• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.  (อ่าน 512 ครั้ง)

    crisis

    • บุคคลทั่วไป
    ด่วน!แอลพีจี.ใช้ได้อีก12วัน

    ปตท.ส่งสัญญาณเตือนก๊าซแอลพีจีใช้ได้อีก12วันเท่านั้น เหตุเรือนำเข้าจากซาอุฯ มาไม่ทัน ด้านกรมธุรกิจพลังงานอนุมัตินำเข้าอีก 40,000 ตัน ส่งผลให้ปตท.แบกรับภาระเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนถังก๊าซติดรถยนต์ขาดแคลนหนัก

    แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความต้องการใช้ก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีในขณะนี้ว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซหุงต้มในภาคขนส่งมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น โดยจากช่วงเดือนมกราคม 2551 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 52.3 ล้านกิโลกรัมแต่เดือนเมษายน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.5 ล้านกิโลกรัม และเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มอีก เนื่องจากประชาชนหันไปติดตั้งก๊าซแอลพีจีเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ต้องนำเข้าก๊าซหุงต้มจากต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จากที่ล็อตแรกนำเข้าเมื่อเดือนเมษายน เพราะปริมาณกำลังการผลิตในประเทศที่มีอยู่ 340,000 ตันต่อเดือนไม่เพียงพอใช้

    จากการประเมินสต็อกก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามา ขณะนี้เหลืออยู่เพียงประมาณ 4,800 ตัน หรือพอใช้ได้เพียง 12 วัน นับจากวันที่ 14 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป เนื่องจากมีความต้องการใช้ประมาณ 400 ตันต่อวัน เนื่องจากปตท. เว้นการนำเข้าก๊าซหุงต้มมาเป็นเวลา 2 เดือน จากปัญหาความไม่ชัดเจนในขั้นตอนบริหารจัดการว่าภาครัฐจะหาเงินมาคืนปตท.ที่ต้องแบกรับภาระนำเข้าก๊าซหุงต้มโดยวิธีใด แต่เมื่อคณะกรรมการบริหารพลังงาน(กบ.) มีมติที่จะเก็บเงินคืนปตท.โดยปรับราคาก๊าซหุงต้มในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมในช่วงเดือนกรกฎาคม 2551 ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้มีความชัดเจนเกิดขึ้น

    -++ปตท.แบกภาระนำเข้าเพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงาน ก็เพิ่งทำหนังสือถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2551 ให้นำเข้าก๊าซหุงต้มในปริมาณ 40,000 ตัน ซึ่งสูงกว่าแผนเดิมที่วางไว้ 13,000 ตัน เพื่อเผื่อไว้จนถึงเดือนกรกฎาคม ที่ต้องนำเข้าอีก 25,000 ตัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า การจะจัดหาแหล่งซื้อก๊าซหุงต้มและเรือที่จะขนมาต้องกินระยะเวลา 4-5 วัน รวมเวลาเดินเรือจากซาอุดิอาระเบียมาถึงประเทศไทยอีกประมาณ 15 วัน ดังนั้น สต็อกก๊าซหุงต้มจากการนำเข้าครั้งก่อนจึงไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการได้ และอาจจะส่งผลให้ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2551 เกิดการขาดแคลนก๊าซหุงต้มขึ้นได้

    อย่างไรก็ตาม ทราบว่ากรมธุรกิจพลังงาน ได้มอนิเตอร์สต็อกก๊าซหุงต้มอย่างใกล้ชิด โดยให้ผู้ค้าก๊าซหุงต้ม แจ้งสต็อกทุกๆ 7 วัน เพื่อให้มีใช้อย่างเพียงพอ

    แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า จากปริมาณการนำเข้าก๊าซหุงต้ม 40,000 ตัน จะทำให้ปตท.ต้องแบกรับภาระการนำเข้าในล็อตนี้อีกประมาณ 830 ล้านบาท เนื่องจากราคาก๊าซหุงต้มได้ขยับขึ้นไปประมาณ 900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เมื่อบวกค่าขนส่งอีก 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในขณะที่ราคาจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 320 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้มีส่วนต่างที่ต้องรับภาระ 630 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งหากรวมภาระจากการนำเข้าครั้งก่อน ทำให้ปตท.ต้องแบกรับภาระแล้วประมาณ 1,150 ล้านบาท

    ส่วนแผนการนำเข้าก๊าซหุงต้ม ในช่วงเดือนสิงหาคม จะไม่มีการนำเข้า แต่จะไปนำเข้าในเดือนกันยายน-ตุลาคม เดือนละ 20,000 ตัน และเว้นช่วงเดือนพฤศจิกายน แล้วไปนำเข้าในช่วงเดือนธันวาคม 2551 ถึงเดือนมกราคม 2552 อีก 20,000 ตัน เดือนกุมภาพั นธ์ และมีนาคมเดือนละ 25,000 ตัน และเดือนเมษายน 40,000 ตัน ...




    [ 15 มิ.ย. 2551 , 12:12:10 น

    crisis

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    รถยนต์ใช้เดือนละประมาณ(คร่าวๆ) 60 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน เท่ากับ 0.06 ล้านตันต่อเดือน แต่ผลิตได้ 340,000 ล้านตันต่อเดือน แล้วบอกว่าใช้ไม่พอเพราะรถยนต์มาใช้กันเยอะ .....แมร่งอะไรกันว่ะ

    จะบอกให้ว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาจนถึง ณ วันเวลาปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังไม่เคยนำเข้า LPG เลย ลองไปหาข้อมูลอ่านได้จากกระทรวงพลังงานครับ

    ภาคขนส่ง ย้ำว่าภาคขนส่งไม่ใช่แค่รถยนต์ส่วนตัว ใช้เพียง 16% เท่านั้น ที่เหลือคือใช้ในบ้าน 50% อีกกว่า 30% เป็นภาคอุตสาหกรรม

    แล้วทำไมมันถึงพุ่งเป้ามาที่รถยนต์ว่ะ...

    15 มิ.ย. 2551 , 12:13:44 น

    crisis

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    วันที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6340 ข่าวสดรายวัน


    รถเติมแอลพีจีจุก-ก.ค.เตรียมจ่ายแพง เล็งทยอยขึ้น8บาท/ก.ก.-ดัดหลังแห่ใช้จนต้องนำเข้า



    นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังศึกษาถึงแนวทางการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ให้มี 2 ราคา คือ ราคาครัวเรือน และราคาในภาคขนส่งและอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความแตกต่างกัน ป้องกันไม่ให้รถยนต์มาใช้แอลพีจี โดยจะเริ่มใช้โครงสร้างใหม่นี้ในเดือนก.ค. ซึ่งจะทำให้ราคาแอลพีจีในภาคขนส่งสูงกว่าราคาในภาคครัวเรือน ส่วนจะสูงขึ้นเท่าใดนั้นคงต้องดูส่วนต่างของราคาแอลพีจีในไทยที่ถูกกำหนดไว้ 320 เหรียญสหรัฐ/ตัน กับราคาแอลพีจีในตลาดโลก

    "หากประเมินราคาเบื้องต้นในเดือนเม.ย. ราคานำเข้าแอลพีจีอยู่ที่ 700 กว่าเหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาในประเทศถูกกำหนดเป็นอัตราคงที่ 320 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้มีส่วนต่างอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐ เทียบเป็นราคาขายปลีกทำให้ต้องปรับราคาภาคขนส่งเฉลี่ย 7-8 บาท/ก.ก." นายเมตตากล่าว

    นายเมตตา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการใช้แอลพีจีในประเทศมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จากเดิมเดือนละ 3 แสนตัน เพิ่มเป็น 3.4 แสนตัน ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอและไม่เกิดปัญหาขาดแคลน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีจากเดิมที่เป็นผู้ส่งออก โดยกระทรวงพลังงานมอบหมายให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำเข้าล็อตแรกในเดือนเม.ย. จำนวน 2 หมื่นตัน พร้อมรับภาระส่วนต่างราคานำเข้าที่สูงกว่าราคาที่จะมาจำหน่ายจริงในประเทศ ซึ่งภาระดังกล่าวปตท.จะได้คืนจากการขึ้นราคาแอลพีจีในภาคขนส่ง

    นายเมตตา กล่าวว่า ที่ต้องปรับขึ้นราคาภาคขนส่งมากกว่าภาคครัวเรือน เพื่อลดการใช้แอลพีจีในรถยนต์ให้น้อยลงและหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) แทน เพราะต้องการใช้นโยบายการชดเชยราคาแอลพีจีกับภาคครัวเรือนมากกว่า ดังนั้น การปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งเพื่อทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างราคาแอลพีจีกับเอ็นจีวี หากคำนวณเบื้องต้นต้องปรับขึ้น 7-8 บาท/ก.ก. จากปัจจุบันแอลพีจีขนส่งขายปลีกอยู่ 11 บาท/ก.ก. รวมแล้วจะเพิ่มเป็น 18-19 บาท/ก.ก. เทียบกับเอ็นจีวีอยู่ที่ 8.50 บาท/ก.ก. น่าจะทำให้รถยนต์ใช้แอลพีจีน้อยลง แต่การปรับราคาคงไม่ได้ปรับครั้งเดียว เพราะจะต้องนำมาเฉลี่ยกับราคานำเข้าแอลพีจีในแต่ละเดือน ซึ่งมีขึ้นลงตามตลาดโลก คงเป็นการทยอยการปรับราคามากกว่า

    "สำหรับการดูแลราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนนั้น พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน ให้ความสำคัญมาก เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไป ซึ่งจะมีการประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งในเดือนก.ค.นี้ ว่าควรมีการบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างไร โดยความพร้อมในการส่งเสริมใช้เอ็นจีวีในภาคขนส่ง ซึ่งจะนำมาทดแทนการใช้แอลพีจีนั้น ทางปตท.ยังคงยืนยันจะแก้ปัญหาเรื่องจำนวนปั๊ม และระบบการจัดส่งก๊าซให้แล้วเสร็จในเดือนก.ค.นี้แน่นอน เนื่องจากปัญหาดังกล่าว เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ใช้แอลพีจีไม่มั่นใจที่จะหันมาใช้เอ็นจีวี" นายเมตตากล่าว


    15 มิ.ย. 2551 , 12:17:47 น

    ประท้วง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    พูดได้คำว่า เฮงซวยจริงๆ
    15 มิ.ย. 2551 , 19:12:20 น

    โอ๋ Vento

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ...ขึ้น  7-8 บาท ต่อกิโลกรัม หรือต่อลิตรเหรอครับ (สับสนนะครับ) ถ้าต่อกิโลกรัม  ก็น่าที่จะเท่ากับ  15.33 บาท ต่อ ลิตร ใช่หรือไม่ครับ ( 1 กก. = 1.85 ลิตร) ...
    16 มิ.ย. 2551 , 09:26:21 น

    หนุหริ่ง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถ้ามันขึ้นเราก็ประท้วงเตรียมตัวไว้ดีกว่า
    16 มิ.ย. 2551 , 10:16:33 น

    หนุหริ่ง

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถ้ามันขึ้นเราก็ประท้วงเตรียมตัวไว้ดีกว่า
    16 มิ.ย. 2551 , 10:16:46 น

    ashura

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อีกแล้ว ! ความพยายามปั่นราคาLPGของปตท.
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เห็นว่าเลื่อนลอยตัว จากเดือน ก.ค.51 ออกไปอีกไม่ใช่หรือ
    16 มิ.ย. 2551 , 10:42:24 น