ขออิงประวัติความเป็นมาของเจ้าเต่ามหัศจจรย์ นิด เผื่อท่านอ่านแล้วจะได้พินิจพิจารณาว่าไอ้ของไม่ค่อยจะได้เรื่องแบบ หลายท่านว่ามาทำใมมันจึงดัง เป็นที่ฮิตติดปาก
ก่อนที่รถโพลคจะไปดังอยู่ในเมืองมะกันอันเป็น ถิ่นที่มีการผลิตรถที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ตอนนั้น เขามีเรื่องเล่ากันว่า มี กะทาชายคนที่ตั้งบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถโฟลคคนแรก ของอเมริกา เกิดดไปจับผลัดจับพลู ได้ เป็นตัวแทน จำหน่าย รถ VWในสมัยนั้น ตอนแรกทุนรอนทุนแรม แกก็ไม่ค่อยมี ตะแกก็พยามยามรวบรวมเงินที่มีอยู่จะไปตั้งห้องแถวจำหน่าย เจ้ารถโฟลค แต่ยังขาดเงินอีกราว 10,000 $ ตะแก ก็เพียรเดินเวียนไปตามเพื่อนฝูงพ่อค้ารถด้วยกัน เพื่อขอให้มาร่วมทุน ประดาพรรคพวกพากัน ส่ายหัวเวียนเฮด หาว่าเจ้านี่ไม่บ้า ก็เมา แหมคิดอะไรเพี้ยนๆเอารถเสร็งเคร็งอะไรก็ไม่รู้ จะมาขายให้ อเมริกันชน ซึ่งอเมริกา ก็มีเมืองดีทรอยต์ เป็นแหล่งผลิตรถขนาดใหญ่ แล้ว รถอเมริกันยุคนั้นก็ฟู่ฟ่า คันยาวสามวา สี่ศอก 3หุน 4กะเบียด แถมติดคิ้วอะไรต่อมิอะไร ให้แวววับระยับตา แต่จะเอาเจ้ารถเสร็งเคร็งคันเท่าฝ่ามือมาขายแข่ง มันก็ เจ๊งตะแต่เริ่มคิด แล้ว
ปรากฏ กระทาชายนายนั้น เดี๋ยวนี้ก็ยังขายรถยี่ห้อVolk อยู่ แต่ได้ ข่าวว่าแกรวยไม่รู้เรื่องไปแล้ว ประดาเพื่อนผองที่เคยส่ายหน้า กะแกตอนนั้น พากันอิจฉา แล้วบ่นกับตัวเอง ว่าบุญไม่มีๆ ไปตามๆกัน.
มีหลายคนสงสัยรถ โฟลคมันเป็นที่นิยมหรือดัง ในอเมริกาได้ไง ราคามันถูกเหรอ ผิดอีกนั้นแหละ ซื้อรถโฟลคกะซื้อรถอเมริกันดีๆได้หลากหลาย ในราคาพอกัน รถโฟลค ประหยัดน้ำมันเหรอ ตอนนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องคิด เพราะทรัพยากรทางเชื้อเพลิง ยังมีอีกมหาศาล แล้วก็ราคาถูกยิ่งก่า โค๊ก อีก ทั้งในสายตารถโฟลคเป็นรถประเภทแรงน้อย ค่อยๆไป เรียกว่า บ้อลัด นั่นแหละ เครื่องอำนวยความสะดวกสบายก็ไม่ค่อยมี ระบบออโต้ง ออโต้ ไม่ต้องคิด แต่ความที่มันจะดัง และเป็นที่ชื่นชอบ ก็เพราะการขับรถโฟลคมันเป็นเรื่องที่สนุกๆ ไง เหมือนเด็กได้เล่นของเล่นไง จึงทำให้เป็นที่นิยม เขาจึงเปรียบรถโฟลคว่า เหมือน ของเล่น ของคนรวย (VW is a rich man 's Toy) แล้วท่านทราบ ไหม รถโฟลคขายในอเมริกา ปีแรกเพียง2คันเอง แต่เพิ่มเป็น600กว่าคัน ใน3ปีต่อมา แต่ปี1955 ยอดขายจาก 6,614คัน เป็น 30,928 คัน แต่ปี 1967 ขายได้ถึง 443,396 คัน แถมโรงงานผลิตรถโฟลคตอนนั้น มียอดการผลิตรถ เป็นอันดับ3ของโลก สามารถผลิตรถได้วันละ 10,000คัน ต่อวัน มีคนงาน ถึง 190,000คน และ 37% ของการผลิต จะ ส่งไปขายที่เมืองมะกันดินแดนแห่งการผลิตรถที่ใหญ่ที่สุด นับว่าเป็นยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของรถที่นำเข้ามาขาย แบบนี้จะไม่ให้ เรียก มหัศจรรย์ รถโฟลค ได้ ยังไง. อ้อ ยังมีข้อมูลว่า โรงงานผลิตรถโฟลค ใช้แร่แม็คนีเซียมมากที่สุดในโลก คือ 30,000ตัน ต่อปี หรือ คิดเป็น 10% ของการผลิต แร่แม็คนีเซียม ของโลก(การผสมแร่แม็คนีเซียม ลงไปในเหล็กที่ถลุง จะทำให้ เหล็กที่ผลิตออกมา เป็นเหล็กกล้า มีความทนทานต่อการเป็นสนิม แข็งแรง ทนทาน ) แล้ว จะไม่ให้ รถโฟลค ทนทานได้ไง ก็ พวกเล่นผสมแร่ นี้ลงไปในเนื้อเหล็ก ตัวถัง อย่างไม่กลัวจน แบบนี้เราๆท่านๆถึงเห็น รถยี่ห้อนี้ ทนแดด ทน ฝน ทนหิมะ ไม่ค่อยต้องทำสี ปะผุกันเท่าไร ก็เพราะแบบนี้เอง ใช้กันที 10กว่า20ปี ค่อยนึกได้ ผิดกับรถในปัจจุบัน บางยี่ห้อ ตัวถังบางทั้งคัน จน คิดว่าเอาสังกะสีมา ต่อเป็นตัวถัง เดินผ่านไม่กล้าหายใจ รดแรง กลัวมันจะบุบ เฮ้อ
ทีนี้วกกลับมาที่เมืองไทย รถเต่าที่ใช้ๆกัน แต่ละรุ่นก็หาซื้อกันมาเป็นแสน แต่ของเดิม ตอนออกห้างใหม่ๆจำได้ว่าตอนรุ่นปี65--คันละ3หมื่นกว่าบาท รุ่นปี70คันละ9หมื่นนิดๆ ปี71เริ่มออกsuperstar ก็แสนต้นๆ แล้วมาพ.ศ.นี้เวลาผ่านไป30กว่าปี
13 ม.ค. 2006 , 11:10:05 น