ตามทั่วไปเค้าจะออกแบบให้ท้ายสูงขึ้นนิดๆ อยู่แล้วครับ เมื่อไม่มีคนนั่งหรือนั่งหน้า เมื่อมีคนนั่งเบาะหลังด้วย ท้ายจะลดลงมาหน่อยๆ ในระดับกึ่งกลาง แต่พอวางสัมพาระท้ายรถแบบท่องเที่ยว ท้ายจะต่ำลงมาเท่าด้านหน้าต่ำลงอย่างที่ว่า นี่ว่ากันที่รถแตนดาทนะ รถเปลี่ยนปริง/ช๊อกอีกเรื่อง ในช๊อกแตนดาทออกแบบให้ยุบตัวง่ายสัมผัสนุ่มนวล เมื่อเจอภาระกรรมแบบปกติก็มีให้ตัวได้บ้าง (ลองถอดยางอะไหล่ออกสิ จะสูงขึ้นอีก)
สำหรับช๊อกที่ใช้งานมาจนเกื่อบหมดอายุแล้ว ระดับความสูงของแกนจะต่ำลงบ้างจริง ตามความรู้สึกที่ได้ล้วงมือเข้าไปล้างล้อประจำ พอเปลี่ยนช๊อก(ปริงเดิม)ใหม่มาแทนที่ช๊อกที่น้ำมันเสื่อม มันสูงขึ้นเป็นเซ็น
ช๊อกมันมีหน้าที่แค่ใช้ความหนืดของตัวเอง หยุดการดิ้นของสปริง การที่หน้ารถหรือทั้งตัวรถจะสูงต่ำนั้น มันอยู่ที่วงสปริงเอง สปริงในท้องตลาดหลักๆ เลยจะมีสามแบบคือ สปริงโรงงาน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการล้ายุบตัวต่ำลงเว้นที่จอดประจำที่บ้านเอียงข้าง ทำให้มันล้ากว่าข้างใดข้างหนึ่ง สี่ห้าปีก็ต้องเสื่อมต่างกับข้างอื่นแน่นอน แบบที่สองคือสปริงแต่งจากสำนักดังๆ เช่นไอบัก H&R เอบีที หรือซาช พวกนี้จะมีความสูงต่ำกว่าโรงงานสักนิ้ว นิ้วครึ่ง มากันเป็นชุด ใส่แล้วล้อจะพอดีซุ้ม ที่เคยเอามือล้วงเข้าไปล้างโคลนในซุ้มล้อได้ก็ลำบากขึ้น สปริงแต่งมันจะกำหนดค่าของแข็งของตัวเองเป็นสองจังหวะคือ มีนิ่มสักสอง-สามนิ้วที่เหลือถ้ายุบกว่านี้จะแข็งละ เทียบกับแตนดาทแล้วมักจะเป็นแบบจังหวะเดียว อารมณ์เดียว ของแต่งมันวิ่งช้าๆ จะนุ่มนวลกว่า นิดๆ หน่อยๆ ก็เด้ง เอาใจไม่ให้รู้สึกว่าของสปอร์ทแต่งต้องแข็งโป๊กแบบนั่งเกวียนไง แต่พอระยะยุบของปริงต่ำลงถึงกำหนดแข็งของวงจังหวะที่สอง มันจะล๊อคไม่ให้ลงต่ำกว่านี้ได้ไม่งั้นล้อคงชนซุ้มแล้ว ฉะนั้น ความเป็นไปได้อีกอย่างถ้าสูงต่ำไม่เท่ากันหน้าหลัง ลองไปก้มดูวงสปริงที่ช๊อกเสียบอยู่ มันเป็นของแต่งหรือของโรงงานใช้ร่วมกันหรือเปล่า ของโรงงานจะมีสีดำไม่ค่อยจะมีอักษรอะไรสกรีนไว้ และความเก่าแก่สภาพเท่าๆ กับช่วงล่างชิ้นอื่น พวกดุมล้อ เหล็กกันโคลง แบบสะสมฝุ่นโคลนเท่าๆ กัน ส่วนปริงแต่งมักจะโชว์สีสรรให้สะดุดตัง บางยี่ห้อทำสีดำก็จริงแต่ก็สกรีนอักษรยี่ห้อ พาทนัมเบอร์ไว้ชัดเจน
9 ก.ค. 2005 , 14:58:48 น