• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ผู้เขียน หัวข้อ: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน  (อ่าน 1095 ครั้ง)

    Day Hasa -

    • บุคคลทั่วไป
    T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอเรียนถามผู้ กูรู หรือท่านที่เคยประสบ ในกรณี ที่รถเราเกิดเสียกลางทาง เราสามาถที่จะทำการลากจูงได้หรือเปล่าครับ ควรปฏิบัติเช่นไร. เพื่อที่เป็นการป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างที่คิดไม่ถึงครับ และ เพื่อช่วยเหลือตัวเองออกมาจาก ถิ่นทุระกันดาร ไม่อยากแย่งข้างลิงกินะครับ
    เช่นใช้ท่อ Pipe ต่อลากออกมาได้หรือเปล่า หรือต้องยกล้อ ล้อหลัง หรือทั้งคัน

    [ 12 ม.ค. 2012 , 13:18:08 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จะได้เตรียมตัวถูก เพราะคนที่มาลากบางทีก็ไม่มีความรู้ ลากอย่างเดียว
    12 ม.ค. 2012 , 13:20:07 น

    ช่างเหอะ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ใช้รถเกียร์ออโตมักจะมีความเชื่อผิดๆ 2 อย่าง
    1.ลากไม่ได้... ลากได้ จะใช้แป๊บ เชือก หรือลำไม้ไผ่ ก็ลากได้ พวงมาลัยกับเบรคจะหนักมากหน่อย แต่ไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 50-60 กม./ชม. มันอันตรายเดี๋ยวเบรคไม่อยู่ ระยะทางไม่ควรเกิน 80 กม. ถ้ากรณีที่ติดเครื่องได้ซักแป๊บนึง ก็ลากต่อได้อีก 80 กม.
    ช่างคนนึงบอกว่าเคยลาก Golf เกียร์ออโต ยาว...300 กว่า กม. ไม่เห็นเกียร์จะเป็นอะไร
    2.จอดรถต้องเข้าเกีบร์ P...แม้แต่พวกกูรู้ ที่ตอบปัญหารถตาวิทยุก็ว่าอย่างนั้น ก็คงคิดต่อมาจากข้อ 1.นั่นแหละ
    แล้วจะมีเกียร์ N มีไว้ทำอะไร... ไปจอดรถตามห้าง ต้องจอดซ้อนคัน เข้าเกียร์ P แล้วจะเข็นยังไง? โดนกระแทกแรงๆเกียร์จะพังเอาด้วย เข้าเกียร์ N ไว้นั่นแหละ จะเข็นได้ แต่ก็อย่าเข็นเร็วเกิน 50 กม./ชม. ก็แล้วกัน เดี๋ยวดังแล้วลืมตัว...

    12 ม.ค. 2012 , 13:35:19 น

    nuimk3

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ถ้าต้องลากแบบ 4 ล้อติดพื้น กลัวเบรคแข็งตอนลากให้ถอดสายยางแวคคุมที่เข้าหม้อลมเบรคออก เบรคก็จะไม่แข็งแล้ว แต่เบรคยังหนักอยู่แต่เบาเท้ากว่าตอนใส่ท่อ เวลาลากให้ใช้ความเร็วต่ำไม่เกิน 40 กม/ชม จะไปได้ไกลอยู่ ถ้าต้องลากข้ามจังหวัดเป็นร้อย กม. ลากออกมาแถวชุมชนแล้วหารถมายกหน้าหรือยกทั้งคัน รับช่วงต่อ ไปซ่อมดีกว่าครับ
    ใช้ T4 คงไม่ขับเข้าไปทางทุรกันดารจนรถลากเข้าไปไม่ถึง โดยไม่มีเครื่องมือช่างติดไปบ้าง จำเป็นจริง ๆ คงต้องถอดเพลาขับออกก่อนลากก็จะช่วยลดความเสียหายต่อเกียร์ได้อีกเยอะ

    เพื่อนคนหนึ่งใช้รถยุโรปแต่ไม่ใช่ vw ท่อน้ำแตกค่าซ่อมตามบิลหลักร้อย ลากมาให้อู่ช่างประจำซ่อมให้เป็นร้อย กม. ช่างเจอเกียร์เสียเข้าไปอีกเจอค่าซ่อมไปอีก 2 หมื่น

    12 ม.ค. 2012 , 15:58:22 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
       ขอบคุณครับพี่ช่างเหอะ  ถ้ายกล้อหน้าตามที่รถยกทั่วไป ก็สบายเลยใช่มั๊ยครับ อีกคำถามครับแล้ว แล้วุกุญแจต้องเสียบ หรือเปิดค้างไว้ด้วยใช่มั๊ยครับ ไม่รู้ พวงมาลัยถ้าไม่เสียบหรือเปิดสวิชท์ มันจะล็อคเวลาเลี้ยว

    สรุปลากได้ แล้วเข้าเกียร์ N

       ขอบคุณสำหรับคำตอบครับผมเชื่อว่าคำตอบคงเป็นประโยชน์ แก่ คนที่เข้ามาอ่าน เพราะผมเชื่อว่าจะหญิงหรือชาย เมื่อถึงตอนนั้น สติ กระเจิงแน่ครับ เอางัยดีหว่า?? ถ้ามี เบอร์ รถยกที่รับบริการวิ่งทั่วไทยยิ่งดี ครับ จะได้ติดรถไว้...
    กรุงเทพ , เชียงใหม่ ,  อดรธานี , อุบลราชธานี  จันทบรี  สายใต้...หรือจังหวัดใกล้เคียง

    12 ม.ค. 2012 , 16:07:27 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    เป็นพรคุณอย่างสูงครับ พี่ชาร์ลี
    12 ม.ค. 2012 , 16:39:20 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    รถผม t4 2.5 gl  เสียที่ด่านทับช้าง จนท.ทางหลวง ลากมาส่งที่รังสิต ใช้แป๊บต่อลากมา บางครั้งวิ่งเกินกว่า 80/km ไม่เห็นเป็นไรเพิ่ม ซ่อมตามที่เสียปกติ
    12 ม.ค. 2012 , 20:52:12 น

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    ขอบคุณครับพี่ไชยา ที่แชร์ประสบการณ์ครับ
    12 ม.ค. 2012 , 22:18:36 น

    วีระ

    • บุคคลทั่วไป
    RE: T4 ขั้นตอนการลาก กรณีฉุกเฉิน
    « ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
    จากคู่มือ T4 ครับ / เป็นข้อมูลอีกทางนึง
    ลากแบบธรรมดา-ไม่ยกล้อ เข้าเกียร์ N ความเร็วไม่เกิน 50 kph ระยะทางไม่เกิน 50 km

    จากประสบการณ์ / ถ้าจะยก 2 ล้อ ให้ยกล้อที่ขับเคลื่อน ทุกท่านคงทราบแล้ว / ได้ไกลแค่ไหนและเร็วเท่าไร ก็ตามท่านๆข้างบนครับ
    ใช้แป๊บ / จะช่วยเวลาคันหน้าเบรค ทำให้คันหลังเบรคตามได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเกร็งตลอดทาง

    คุณไชยา ที่ลากได้ 80 kph / ผมเดาว่าเป็นเกียร์ manual ครับ

    14 ม.ค. 2012 , 19:10:43 น