VW-Thai Club House

General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: vw3 ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am

หัวข้อ: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: vw3 ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
เรื่องราวประหลาด ๆ เกิดขึ้นที่นี่เสมอ ๆ
>> > และทุกคนที่จุดเทียนหน้ากระจก พร้อมกับผิวปาก
>> > มักจะได้เจอกับเรื่องราวที่ผมอยากจะบอกว่า . . .
>> >
>> > ผมชื่อชัยยศ อัครศักดิ์ แต่จะเรียกผมสั้นๆว่า
>> > "ยศ" ก็ไม่ผิดอะไร
>> > ผมมีเรื่องราวแปลกประหลาดที่สุดในชีวิต
>> > มาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน
>> > มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิญญาณ
>> > และสิ่งที่ผมไม่สามารถพิสูจน์ได้
>> > ด้วยหลักการทางวิทยาศสาสตร์ และผมอยากจะเตือนผู้อ่าน
>> > ที่จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ ให้อ่านอย่าง ระมัดระวัง
>> > และใช้วิจารณญาณในการอ่าน และจะให้ดี
>> > ควรมีผู้ปกครองคอยดูแลเป็นระยะ
>> >
>> > เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
>> > ราวๆ เดือน เมษายน ผม แฟนสาว (อ้อย)
>> > กับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย "บอย"
>> > พนักงานบัญชีที่บริษัท "น้องบัว"
>> > เพื่อนสมัยเรียนมัธยมของอ้อย "น้าศา" น้าสาวของอ้อย และ
>> > "ไอ้ทอม" น้องชายของผมเอง
>> >
>> > พวกเราได้นัดหมายกันไปเที่ยว
>> > ชายทะเลแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
>> > เราตัดสินใจเดินทางไปเกาะที่ห่างไกลผู้คน มันไกลมาก
>> > ไกลจนเกือบจะมีพวกเราเท่านั้นที่ถูกเรียกว่า "คน"
>> > เพราะนอกจากพวกเราแล้ว ก็มีเพียง "ป้าเจิด" หญิงชรา
>> > ท่าทางน่ากลัว ผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรม
>> > ที่มีเพียงแห่งเดียวบนเกาะนี้
>> > ซึ่งกว่าที่เราจะมาถึงที่นี่ได้ มันก็มืดค่ำมากแล้ว
>> > แต่มันก็คุ้มกับ บรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ
>> > (ผมนึกในใจ)
>> >
>> > อีกคนเป็นบริกรหนุ่มฉกรรจ์ นามว่า "ปาเด"
>> > หนุ่มฉกรรจ์ผู้ที่มีรอยสักอย่างโดดเด่นอยู่ที่แขนข้างขวา
>> > นี่ถ้าผมมาเที่ยวญี่ปุ่น ผมคงเข้าใจว่า ปาเด ต้องเป็น
>> > ยาคูซา อย่างแน่นอน แต่ผมไม่แน่ใจนักว่า
>> > รอยสักที่ปรากฏบนแขนของปาเดนั้นเป็นรูปอะไร
>> > เพราะที่นี่มืดมาก ไม่มีไฟฟ้า
>> > ต้องใช้คบเพลิงและอาศัยแสงจากเปลวเทียนเท่านั้น
>> > แต่มันคงไม่ใช่รูป "ชินจังช้างน้อย" หรอก
>> > เพราะมันช่างไม่เข้ากับหน้าตา อันโหดอุ๋ย หยาบคายม
>> > และแลดูดุดันของเขาเลย เห็น ปาเด
>> > บอกกับใครสักคนในกลุ่มพวกเราว่า
>> > มันเป็นรอยสักที่เป็นเครื่องรางติดตัวของเขา
>> >
>> > คืนแรกที่พักผ่อนอยู่ที่นี่
>> > ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ที่นี่สงบเงียบ เป็นธรรมชาติ
>> > แต่บางครั้งผมก็รู้สึก
>> > ว่า มันเงียบมาก เงียบจนผิดสังเกต
>> > มันเหมือนมีใครสักคนคอยจับตาดูเราอยู่
>> > (ผมอาจจะคิดไปเอง แต่ผมก็มาทราบภายหลังว่า เพื่อนๆ
>> > ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
>> > กับผม แต่ไม่มีใครกล้าปริปาก)
>> > รุ่งเช้าพวกเราออกเล่นน้ำทะเล และเดินเล่นรอบๆ
>> > เกาะ แต่ดูเหมือนดินฟ้าอากาศ จะไม่เป็นใจนัก
>> > ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ
>> > ที่มันเพิ่งจะเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ เท่านั้น
>> > พายุโหมกระหน่ำพัดเข้าหาชายฝั่งอย่างบ้าคลั่ง
>> >
>> >
>> > เรากำลังจะกลับแต่เราก็ต้องพบกับเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ
>> > ่ง
>> > พวกเราได้พบกับ หญิงวัยกลางคน เดินอยู่ที่ชายหาด
>> > ท่ามกลางพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างรุนแรง
>> > ทำไมมีผู้หญิงมาเดินอยู่ที่นี่
>> > เธอแต่งตัวดูไม่เหมือนกับคนที่นี่ หน้าตาเธอดูใจดี
>> > และมีชาติตระกูลแต่เธอดูเศร้ามาก
>> > แล้วทำไมเธอต้องมาเดินอยู่ท่ามกลางพายุผนเช่นนี้ ? ? ?
>> > ท้องฟ้ามืดลงทุกที
>> > มืดจนเราไม่สามารถที่จะมองเห็นเธอได้อีกต่อไป
>> >
>> > ก็ไหนป้าเจิด กับ ปาเด บอกว่าบนเกาะนี้
>> > นอกจากพวกเขา และพวกเราแล้ว
>> > ก็ไม่มีใครอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ไง
>> > แล้วผู้หญิงที่เราเห็นเมื่อสักครู่ เธอเป็นใคร ? ? ?
>> > พวกเราเริ่มสงสัย
>> > กะกันเอาไว้ว่าเดี๋ยวพอกลับถึงโรงแรมจะต้องถามป้าเจิด
>> > กับปาเด ให้ได้ความ
>> >
>> > เรากลับมาถึงโรงแรมอย่างทุลักทุเลเต็มทน
>> > พวกเราแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำอาบท่า
>> > นัดกันว่า อีก 1
>> > ชั่วโมงเราจะออกมาเจอกันอีกครั้งที่ห้องโถง
>> > พอได้เวลาผมกับแฟน ก็ออกมาที่ห้องโถงตามนัดหมาย
>> >
>> > "มีใครเห็นป้าเจิด กับ ปาเด บ้างรึเปล่า"
>> > ผมรีบถาม เพราะอยากจะถามถึงผู้หญิง
>> > ที่เจอที่ชายหาด
>> >
>> > "ไม่เห็นมีใครเลย ผมเดินดูหลายรอบแล้ว"
>> > บอย บอกกับพวกเราอย่างนั้น
>> >
>> > "ใช่ครับ ผมก็ไม่เห็น ปาเด
>> > อยู่ข้างนอกเหมือนเคย"
>> > ทอมพูดเสริมขึ้นมา
>> >
>> > สิ้นเสียงพูดคุยของพวกเรา ไฟก็ดับลง
>> > พวกเราตะโกนด้วยความหวาดกลัว ประตูไม้บานใหญ่ ค่อยๆ
>> > เปิดขึ้น
>> > แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ด ด ด ด ด ด ด เสียงประตู
>> > ที่เราไม่ค่อยจะคุ้นหูนักในเมืองหลวง ดังขึ้น
>> >
>> > ร่างของหญิงผมยาว โผล่ขึ้นต่อหน้าพวกเรา
>> > เธอค่อยๆ เดินก้าวเข้ามา ทีละน้อย
>> > พายุยังโหมกระหน่ำอยู่อย่างต่อเนื่อง แสงจากสายฟ้า
>> > สว่างและมืด เป็นจังหวะ เงาของหญิงที่กำลังเดินเข้ามา
>> > ช่างดูน่ากลัวเสียนี่กระไร
>> > เธอเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าพวกเรา
>> > เปลวเทียนสว่างขึ้นอีกครั้ง
>> > และเราก็ได้เห็นเธออย่างเต็มตา
>> >
>> > ป้าเจิด ! ! ! พวกเราเรียกพร้อมกัน
>> > เรารู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก เมื่อได้เห็นป้าเจิด
>> > และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมรีบถามป้าเจิด
>> > ถึงผู้หญิงที่ได้พบที่ชายหาดเมื่อบ่าย
>> >
>> > ป้าเจิด หน้าตาตกใจทันทีที่ได้ยินคำถาม
>> > ดูเหมือนเธอจะไม่อยากที่จะให้คำตอบนี้กับพวกเรานัก
>> > "อย่าไปสนใจมันเลยพ่อหนุ่ม เรื่องมันนานมาแล้ว
>> > เชื่อป้าสิ" ดูเธอหวาดกลัวที่จะค้องตอบคำถามนี้เหลือเกิน
>> > "นะครับ ป้าครับ ผมอยากรู้จริงๆ ก็ไหนป้า
>> > บอกว่าที่นี่ ไม่มีคนอื่นไง"
>> >
>> > "ก็ใครบอกล่ะ ว่าผู้หญิงที่เธอเห็นเป็นคน
>> > ว่าแต่พวกเธอยังอยากฟังเรื่องต่อไปอีกไหมล่ะ"
>> >
>> > "เอาสิครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว
>> > ผมอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร"
>> >
>> > จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มันก็ครบรอบ สามสิบปี
>> > พอดิบพอดี นี่ถ้าพวกคุณไม่ถามถึง
>> > ป้าก็คงลืมมันไปแล้วเหมือนกัน มันนานมาก ป้าอยากลืม
>> > และไม่อยากนึกถึงมัน
>> > อีก แต่ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้
>> > ป้าก็จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกเราฟัง . .
>> > . .
>> > ในค่ำคืนใดก็ตาม ณ โรงแรมแห่งนี้
>> > หากใครได้จุดเทียนอยู่ที่หน้ากระจก และผิวปากไปพร้อมๆ กัน
>> > แล้วล่ะก็ . .
>> > . . .
>> > ป้าเจิดเงียบไป
>> > ดูเหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง
>> > แววตาเธอดูช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร
>> >
>> > "จุดเทียน ผิวปาก แล้วมันจะเป็นอะไรครับป้า"
>> > ทอมทนอดใจไม่ไหว จึงเอ่ยปากถาม
>> >
>> > ป้าเจิดหันมายิ้มพร้อมกับคำตอบ
>> > "เทียนก็จะดับสิว่ะ"
>> >
>> > ผมสะกิดป้าเจิดเบาๆ ด้วยปลายเท้า โทษฐานเป็น
>> > หญิงชรา ที่มีมุขเยอะที่สุดในปฐพี ฝ่ายป้าเจิดก็รับมุข
>> > ด้วยการกระเด็นไปติดข้างฝาอีกด้านของห้อง อย่างได้อารมณ์
>> >
>> > "เอาล่ะ ๆ เมื่อกี้ป้าล้อเล่น
>> > และจากนี้ไปเป็นเรื่องที่ป้าจะเล่าเรื่องจริง
>> > ให้พวกเราได้ฟังเสียที" ทุกคนเริ่มตั้งใจฟังอีกครั้ง
>> >
>> > คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด พายุเข้า
>> > และฝนก็โหมกระหน่ำเหมือนในค่ำคืนนี้ไม่มีผิด
>> > ชายหญิงคู่หนึ่งเดินทางมาที่นี่ ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกัน
>> > รู้สึกว่าจะยังไม่ถึงสองเดือนดีนัก
>> > ทั้งคู่มาพักอยู่ที่นี่ 5 คืน
>> > และคืนที่เกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง
>> >
>> > ก็ได้เกิดขึ้นในคืนวันสุดท้ายของทั้งสองที่จะพักอยู่บนเกาะแห่งนี้
>> >
>> >
>> >
>> > พวกเขาไม่ได้มาเที่ยว
>> > แต่มาเพื่อหาสิ่งของบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ได้ว่ามันคืออะไร
>> > (ตราบจนทุกวันนี้) คืนสุดท้าย ฝ่ายชายหนุ่ม
>> > ก็ออกไปข้างนอกเพื่อหาของบางอย่างเหมือนเช่นเคย
>> > เขารู้ดีว่า เขาอาจจะไม่มีโอกาส ได้กลับมาที่นี่อีก
>> > หากเขาไม่สามารถหามันพบเขาเดินหาอยู่นาน
>> > ฝนยังตกหนักเช่นเดิม . . .
>> >
>> > เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน
>> > ชายหนุ่มก็ไม่ได้กลับมาที่โรงแรม
>> > ฝ่ายหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะกลับบ้าน
>> > หากไม่ได้พบกับสามีของเธออีกครั้ง
>> > เธอเฝ้ารอสามีอันเป็นที่รักอยู่ที่นี่ รอนานมาก
>> > รอจนถึงวันที่พายุโหมกระหน่ำมาอีกครั้ง มันเป็นวันครบรอบ
>> > 1 ปีของการจากไปของสามี เธอตัดสินใจออกมาตามหาเขา
>> > เหมือนที่เขาได้ออกตามหาบางสิ่งบางอย่าง
>> >
>> > เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน
>> > หญิงสาวก็ไม่ได้กลับมาที่โรงแรมอีกเลย
>> > และทุกวันที่มีพายุฝนกระหน่ำ ใครสักคนบนเกาะแห่งนี้
>> > ก็จะได้เห็น หญิงสาวหน้าตาดี ออกเดินตามหาอะไรบางอย่าง
>> > ท่ามกลางพายุฝน และมันก็เป็นอย่างนี้ตลอดมา
>> > แต่ก่อนที่เธอจะออกไปตามหาสามี
>> > เธอได้เขียนจดหมายเลือดเอาไว้หนึ่งฉบับ เธอคงรู้ดีว่า
>> > เธออาจจะไม่ได้กลับมาที่โรงแรมนี้อีก
>> >
>> > เธอใช้มีดกรีดที่ข้อมือ
>> > เหลือดสีแดงสดไหลยาวเป็นทาง เธอเอานิ้วมือที่เปื้อนเลือด
>> > ขีดเขียนบางสิ่งบางอย่างลงบนกระดาษ
>> > และป้าก็เก็บมันมาจนถึงทุกวันนี้
>> > ว่าแล้วป้าเจิดก็เดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง
>> > ที่ดูเก่าเหลือเกิน มันมีคราบเลือดอยู่จริงๆ ด้วย
>> > ไม่มีใครกล้าที่จะหยิบอ่าน
>> > ทุกคนในขณะนี้เริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับเรื่องราวที่ได้รับฟัง
>> >
>> > ทันใดนั้น ไฟจากเปลวเทียนก็ดับลงอีกครั้ง
>> > หลายคนหวีดร้องด้วยความสะพรึงกลัว
>> >
>> > ยังไม่ทันที่เสียงหวีดร้องจะเงียบสนิทดี
>> > เปลวเทียนถูกจุดขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับถูกจุดขึ้นมา
>> > พร้อมกับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าในกระจกบานใหญ่นั้น
>> > มีใบหน้าของ หญิงชราผู้หนึ่ง ผู้ที่พวกเรารู้จักกันดี
>> > เธอคือ "ป้าเจิด"เจ้าของโรงแรมแห่งนี้
>> >
>> > "ปะ ปะ ป ป้า า . . ."
>> > ยังไม่ทันที่เราจะเรียกสติกลับคืนมา ในเงากระจก
>> > ภาพของป้าเจิดก็ค่อยๆ หันหลังให้พวกเรา เธอค่อยๆ
>> > เดินจากไป และก่อนที่จะลับตา เธอหันกลับมาหาเราอีกครั้ง
>> > แต่ครั้งนี้ ภาพที่เราได้เห็น ไม่ใช่ป้าเจิด
>> > มันเป็นภาพของผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงคนที่ผมจำได้ว่า
>> > เธอคือคนคนเดียวกับที่เราได้พบเมื่อกลางวัน
>> > เธอยิ้มให้กับพวกเรา ก่อนที่ภาพของเธอ
>> > จะจางหายไปในกระจกเงาบานใหญ่ที่อยู่ต่อหน้า
>> >
>> > ผมแข็งใจหยิบกระดาษที่มีคราบเลือดเปิดอ่าน
>> > หวังว่าเธออาจจะต้องการบอกอะไร
>> > กับเราบางอย่าง เธออาจจะบอกถึง สาเหตุของการตายของเธอ
>> > กับแฟนหนุ่ม หรือ
>> > ไม่ก็อาจจจะต้องการให้เราทำอะไรบางอย่างให้เธอ . . .
>> >
>> > ขณะนี้ กระดาษเปื้อนคราบเลือด อยู่ในมือของผม
>> > เปลวไฟของแสงเทียน สลับกับแสงจากฟากฟ้า
>> >
>> >
>> > สว่งพอที่จะให้เราสามารถที่จะอ่านข้อความในกระดาษเปื้อนรอยเลือดนี้ได
>> > ้ว่า
>> >
>> > . . .
>> >
>> > "กะลู นึกแล้วว่ามะอึงต้องอ่าน



[ 26 ก.พ. 2546 , 22:29:34 น
หัวข้อ: RE: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: อ่านแล้ว ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
ไร้สาระ
27 ก.พ. 2546 , 08:43:29 น
หัวข้อ: RE: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: วินิจ(หัวแตงโมฯ) ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
หักมุมได้ดีเชียวครับ.........ผมว่าเป็นการคลายเครียด....ขอบคุณครับที่รังสรรงานประเภทนี้ให้แก่เพื่อนๆ
27 ก.พ. 2546 , 09:34:08 น
หัวข้อ: RE: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: ลอร่า ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
อ่านจบแล้วต้องส่ายห้วเลย  ไม่ไหว

27 ก.พ. 2546 , 18:57:50 น
หัวข้อ: RE: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: หัวเราะวันละนิด ดีกว่า ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
สนุกดีครับ
28 ก.พ. 2546 , 10:36:44 น
หัวข้อ: RE: ""ขอแนะนำว่าอย่าอ่านขณะอยู่คนเดียว..น่ากลัวมาก" "
เริ่มหัวข้อโดย: ssss ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
พิมพิ์ตั้งนานได้แค่นี้เองเหรอ เสียใจว่ะ6969669696
1 เม.ย. 2546 , 11:26:24 น