VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: 1303s ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
เห็นในหลายกระทู้โต้แย้งกันหนักบ้างเบาบ้าง
ก็ไม่อยากให้หมางใจกัน
อยากให้เป็นเพื่อนกันไวE
พอดีได้รับ mail มา เลยนำมาลงให้อ่านกัน
ขออภัยสำหรับท่านที่ไม่ได้นับถือพุทธนะครับ
๙๙๙๙Eปริศนาธรรมจากพระพุทธรูป ๙๙๙๙E
พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า
ชาวพุทธให้ความเคารพศรัทธามากบางแห่งก็มีชื่อเรียกเฉพาะ
เช่น หลวงพ่อพุทธโสธร วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ
พระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น
ความขลังและความศักดิEิทธิEองพระพุทธรูปแต่ละองคEั้น
มีตำนานเล่าขานกันมามากบ้างน้อยบ้างสุดแท้แต่ความศรัทธาของชาวบ้าน
แต่สิ่งที่เหมือนกันของรูปเปรียบหรือตัวแทนของพระพุทธเจ้านีE
ที่สังเกตเห็นได้มีอยู่ด้วย กัน 3 ประการ คือ
1. พระเศียรแหลม มีคำถามว่า
ทำไมพระพุทธรูปจึงมีพระเศียรแหลมในเมื่อพระพุทธเจ้าของเราก็เป็นมนุษยE
ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คิดเป็นปริศนาธรรม
พระเศียรที่แหลมนั้นหมายถึง สติปัญญาที่เฉียบแหลมในการดำเนินชีวิต
สอนให้ชาวพุทธแก้ปัญหาต่างEด้วยสติปัญญาไม่ใช่ใช้อารมณE
หากใช้ปัญญาคิดพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนแล้วจึงทำความผิดพลาด
เกิดขึ้นน้อย หรือไม่เกิดขึ้นเลย
2. พระกรรณยาน หรือหูยานึ
เป็นปริศนาธรรมให้ชาวพุทธเป็นคนหูหนัก
คือมีจิตใจหนักแน่นมั่นคงนั่นเอง
ไม่เชื่ออะไรง่ายๆแต่คิดพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาอันแยบคาย
แล้วจึงเชื่อในฐานที่เป็น ชาวพุทธก็ต้องเชื่อในกฎแห่งกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น
เชื่อว่าไม่มีอะไรทำให้ใครเป็นอะไรE
ทั้งนั้นแต่ตัวเราเองนั่นแหละทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกขE
คนเราจะดีจะชั่วจะเสื่อมจะเจริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจภายนอก
หรือสิ่งศักดิEิทธิEแต่ขึ้นอยู่กับการทำ
การพูดการคิดของตนเองนี้เป็นการเชื่อตามหลักของพระพุทธศาสนา
3. พระเนตรมองต่ำ
พระพุทธรูปที่สร้างโดยทั่วไปจะมีพระเนตรมองลงที่พระวรกายของพระองคE
อย่างในพระอุโบสถของวัดทั่วไป จะนั่งมองดูพระวรกาย
ไม่ได้มองดูหน้าต่างหรือมองดูประตูพระอุโบสถว่าจะมีใครเข้ามาไหว้บ้าง
นี้เป็นปริศนาธรรม
สอนให้มองตนเองพิจารณาตนเอง
ตักเตือนแก้ไขตนเองไม่ใช่คอยจับผิดผู้อื่น
ซึ่งตามปกติของคนแล้วมักจะมองเห็นความผิดพลาดของบุคคลอื่น
แต่ลืมมองของตนเองทำให้สูญเสียเวลาและโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาตนเอง
ใครเล่าจะตักเตือนตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเองจึงมีพุทธพจนEรัสให้เตือนตนเองว่า
"อตฺตนา โจทยตฺตาน" = จงเตือนตนด้วยตนเององ
จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด
ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนเตือนไม่ได้ใครจะเตือน
ตนแชเชือนรีบเตือนตนให้พ้นภัยย
ที่กล่าวมาทั้ง 3 ประการนั้นเป็นการสอนโดยใช้ปริศนาธรรม
จากพระพุทธรูปเป็นสื่อการสอนใจตนเอง
ดังนั้น
ชาวพุทธเมื่อมีปัญหาอะไรแก้ไขไม่ได้คิดไม่ตกก็เข้าวัดเสียบ้าง
นั่งประนมมือตรงหน้าพระพุทธรูป หรือถ้าที่บ้านมีพระพุทธรูป
ก็นั่งประนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป ที่บ้านนั่นแหละ
ค่อยๆเพ่งพินิจที่พระพักตรEองพระพุทธเจ้า
ก่อนที่จะกราบ จะมองเห็นพระเศียรแหลม สอนใจตนว่า
"อย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณEะ ใจเย็นEปัญหาต่างE
ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่มีอะไรแก้ไขไม่ไดEค่อยEคิด
ค่อยๆแก้ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม
เหมือนพระพุทธเจ้าของเราที่พระองคEช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา"
เห็นพระกรรณยานก็บอกตนเองว่า
"สุขุมเยือกเย็นมีเหตุผลเข้าไวE
อย่าปล่อยใจตามอารมณEรือหุนหันพลันแล่น
เดีEวจะผิดพลาดไดEต้องมีจิตใจหนักแน่นมั่นคง
เชื่อในสิ่งที่มีเหตุผล"
เห็นสายพระเนตรที่มองต่ำก็บอกตนเองว่า
"มองตนเองบ้างนะ
อย่าไปมองคนอื่นมากนักเลยเดีEวจะไม่สบายใจ และอาจมีปัญหาไดE
การมองตนเองบ่อยEจะได้พิจารณาตนเองปรับปรุงตนเอง
และแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น"
จากนั้นก็ค่อยกราบ พระพุทธรูปด้วยสติปัญญาและจิตใจที่ชื่นบาน
นี้เรียกว่า "ยิ่งกราบยิ่งฉลาด" สมกับเป็นผู้รูEผู้ตื่น
ผู้เบิกบานที่แท้จริงE
[ 27 ก.ย. 2545 , 10:07:47 น
-
เห็นด้วยครับผม very Good
27 ก.ย. 2545 , 13:22:15 น
-
นิพพาน
27 ก.ย. 2545 , 20:25:56 น
-
น้อมรับพระธรรม ขอรับ
27 ก.ย. 2545 , 20:55:56 น
-
เยี่ยม..
27 ก.ย. 2545 , 23:30:43 น
-
นี่คือ.....คนดี......ขอขอบพระคุณ..ที่ให้สติ.
28 ก.ย. 2545 , 01:07:39 น
-
ผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องวัตถุธรรมเท่าไหรEแต่พื้นฐานความคิดผมก็มาจากพุทธธรรม,พุทธวัฒนธรรม,พุทธธรรมเนียม สุดท้ายผมก็มาตกผลึกตรง"ธรรมชาติ""เสรีภาพ""ความเป็นเช่นนั้นเอง"....เกริ่นตรงนี้ก่อนครับจะได้คุยกันง่ายขึ้น...ท่านที่มีความรู้เรื่องพุทธประวัติ อยากทราบว่าพระพุทธรูปสร้างครั้งแรกเมื่อไหรEใครเป็นคนสร้าง และด้วยเหตุผลใดครับ...
29 ก.ย. 2545 , 10:20:51 น
-
ขอบพระคุณ
29 ก.ย. 2545 , 19:51:07 น
-
ขอขอบคุณสำหรับสิ่งดีดีที่นำมาฝากเพื่อนๆครับ
30 ก.ย. 2545 , 08:30:41 น
-
สาธุEE/font>
30 ก.ย. 2545 , 10:21:29 น