รถที่มีปัญหาน้อย มักเป็นรถอายุไม่มาก
นอกนั้นก็คาดเดาจากพื้นฐานของระบบ สลับซับซ้อน ละเอียดอ่อน ยิ่งมากก็น่าจะยิ่งเป็นภาระมากในการบำรุงรักษา
แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะรถรุ่นหลัง ถึงแม้จะมีระบบซับซ้อนกว่า แต่มันได้เรียนรู้จุดบกพร่องของรุ่นก่อนๆ ปรับปรุงลดจุดอ่อนไปได้
ช่างบอกว่า พวก v6 vr6 มันไม่ค่อยจุกจิกเมื่อเทียบกับ 2.5 แต่เวลาเสีย 2.5 ก็ยังซ่อมง่ายกว่า ถูกกว่า
นี่ไม่ได้หมายความว่า 2.5 จะถูกตีตราว่า"จุกจิก" เพียงแต่เทียบกันแล้ว vr6 อึดกว่าหน่อย
ที่ไม่จุกจิกจริงๆคือดีเซล 2.4 แต่เรี่ยวแรงมันไม่มาก เพราะเป็นดีเซลแบบดิบๆ ไม่มีเทอร์โบหรือระบบอิเล็กโทรนิกส์เลย
ช่วงล่างมันเหมือนกันทุกรุ่น ความแข็งของสปริงต่างกันบ้างตามน้ำหนักรถ แต่ความทนทานใกล้เคียงกัน โดยรถที่มีน้ำหนักมากกว่าจะทนทานน้อยกว่า เพราะชิ้นส่วนช่วงล่างต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่า เป็นธรรมดา
แอร์ รุ่นแรกๆมักเป็นระบบยำเองในประเทศ ถ้ายำต่อมาเรื่อยๆ ก็อาจจะรักษาความเฮงซวยไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย แต่ถ้ามีการทำระบบใหม่จากมือที่รู้ความ มันก็เป็นของดีได้
ส่วนในรุ่นหลังๆ (ประมาณปี 99 เป็นต้นมา) มีการยำน้อยลง และมีรถที่นำเข้ามาพร้อมระบบแอร์โรงงานที่ไม่มีการยำเพิ่มเติมเลย ก็อาจเป็นทางเลือกสำหรับคนชอบของเดิมๆจากโรงงาน แต่ก็ต้องมีเรื่องบำรุงรักษาประจำเหมือนกัน เช่นท่อและโอริงต่างๆ ที่เสื่อมไปตามอายุ
เรื่องอู่ดีๆ ผมว่าก็มีมากมาย ที่คนแถวนี้ใช้กัน (ไม่เรียงลำดับอะไร) มี อู่ช่างแมวลาดปลาเค้า อู่กรุงเทพกรีฑา อู่เท่รามอินทรา อู่โฟล์คพระราม3
อู่ไหนจะดีถูกใจจริง ต้องลองไปสัมผัสเอง
24 เม.ย. 2551 , 10:19:53 น