VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: หนูหริ่ง 1 ที่ ตุลาคม 03, 2012, 01:38:37 pm
-
อยากทราบวิธีเช็ค วาวล์แรงดันกันกลับ ที่ต่ออยู่กับท่อไอดี แล้วต่อท่อไปที่หม้อลมเบรค ผมลองถอดออกมาทดลองเป่าดู ก็พบว่าลมมันออกได้ ทั้ง 2 ด้าน สรุปแล้วมันเสียหรือเปล่าครับ
-
มันเป็นวาล์วทางเดียว ไม่ว่าจะเป่าหรือดูด ข้างหนึ่งได้ผลอย่างไร
อีกข้างจะต้องได้ผลตรงข้ามเสมอ ถ้าต่างจากนี้ เสียครับ...........
-
ขอบคุณ ช่างเณร ครับที่เข้ามาให้ความรู้ อีกแล้วครับ
-
ขอบคุณช่างเณรด้วยคน ของผม b5 มีอาการสตาร์ทติดยากตอนเช้าและเวลาจอดนานๆ คิดว่าน่าจะเป็นที่ปั๊มติ๊ค แต่มีบางท่านแนะนำให้ลองเปลี่ยนวาล์วกักแรงดัน ผมว่าจะถอดออกมาดูก่อนว่าเสียหรือเปล่า แต่ก็ยังไม่ได้ถอดเพราะไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร วิเคราะห์ไม่ได้ว่าถ้ามันเสียอาการจะเป็นอย่างไร พอช่างเณรบอกมาก็โอเค พอเข้าใจ มีช่างอีกคนบอกว่าถ้าวาล์วกักแรงดันเสียตรวจง่ายๆก็คือ ถ้าถอดสายแว็คคัมออกแล้วมีน้ำมันเชื้อเพลิงไหลออกมา ก็แสดงว่า วาล์วกักแรงดันรั่ว ต้องเปลี่ยนใหม่ ยังไม่ได้ลองทั้งสองอย่าง ไว้ว่างเมื่อไรจะลองดูครับ
-
วาล์วที่คุณ หนูหริ่งถามมากับ วาล์วที่คุณ mr.boone เข้าใจมันคนละตัวกันนะครับ
วาล์วของคุณหนูหริ่ง มันเป็นวาล์วท่อลมเบรค
วาล์วของคุณ mr.boone เป็นวาล์วควบคุมแรงดันท้ายรางหัวฉีด การทดสอบ
ช่างที่บอกมาบอกไว้ถูกต้องแล้วครับ......
-
ตามมาอ่านเก็บความรู้ของช่างเณร ;D
-
เก็บเกี่ยวความรู้ครับ
-
ขอบคุณอีกครั้งครับช่างเณร ผมอ่านไม่ละเอียด เห็นคำว่าวาล์วแรงดันกันกลับปุ๊บ! ก็นึกว่าเป็นวาล์กักแรงดันตัวเดียวกันซะงั้น เข้าใจแล้วครับ ช่างผมบอกอีกว่าถ้าวาล์กักแรงดันเสียอาการสตาร์ทติดยากจะเป็นบ่อยกว่า คืออาการจะเหมือนน้ำมันท่วม จะสตาร์ทติดยากแทบทุกครั้ง แต่ของผมจะติดยากเฉพาะตอนเช้าเท่านั้น ครั้งต่อๆไปก็ทีเดียวติด จึงไม่น่าจะเป็นที่วาล์วกักแรงดัน น่าจะเป็นเช็ควาล์วที่ปั๊มติคมากกว่า
ช่างผมงานเยอะมากรถเป็นสิบคันทำกันอยู่ 2 คน งานนี้เห็นว่าง่ายๆก็เลยให้ผมลองซ่อมเอง ผมก็ชอบแต่ตอนนี้หลังยังหัก(กระดูกทับเส้น)เลยหาความรู้ไปก่อน หายปวดเมื่อไรจะรีบบรรเลงทันที
-
อาการเสียประจำของช่างซ่อมรถ
กระดูกทับเส้น
ผังผืดเกาะมือ นิ้วล๊อค ไล่ล็อค มือชา แขนชา ตืนนอนมาแขนชาไม่รู้สึก เหมือนมือหรือแขนหายไป
เอ็นสลักเพ็ชรจมปวด ก้นกบ ปวดเอว
ปวดคอเส้นสบักจม
จะมีใครบ้างที่ซ่อมช่างได้ หมอก็หมดปัญญาบอกได้แต่เพียงว่าให้หลีกเลี่ยงงานหนักออกแรงใช้มือใช้แขนมาก แต่อยากแนะนำหมอบ้างว่าถ้าหมอรักษาคนไข้แล้วเครียด หมอก็หลีกเลี่ยงการรักษาคนไข้ หรือก็หยุดรักษาพักผ่อนมากๆ มีแต่ช่างที่ซ่อมรถให้ทุกคนขับได้อย่างมีความสุข เวลาช่างซ่อมผิดไปบ้างก็โดนโวยวาย พอหมอรักษาผิด....???น่าเห็นใจช่างนะครับ
-
หนุ่มเชียงรายคงเป็นช่างvwที่จ.เชียงราย...... เห็นใจครับ อาชีพช่างยนต์มันงานหนักตลอด ช่างอีเล็คทรอนิค ช่างไฟฟ้างานสบายกว่าเยอะไม่เลือก เพราะเป็นช่างยนต์ได้ความสนุก ความมันมากกว่า ยิ่งได้ซิ่งได้เบิ้ลเครื่องยนต์บรื๊น..ๆ...ๆ ยิ่งสะใจ ตอนเป็นวัยรุ่นไม่สนใจเรื่องความปวดความเมื่อยใดๆทั้งสิ้น พออายุ 40 up ถึงจะคิดได้ก็ค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมครับ หาเด็กมาฝึกเป็นมือรองช่วยเราอีกที ทำเองให้น้อยลง ๆ ๆก็จะช่วยให้เราไม่เหนื่อยเกินไปผมเลิกทำงานมากว่า20ปีแล้ว แต่บางทีช่างไม่ว่างก็จะทำเองบ้างพอหายอยาก
ส่วนช่างซ่อมที่มีปัญหาผิดพลาดแล้วถูกด่า ว่าแรงๆโดยเฉพาะในเว็ปเราก็หลายอู่ ความจริงถ้าช่างพูดคุยดีๆกับลูกค้า อธิบายให้ฟังอย่างถูกต้องถ้าผิดก็ยอมรับว่าผิดแล้วแก้ไขก็คงไม่มีปัญหา อย่าให้คาใจกัน อย่านึกว่าลูกค้าไม่รู้ไม่เข้าใจ เขาอาจจะรู้ดีด้วยซ้ำแต่เขาไม่พูด ฟังช่างพูดวิเคราะห์ก็จะรู้ว่าช่างพูดจริงหรือโกหก เดี๋ยวนี้หาความรู้ต่างๆได้ไม่ยากค้นได้ทุกเรื่องในอินเตอร์เน็ท เพราะฉนั้นควรพูดกันตรงๆครับ ผิดพลาดก็พออภัยกันได้ ช่างทุกคนไม่ได้เชี่ยวชาญไปทุกเรื่องหรอกครับ เรื่องไดที่เราไม่เชี่ยวชาญก็ช่วยกันปรึกษากับเจ้าของรถ ถ้ามันแก้ปัญหาได้ก็แฮ็ปปี้ทั้งสองฝ่าย แต่ถ้ามันผิดพลาดเจ้าของรถก็คงจะว่าอะไรช่างไม่ได้ เพราะพูดกันไว้ก่อนแล้ว
ขอให้ขยันทำมาหากินต่อไปเถอะครับ อาชีพของเรา ถ้าทำดีที่สุดแล้วยังถูกบ่นถูกว่าก็ปล่อยวางเฉยๆซะบ้าง บางครั้งทำงานให้ตัวเองแท้ๆคิดว่าเจ๋งแล้ว อีก2-3วันมาดูใหม่ อ้าว..ไม่ชอบใจซะงั้น อย่างนี้ก็มี ทำอะไรจะให้ถูกใจทุกๆคนคงเป็นไปไม่ได้... เป็นกำลังใจให้ครับ