคุณปลัดแก่ บอกหน่อยครับ ว่าอู่ที่ฟันชื่ออะไร อยู่แถวไหนครับ ไม่สะดวกบอกตรงๆ ขออ้อมๆก็ยังดี  จะได้ไม่หลงเข้าไปครับ
    25 มี.ค. 2550 , 22:01:47 น

    โอ๋ Vento

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ...หายไปนานเลยนะครับพี่ปลัด  สวัสดีครับ  อู่ไหนครับ  บอกมาเลยครับ  จะได้ระวังเอาไว้...  
    26 มี.ค. 2550 , 08:11:52 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    มีขายแยกอย่างที่ท่านปลัดฯบอกไว้นั่นแหละครับ หัวนกกระจอกถอดยากเพราะสปริงมันขึ้นสนิม ต้องเอาด้ามไขควงเคาะๆๆๆๆแล้วงัดออก ถ้าประมาณแรงไม่ได้ก็ควรให้ช่างเขาทำให้ ส่วนฝาพลาสติกบางๆข้างในไม่มีก็ไม่เป็นไร อะไหล่ก็โทรงสั่งร้านให้ส่งทางไปรษณีย์
    26 มี.ค. 2550 , 08:13:08 น

    โอ๋ Vento

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ...หัวเทียนแกนทองแดง  ยี่ห้อ  และรหัสอะไรครับ  ใช้แล้วเหมือนเดิมเลยหรือ  เผื่อผมจะได้เปลี่ยนบ้าง  อ้อ  หัวเทียนบอสแพลตินัมที่พี่นาวินเปลี่ยนให้ควรใช้สักกี่กิโลถึงจะเปลี่ยนครับ...
    26 มี.ค. 2550 , 08:14:17 น

    คมสัน

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ventoใช้แก็ส เรื่องหัวเทียน
    -ตอนแรกใช้แบบ3เขี้ยว ตอนเดินเบามีสะดุดนิดหน่อย  เค้าว่าระยะห่างเขี้ยวมันมากไป
    -ลองเดินหาเป็นแบบเขี้ยวเดียวทองแดง ถูกๆ W7DC (ใช้แกนใบเลื่อยเล็กหนาประมาณ0.5mm.สอดระหว่างเขี้ยวเล้วใช้ด้ามไขควงค่อยๆเคาะเบาๆลงไปเพื่อให้ได้ค่า0.5mm.) เดินเบาเนียนดีมากไม่กระตุกเลย
    -หลังจากนั้นไปได้ข้อมูลใหม่มาอีกว่ารถใช้แก็สนั้นต้องใช้หัวเทียนที่เย็นลงอีก1เบอร์ เลยไปเดินหาซื้อแบบ W8DP หัวแพทตินั่มเค้าว่าดี(ใส่โดยที่ยังไม่ได้ปรับตั้งระยะห่างเขี้ยว)ผลปรากฎอาการเครื่องคล้ายๆแบบหัวเทียนสามเขี้ยวชุดแรกมีกระตุกนิดหน่อยไม่มากแต่ด็สู้แบบธรรมดาไม่ได้(W7DCแต่งเขี้ยว0.5mm.เหมาะสุด)

    26 มี.ค. 2550 , 13:54:01 น

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
    26 มี.ค. 2550 , 15:03:00 น

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
    26 มี.ค. 2550 , 15:03:15 น

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
    26 มี.ค. 2550 , 15:03:35 น

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
    26 มี.ค. 2550 , 15:04:37 น

    คน..รักรถ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
    26 มี.ค. 2550 , 15:04:52 น

    ปลัดแก่

    • บุคคลทั่วไป
    RE: จานจ่าย VENTO ปี 97
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    อุ่ที่ผมเคยเขียนแนะนำ ที่ย้ายมาจากตรงข้าม(เยื้องๆ)เดอะมอลล์บางกะปิ ไปแถวตรงข้ามนิด้าด้านสะพานข้ามคลอง แต่มาคิดดูผมอาจให้ความไม่เป็นธรรมกับเขาก็ได้ หาก"คิดเชิงบวก"เขาคงตรวจไปตามสมมุติฐานในใจทีละเปราะละประเด็น(มั๊ง) แต่ผมต้องเอารถเข้าออกเพราะเรื่องกล้วยๆและเสียตังค์แบบไม่ควรจะเสียนี่ถึง3ครั้ง และที่แก้ตกก็เพราะผทสันนิษฐานและลงมือทำเอง
    27 มี.ค. 2550 , 11:45:10 น