• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: อากาศพลศาสตร์  (อ่าน 502 ครั้ง)

    คนรู้น้อย(ป4).

    • บุคคลทั่วไป
    อากาศพลศาสตร์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    มีคนพูดว่ารูปทรงรถเต่าถูกหลักอากาศพลศาสตร์ ที่พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรครับ  ผมเองเข้าใจว่าไม่ต้านลมและอากาศถ่ายเทได้ดี
    [ 31 มี.ค. 2547 , 21:57:08 น

    619

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อากาศพลศาสตร์
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เวลาคว่ำมันจะหมุนๆกลิ้งๆไปไง

    แบบไม่กระแทกแรงๆ แต่ไหลไปไกล

    ลดแรงกระแทก ไม่จุก.

    1 เม.ย. 2547 , 15:19:54 น

    หลังสวน

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อากาศพลศาสตร์
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เวลารถวิงเร็วอากาศจะกดตัวรถให้ทรงตัวได้ดี ทำให้รถเกาะถนนโอกาสที่รถจะควำค่อนข้างยาก  อีกทั้งรถเต่ารุปทรงมีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมอยู่แล้วยิ่งทำให้ทรงตัวดียิ่งขึ้น
    1 เม.ย. 2547 , 19:55:25 น

    เด็กดอย

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อากาศพลศาสตร์
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    คือรถไม่ต้านลมทำให้ประหยัดนำมันและวิ่งเร็วขึน
    1 เม.ย. 2547 , 19:59:25 น

    aey

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อากาศพลศาสตร์
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จริงๆ แล้วรูปร่างรถเต่าถือว่าเป็นแบบที่ดีสำหรับเครื่องบินครับ ไม่เหมาะกับรถยนต์ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ???  ลองนึกดูภาพทางข้างของรถนะครับเทียบกับรูปตัดของปีกเครื่องบิน จะมีลักษณะเหมือนกัน คือ ด้านล่างเรียบ ด้านบนนูน  !!  นึกภาพออกไหมครับ ?   แล้วไอ้ลักษณะแบบนี้นะมันมีคุณสมบัติที่ เวลาวิ่งเร็วๆ แรงดันอากาศด้านล่าง(ท้องรถ / ใต้ปีกเครื่องบิน) มันจะมีมากกว่าด้านบน  ทำให้เกิกแรงยกตัว ดันให้รถ / ปีกเครื่องบิน ลอยขึ้นไงครับ ยังงงไหมเนี่ย?? 55  ดังนั้นรถเต่าก็เหมือนกันเวลาขับเร็วไ เกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไปกรณีที่ไม่ได้ทำช่วงล่างหรือโหลดนะครับ ความสามารถในการเกาะถนนจะลดลงเนื่องจากแรงยกตัว (UP LIFT FORCE) จากอากาศพลศาสตร์ที่มีต่อรูปร่างที่มีหน้าตัดแบบปีกเครื่องบิน  วิธีแก้ไขคือพยายามลดกระแสลมไม่ให้เข้าใต้ท้องรถมากขึ้น นั่นก็คือการโหลดด้านหน้าลงเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นลิ่มแทน  หรือ โหลดทั้งหน้า/หลัง  หรือใส่สปอย์เลอร์กั้นลมใต้กันชน (ลิ้นหมา) ไม่ให้ลมเข้าใต้ท้องรถ เป็นต้น หรือเพิ่ม DOWN FORCCE ด้วยการติดสปอย์เลอร์หลัง แบบรถ PORCHE ไงครับ แรงนี้คือแรงที่รถยนต์ต้องการครับ มันจะทำให้เกิดแรงกดรถให้ติดกับถนนครับ จากข้อมูลที่เคยศึกษาจากหนังสือ ตปท. บอกไว่ว่า  รถเต่าถ้าวิ่งทางตรงเกิน 75 ไมล์/ชม. ต้องระวังเรื่องรงยกตัว  และเวลาวิ่งไปในเส้นทางที่มีลมพัดขวางถนน ควรระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะรูปร่างด้านข้างของรถเต่าต้านอากาศมาก    เชื่อหรือไม่ ?  ว่า... ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของรถเต่ามีมากกว่ารถตู้ !!!!   อันนี้เรื่องจริง อ่านพบมานานแล้ว รถตู้มี สปส. 0.38-39  รถเต่ามี สปส. 0.43 จำไม่แม่นเท่าไหร่แต่ประมาณเนี่ยละครับ  ยิ่งเลขมากคือต้านอากาศมากครับ

    ที่เล่ามายาวเพราะอยากให้คนที่ขับรถเต่าระวังเวลาขับเร็วๆ นะครับ ผมให้ลองดูเวลาขับเต่าเร็ว (กรณี เป็นรถสแตน) ลองจับความรู้สึกว่าพวงมาลัยจะเบาขึ้น นั่นเพราะแรงดังกล่าว ก็ระวังนะครับ ที่เมืองนอกมีสถิติที่รถโดนลมพัดตกถนน โดยเฉพาะรถเต่า มีมาก ครับ    ........    ครับ ก็อยากให้ขับกันอย่างมีความสุข ข้อมูลที่ให้ก็ถือว่าเป้นความรู้เล่าสู่กันฟังครับ  ผมเองก็ขับเต่าทุกวันและปรับปรุงช่วงล่างเพื่ออากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น ก็ขับแล้วดีขึ้นครับ โชคดีครับ  

    4 เม.ย. 2547 , 16:40:45 น

    aniwat

    • บุคคลทั่วไป
    RE: อากาศพลศาสตร์
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ผมเพิ่งทราบข้อมูลนี้ตอนนี้เอง ผมขับไปต่างจังหวัดเหยียบระหว่าง120-140 กม.ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร หรือเป็นเพราะมีเพื่อนนั่งไปด้วยข้างหน้า แต่ถ้านั่งคนเดียว 140 กม. ก็จะเป็นอย่างที่ว่าคือพวงมาลัยเริ่มเบาๆ ผมเคยใช้มาสด้า 323 XG ถ้าขับเกิน 140 ก็จะเป็นเหมือนกัน ผมก็เลยทึกทักเอาว่า เพราะรถไม่มีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ก็เลยเป็นแบบนี้ ผมใช้เต่าแสตนดาร์ด ไม่ได้ดัดแปลงอะไร นอกจากเปลี่ยนเครื่องเป็น 1600 และใส่ล้อแม็กเท่านั้นครับ
    5 เม.ย. 2547 , 20:53:42 น