VW-Thai Club House

General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: คนใช้ VW T4 ที่ พฤษภาคม 12, 2012, 09:21:11 am

หัวข้อ: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: คนใช้ VW T4 ที่ พฤษภาคม 12, 2012, 09:21:11 am
คืออ่านแล้ว และสงสัยต่อครับว่า เคยเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ที่ใช้มา 2 ปี แล้วก็เติมคูแล้นท์ด้วย

ตอนนี้ถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำในหม้อน้ำใหม่ เราควรจะทำอย่างไรดี ขอคำแนะนำครับ

ขอบคุณครับ

ปล. ใช้ T4 ปี 95 รถมือ 2
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 13, 2012, 01:36:03 pm
    ถ้าหม้อน้ำเดิมยังไม่รั่วซึม            ให้ตรวจสอบสนิมภายใน
 ระบบน้ำก่อน  (สังเกตุจากหม้อพักน้ำ)  ว่ามีสนิมามกน้อยแค่ไหนถ้าสะอาดดีก็เปลี่ยนได้เลย
             แต่ถ้าสกปรกมากอย่าเพิ่งไส่ของใหม่เข้าไป      ให้ผสมน้ำยาตามส่วนที่ถูกต้องใส่เข้าไป
 แล้วใช้สักระยะหนึ่งก่อน     ให้สังเกตุว่าหม้อพักน้ำเริ่มจะเห็นน้ำแล้วก็ค่อยเปลี่ยนของใหม่เข้าไปอีกครั้ง
     
    ปกติบางครั้งเรามักบอกว่าเราใส่น้ำยาแล้ว        แต่ทำไมสนิมเยอะจัง   เราทำผิดครับ
    ปกติถ้าเราทำถูกต้องตั้งแต่รถใหม่จะไม่มีสนิมเลย        เวลาน้ำในระบบพร่องส่วน
    มากเติมน้ำเปล่ากันน้ำยามันก็จะจางไปเรื่อยๆ     จนไม่เหลือน้ำยามันก็จะเหมือนไม่ได้เติม
  น้ำยานั้นเอง
          ถ้าให้ถูกต้องเราต้องผสมเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วคอยเติมเพิ่มส่วนที่ขาด    ไม่ควรเติมน้ำเปล่า
  ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
    ส่วนมากอายุของน้ำยาจะอยู่ได้ประมาณ 40,000 กม.  หรือ 2 ปี 
  แล้วตอนเปลี่ยนอย่าลืมล้างระบบน้ำเดิมในเครื่องให้สะอาดก่อนเปลี่ยน   แล้วทำการดันน้ำสวนกลับ
  ออยร์คลูเลอร์เกียรด้วยมันจะทำให้เกียร    ใช้งานได้ทนและดีขึ้นมากครับ.....
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 13, 2012, 01:42:09 pm
(http://upic.me/i/nx/valve20body20007.jpg)  รูปออยร์เดิมๆตันที่เกิดจาก
  สนิมอุดตันภายใน    ต้นเหตุหลักของเกียรอายุใช้งานสั้นลง...... เอามาให้ดูใหม่ครับ.
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: คนใช้ VW T4 ที่ พฤษภาคม 13, 2012, 04:55:32 pm
ขอบคุณครับ ช่างเณร
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: hs0xbm ที่ พฤษภาคม 13, 2012, 06:06:58 pm
หวัดดีครับพี่เณร สบายดีนะครับ   ;D

สมชัย
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: VENTOMAGMAI ที่ พฤษภาคม 13, 2012, 10:07:36 pm
หวัดดีครับพี่เณร  คิดถึงพี่จัง  โดยเฉพาะตอนแบล็กไฟร์ อิๆๆ :o
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 14, 2012, 12:30:07 am
 ยังลำบากเหมือนเดิมครับคุณสมชัย     ไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเลยตอนนี้แทบวันละมื้อเดียว..
 คุณ VENTOMAGMAI จูนเล่นบ่อยซิท่า    แต่มันไม่น่ากลัวเหมือนเดิมแล้วนิ    ลองแบ๊คได้
 ตามสบาย..........
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: หะมู ที่ พฤษภาคม 14, 2012, 05:19:12 pm
เห็นรูปออยเกียร์แล้วน่าตกใจครับ ทีแรกนึกว่าเจ้าของรถที่ไหนนะขับซะจนตันแบบนี้ นึกขึ้นได้ว่าเจ้ารังผึ้งนี่น่าจะอยู่ในกล่อง(ข้าวนักเรียน) คงมองไม่เห็น ดูจากรูปเดาว่าผ่าด้านตัดออกมา  ไม่ทราบของเราเป็นแบบนี้ไม๊ อยากทราบว่าอาการขนาดนี้ รถแสดงอาการฟ้องอะไร หรือส่งเมล์มาบอกก่อนไม๊ครับ ที่ทำให้เราที่จำเลยตัวนี้ (คงจะแสดงผลกับการทำงานของเกียร์แน่นอน) อีกอย่างที่อยากฟัง"ความเห็น" ของคุณเณรคือการที่หลายท่านเปลี่ยนจากระบายความร้อนออยเกียร์ด้วยน้ำ ไปเป็นติดแผงระบายด้วยลมแทน แล้วก้อมีความเห็นต่างกันเป็นสองฝ่าย  คุณเณรมีความเห็นอย่างไรครับ ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: โกเล็ก ที่ พฤษภาคม 14, 2012, 07:34:47 pm
โกก็อยากรู้ด้วยคน ช่างเณร  ;D
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เด็กโฟล์ค ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 01:01:26 am
" แล้วทำการดันน้ำสวนกลับ
  ออยร์คลูเลอร์เกียรด้วยมันจะทำให้เกียร    ใช้งานได้ทนและดีขึ้นมากครับ....."

รบกวนช่างเณรช่วยอธิบายตรงนี้แบบละเอียดให้หน่อยน่ะขอรับ ผมอยากทำแต่ไม่รู้ว่าจะใส่ท่อน้ำสวนทางท่อไหน อย่างไร มันมี 2 ท่อ กลัวผิดทาง ตอนนี้สนิมเริ่มมาหาอีกแล้วครับและก็เกิน 2 ปีแล้วด้วย ยี่ห้อ Vavolean ใช้ได้ดีไหมครับ หรือมียี่ห้ออื่นที่ดีกว่าครับ
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 01:18:15 am
   ปกติผมเองไม่พยายามออกความเห็นกับการเปลี่ยนจากออยร์น้ำเป็นออยร์อากาศ       บางทีมันอาจจะไปแย้ง
 กับความเห็นหรือที่ผู้ที่เคยเปลี่ยนมาแล้วมันดีขึ้นแบบชัดเจน          มันเลยกลายเป็นเปลี่ยนแล้วดีกว่าจริงๆไปซะ
               ก็ออยร์เดิมมันตันซะขนาดนั้นจะไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไง            เราไม่เคยโทษตัวเองว่าเราทำอะไรผิดไปหรือไม่            แต่สรุปออยร์มันไม่ดีรั่วง่ายแตกง่ายก็เท่านั้นเอง            แต่ผุในไม่เคยพูดถึงกัน     พอสาเหตุ
 วนไปวนมาสรุปก็ใช้หรือใส่น้ำยาหล่อเย็นไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง
               ถ้าเราเคยผ่าเครื่องยนต์มามากๆ   (ไม่ใช่แค่ตัวสองตัวนะ)   ถ้าเป็นรถโฟล์ครุ่นใช้น้ำบล๊อกพวก 1992
  ขึ้นมา         วิ่งไปเกือบ 3 แสน     แต่ถอดแหวนถอดลูกออกมาวัดค่าสึกหล่อปากแหวนต้องบอกว่าเหลือเชื่อ
               ระยะห่างปากแหวนลูกสูบแทบไม่มีการสึกหลอเลย        ส่วนปลอกสูบการสึกหลอช่วงบนของปลอกสูบ
  ที่แหวนถูไปไม่ถึง      แทบวัดการสึกหลอไม่เจอ       แต่สาเหตุที่ผ่าเครื่องประเก็นฝาสูบผุ     หม้อน้ำรั่ว    ท่อน้ำ
  แตก  ปั๊มรั่ว     อะไรประมาณนี้         แต่ถ้าประเก็นไม่ผุ   ฝาสูบ  เสื้อเครื่อง   หรือหม้อน้ำไม่ผุ     เครื่องยนต์
  หลวมแบบวิ่ง 200 กิโล      เติมน้ำมันเครื่องเป็นลิตรวิ่งไปควันขาวกลบท้ายรถแบบเครื่องญี่ปุ่น      ยังไม่เคยเจอ
           เจอแต่พังเพราะระบบน้ำมีปัญหาแทบทั้งนั้น           อย่างรูปออยร์ที่เห็นไม่ใช่รูปใหม่เพิ่งถ่ายนะครับ
   เป็นรูปที่เห็นเคยลงในนี้แล้วประมาณ  5 ปีที่แล้วอยู่ในเวนโต้ปี 96 ตอนนั้นอายุรถ 10-11ปี  ถ้าตอนนี้บางคัน
            สภาพไหนไม่อยากคิดครับ           
   
          ถ้าถามความเห็นเอาส่วนตัวจริงๆนะครับ           เอารถตัวเองเลยก็แล้วกัน        คัน b4  ตอนซื้อมาเป็นออยร์อากาศมาแล้ว         สภาพการติดตั้งดีมากอุปกรณ์แบบมาตราฐานดีและเป็นออยร์สำหรับเกียรแท้ๆ
         แต่พอนำรถกลับมาผมเองถอดออยร์อากาศที่ติดรถมาออกทั้งหมดแล้วติดตั้ง         ออยร์น้ำกลับเข้าไป
 เหมือนของติดรถเดิมๆ           ถามความเห็นเอาแบบส่วนตัวจริงๆเลยนะ         
         ผมไม่เคยเจอปัญหากับรถที่ทำอยู่ทุกคันที่ทำถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกแบบที่คุยกันในนี้
 
       ในรถรุ่น เวนโต้  ก๊อฟ 3   บี4   ที4   แต่มีกลับไปมีปัญหากับรุ่น บี5 บี5.5   หรือรุ่นที่มีออยร์เกียรอยู่ในหม้อน้ำ          ที่เจอน้ำเข้าเกียรขนาดเป็นน้ำนม  เกียรถอยไม่ยอมถอย       แต่ในหม้อพักน้ำไม่มีคราบน้ำมันเกียรให้เห็น
เลย            พอเช็คสภาพหม้อน้ำทั้ง 2 คันที่เจอจะมีรอยโดนชนมาด้านล่างจนทรงหม้อน้ำบิด        แต่น้ำไม่รั่วแต่
         ออยร์ข้างในร้าว       พอเป็นรุ่นพวกนี้ส่วนมากถึงจะแปลงกันเพื่อลดความเสี่ยงตามที่บอกไว้      แต่จะถามว่าดีหรือไม่       เวลาการใช้งานยังไม่ถึงที่จะบอกได้ครับยังไม่อยากเดาหรือมั่วประมาณนั้น        เอาให้เห็นระยะ
         ทางกันชัดเจนก่อนแล้วค่อยมาบอกกันครับว่าดีหรือไม่        แต่กับรถเดิมๆออยร์เดิมๆทุกอย่างทำตามที่บอกไว้
  ใน บี5 บี99  ถ่ายน้ำมันเกียรแท้ทุก 30,000โล  ตอนนี้ตัวเลขกิโลรวมอยู่ที่ สี่แสนเจ็ด เกียรยังปกติดี
          ส่วนในเวนโต้ ก๊อฟ3  บี4 ที4  คันที่ดูแลกันมาดีและถูกต้องมาตลอด      ปัญหามันเลยไม่เกิดก็ไม่รู้จะไป
 ทำมันไปทำไม่      ยิ่งหาเวลากินข้าวกินปลาไม่ได้อยู่..........
               
         
   
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 01:41:31 am
   ถึงคุณเด็กโฟล์คครับ
  การทำความสะอาดออยร์เกียรแบบดันสวนกลับ      ถอดท่อน้ำออกทั้งสองท่อ  ( ทำตอนเครื่องเย็นสนิทเท่านั้น)
          เอาสายยางสวมท่อน้ำท่อหน้าของออยร์     ( อันที่งอ )    แล้วเปิดน้ำก๊อกเราจะเห็นคราบสกปรกออกมา
 รอสักพักสลับไปท่อหลัง ( อันตรง ที่ชี้ 12 นาฬิกา )สลับไปมาสัก3 -4 ครั้งจนสะอาดดีสวมท่อเสร็จ.........
      น้ำหล่อเย็นผมใช้ของแท้อยู่ครับ         แต่ถ้าหาไม่ได้   ของโตโยต้า    ก็ใช้ได้ดี      ราคาไม่ถูกกว่ากันนะ
 ครับผิดแต่ของโฟล์คต้องผสม         แต่ของโตโยต้าเมื่อก่อนให้ผสมแต่เดียวนี้ผสมมาเสร็จลดการผิดพลาดจาก
        การผสมของผู้ใช้ซื้อมาเทได้เลยครับ...........
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: Golf 3 Van ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 03:39:56 am
ขอขอบคุณช่างเณรมากครับที่ช่วยให้ความรู้มากมาย

น้ำยาหล่อเย็นของยี่ห้ออื่นแตกต่างกับของแท้ยังไงหรอครับ

แล้วถ้าใช้ไปบ่อยๆจะมีผลต่อเครื่องหรือหม้อน้ำในระยะยาวยังไงบ้างครับ

หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 11:37:05 am
    น้ำยายี่ห้ออื่นไม่ได้ทดลองใช้ครับ     มีแต่ลูกค้าหน้าใหม่ๆที่เพิ่งมาทำใส่กันมาบางยี่ห้อ
 น้ำรั่วจะหมดหม้อน้ำยังหารอยรั่วไม่เจอ            ไม่มีการอุดรอยซีมให้คล้ายเอาสีมาผสม
         หลอกขายอะไรอย่างนั้น            ถ้าอยากทดสอบลองซี้อมาครับถ้าได้ช่วงเวลาการ
 เปลี่ยนปั๊มน้ำก็เปลี่ยนเลย                  แล้วใช้มันแบบให้ถูกต้องตามที่เรามีความรู้ใช้จน
 ปั๊มน้ำเกิดการเสียหายอีกครั้งพอเราได้ถอดมันออกมาดู     ถ้าภายในดูสวยคล้ายของใหม่
 ก็ใช้ได้        แต่ถ้ามีการผุกร่อนแม้แต่น้อยเราอาจทำผิดหรือเจอของคุณภาพไม่ดี
         แต่ช่วงเวลาทดสอบอาจจะนานหลายปีนะครับ       เมื่อก่อนตอนเป็น G11 ผมเองยัง
 ไม่ใช้ของแท้     แต่ใช้ของโตโยต้ามาถ้ารวมเวลาประมาณ 24 ปีครับ     เพิ่งมาใช้ของแท้
 ตอนเป็น G12++ จากการทดสอบผ่านครับ      ส่วนยี่ห้ออี่นไม่ขอออกความเห็นครับ
      เพราะยังไม่ได้ทดลอง....................
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: hs0xbm ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 12:16:08 pm
พี่เณรนี่.....ยังอธิบายรายละเอียดออกมาแบบเห็นภาพเลยนะครับ เข้าใจง่ายทำเองได้ ;D
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: Golf 3 Van ที่ พฤษภาคม 15, 2012, 02:10:56 pm
โห....จะผ่านมาตรฐานช่างเณรได้ ต้องใช้เวลาถึง24ปี

ถ้าไม่ดีจริงก็ไม่ได้รับการรับรองจากช่างเณรแน่ๆ

ขอบคุณครับ  :)
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 16, 2012, 02:01:17 am
  สะกดผิดประจำ  สึกหลอที่ถูกมันต้องสึกหรอ น่าจะถูกนิ................
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เด็กโฟล์ค ที่ พฤษภาคม 17, 2012, 04:04:37 am
ขอบคุณช่างเณรมากครับ แถวบ้านผมมีของโตโยต้าขาย เป็นแบบ Pre Mix กระป๋องสีดำคาดลายแดงๆ ใช่แบบนี้ไหมครับ เห็นว่าเป็นสีชมพูด้วย แบบผสมแล้วก็มีแต่ต้องใช้หลายขวดซิครับ เอาแบบ Pre Mix ดีกว่าไหมครับ ส่วน Valvoline ก็มีขาย กระป๋องละลิตร ใจผมทีแรกไม่กล้าใช่ของโตโยต้าเพราะเคยได้ยินมาว่ามันกัดกร่อนมาก ของโฟล์ค ผมก็น่าจะหาได้ครับ บ้านอยู่ไม่ไกลร้านอะไหล่และศูนย์เท่าไหร่ ผมลองของโตโยต้าได้น่ะครับ เสียวๆ อยู่หน่อยๆ ที่ใส่อยู่เป็นของ SPED ก็ไม่น่าดีเท่าไหร่ เพื่อนเติมให้ครับ ครั้งนี้จะทำเอง ใช้น้ำกรอง เอาแบบดีๆ ไปเลย

ขอบคุณความรู้จากช่างเณรอีกครั้งครับ

ได้ผลอย่างไรจะรายงานครับ ครั้งนี้ผมตั้งใจจะไม่ใส่น้ำยาล้างหม้น้ำกอน คิดถูกหรือผิดครับ
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: หะมู ที่ พฤษภาคม 17, 2012, 02:13:10 pm
พอจะมีใครถ่ายรูปขั้นตอนมาอวดหน่อยได้ไหมครับ ตอนนี้เว๊ปนี้ใส่รูปแจ๋วๆ ได้แล้ว ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 18, 2012, 01:41:30 am
  ครับของโตโยต้าจะเป็น Pre mix  ทั้งหมดแล้วครับ   เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการผสมไม่ถูกต้อง
ของผู้ใช้       แบบเป็นแกลลอนก็มีนะครับแต่จุ  3.7 ลิตร  นะครับ         ส่วนน้ำยาล้างหม้อน้ำไม่
สมควรใช้ครับ    หลีกเลี่ยงให้ไกลเลยยิ่งดี..........
             
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: คนใช้ VW T4 ที่ พฤษภาคม 18, 2012, 08:36:33 am
กลับมาดูใหม่ ยาวเลย ดีครับมีความรู้ให้อ่านต่อ

ถามต่อครับว่า ถ้าถ่ายน้ำเก่าออก แล้วเติมของ TOYOTA Pre mix 3.5 ลิตรที่ว่า แล้วเติมน้ำประปาให้เต็มหม้อน้ำ

แบบนี้ OK ไม๊ครับ

ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: น้องฟ้า VR6 ที่ พฤษภาคม 18, 2012, 09:25:16 am
ได้พบมากับตัวครับ น้ำที่เติมในหม้อน้ำ ช่างบอกว่า ทีดีคือ น้ำกลั่น ผมเห็นเค้าใช้น้ำกลั่นผสมน้ำยาหล่อเย็น
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: chainman VW ที่ พฤษภาคม 18, 2012, 02:37:12 pm
ถ้าของ โตโยต้า เป็นแบบ ผสมเสร็จแล้ว ก็น่าจะใส่แบบเดียวเลยน่าจะดีกว่ามั้งครับ
ไม่ต้องไปเติมน้ำ ประปา หรือ น้ำกลั่นหรอกครับ เพราะมันน่าจะทำให้น้ำยาเจือจางมากขึ้นนะครับ
ซื้อมาเผื่อไว้เติมตอนน้ำพร่องก็ดีนะครับ ติดรถไว้เลย
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: เณร ที่ พฤษภาคม 19, 2012, 01:29:39 am
   ถูกครับถ้าของโตโยต้าเติมเพียวๆไม่ควรผสมครับปริมาณน้ำหล่อเย็นต้องใช้เท่าไหร่   ในเครื่องนั้น
 ก็ต้องซื้อเท่านั้นครับ      ถ้าเครื่องพวก เวนโต้ ก๊อฟ หรือ บี4  ก็ 2 แกลลอน   
       ส่วนของโฟล์คแท้ที่ใช้อยู่ก็ใช้น้ำกลั่นผสมครับ        เอาแบบขวดใสอย่างเดียว      พวกสีชมภู
  หรือพวกมีสาร อิเล็กโทรไลต์ห้ามใช้เด็ดขาด     ใส่ไปพังกับพังครับ........
       
       
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: วีระ ที่ พฤษภาคม 19, 2012, 04:37:53 pm
เพิ่มข้อมูลให้อีก 1 ประเด็นครับ

ข้างขวดน้ำยาหล่อเย็น-ของโฟล์คแท้ ระบุว่าให้ผสมน้ำยาในสัดส่วน 40%  ถึงไม่เกิน 60% 
ช่างบางอู่ อาจจำแบบรวบรัดว่า ให้ผสม ครึ่งหนึ่ง (50% )
แต่ผมว่า จำว่า 40-60 จะดีกว่า จะรู้ระดับความยืดหยุ่น ว่ามีอยู่ 10%

ในคู่มือ T4 ก็ตอกย้ำว่า สัดส่วนของน้ำยา ให้ผสมอย่างน้อย 40% ครับ (คู่มือระบุถึงเบอร์ G11)
หัวข้อ: Re: ถึงช่างเณร เรื่องน้ำยารักษาหม้อน้ำ
เริ่มหัวข้อโดย: VW CLUB ที่ กันยายน 17, 2014, 05:22:35 am
ตอนนี้ใช้แบบที่มีสีเขียวสะท้อนแสง เปิดฝากระโปรงมา แทบแสบตา..... ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D