VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: คนใช้ VW T4 ที่ พฤษภาคม 12, 2012, 09:21:11 am
-
คืออ่านแล้ว และสงสัยต่อครับว่า เคยเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ที่ใช้มา 2 ปี แล้วก็เติมคูแล้นท์ด้วย
ตอนนี้ถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำในหม้อน้ำใหม่ เราควรจะทำอย่างไรดี ขอคำแนะนำครับ
ขอบคุณครับ
ปล. ใช้ T4 ปี 95 รถมือ 2
-
ถ้าหม้อน้ำเดิมยังไม่รั่วซึม ให้ตรวจสอบสนิมภายใน
ระบบน้ำก่อน (สังเกตุจากหม้อพักน้ำ) ว่ามีสนิมามกน้อยแค่ไหนถ้าสะอาดดีก็เปลี่ยนได้เลย
แต่ถ้าสกปรกมากอย่าเพิ่งไส่ของใหม่เข้าไป ให้ผสมน้ำยาตามส่วนที่ถูกต้องใส่เข้าไป
แล้วใช้สักระยะหนึ่งก่อน ให้สังเกตุว่าหม้อพักน้ำเริ่มจะเห็นน้ำแล้วก็ค่อยเปลี่ยนของใหม่เข้าไปอีกครั้ง
ปกติบางครั้งเรามักบอกว่าเราใส่น้ำยาแล้ว แต่ทำไมสนิมเยอะจัง เราทำผิดครับ
ปกติถ้าเราทำถูกต้องตั้งแต่รถใหม่จะไม่มีสนิมเลย เวลาน้ำในระบบพร่องส่วน
มากเติมน้ำเปล่ากันน้ำยามันก็จะจางไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือน้ำยามันก็จะเหมือนไม่ได้เติม
น้ำยานั้นเอง
ถ้าให้ถูกต้องเราต้องผสมเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วคอยเติมเพิ่มส่วนที่ขาด ไม่ควรเติมน้ำเปล่า
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
ส่วนมากอายุของน้ำยาจะอยู่ได้ประมาณ 40,000 กม. หรือ 2 ปี
แล้วตอนเปลี่ยนอย่าลืมล้างระบบน้ำเดิมในเครื่องให้สะอาดก่อนเปลี่ยน แล้วทำการดันน้ำสวนกลับ
ออยร์คลูเลอร์เกียรด้วยมันจะทำให้เกียร ใช้งานได้ทนและดีขึ้นมากครับ.....
-
(http://upic.me/i/nx/valve20body20007.jpg) รูปออยร์เดิมๆตันที่เกิดจาก
สนิมอุดตันภายใน ต้นเหตุหลักของเกียรอายุใช้งานสั้นลง...... เอามาให้ดูใหม่ครับ.
-
ขอบคุณครับ ช่างเณร
-
หวัดดีครับพี่เณร สบายดีนะครับ ;D
สมชัย
-
หวัดดีครับพี่เณร คิดถึงพี่จัง โดยเฉพาะตอนแบล็กไฟร์ อิๆๆ :o
-
ยังลำบากเหมือนเดิมครับคุณสมชัย ไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเลยตอนนี้แทบวันละมื้อเดียว..
คุณ VENTOMAGMAI จูนเล่นบ่อยซิท่า แต่มันไม่น่ากลัวเหมือนเดิมแล้วนิ ลองแบ๊คได้
ตามสบาย..........
-
เห็นรูปออยเกียร์แล้วน่าตกใจครับ ทีแรกนึกว่าเจ้าของรถที่ไหนนะขับซะจนตันแบบนี้ นึกขึ้นได้ว่าเจ้ารังผึ้งนี่น่าจะอยู่ในกล่อง(ข้าวนักเรียน) คงมองไม่เห็น ดูจากรูปเดาว่าผ่าด้านตัดออกมา ไม่ทราบของเราเป็นแบบนี้ไม๊ อยากทราบว่าอาการขนาดนี้ รถแสดงอาการฟ้องอะไร หรือส่งเมล์มาบอกก่อนไม๊ครับ ที่ทำให้เราที่จำเลยตัวนี้ (คงจะแสดงผลกับการทำงานของเกียร์แน่นอน) อีกอย่างที่อยากฟัง"ความเห็น" ของคุณเณรคือการที่หลายท่านเปลี่ยนจากระบายความร้อนออยเกียร์ด้วยน้ำ ไปเป็นติดแผงระบายด้วยลมแทน แล้วก้อมีความเห็นต่างกันเป็นสองฝ่าย คุณเณรมีความเห็นอย่างไรครับ ขอบคุณครับ
-
โกก็อยากรู้ด้วยคน ช่างเณร ;D
-
" แล้วทำการดันน้ำสวนกลับ
ออยร์คลูเลอร์เกียรด้วยมันจะทำให้เกียร ใช้งานได้ทนและดีขึ้นมากครับ....."
รบกวนช่างเณรช่วยอธิบายตรงนี้แบบละเอียดให้หน่อยน่ะขอรับ ผมอยากทำแต่ไม่รู้ว่าจะใส่ท่อน้ำสวนทางท่อไหน อย่างไร มันมี 2 ท่อ กลัวผิดทาง ตอนนี้สนิมเริ่มมาหาอีกแล้วครับและก็เกิน 2 ปีแล้วด้วย ยี่ห้อ Vavolean ใช้ได้ดีไหมครับ หรือมียี่ห้ออื่นที่ดีกว่าครับ
-
ปกติผมเองไม่พยายามออกความเห็นกับการเปลี่ยนจากออยร์น้ำเป็นออยร์อากาศ บางทีมันอาจจะไปแย้ง
กับความเห็นหรือที่ผู้ที่เคยเปลี่ยนมาแล้วมันดีขึ้นแบบชัดเจน มันเลยกลายเป็นเปลี่ยนแล้วดีกว่าจริงๆไปซะ
ก็ออยร์เดิมมันตันซะขนาดนั้นจะไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไง เราไม่เคยโทษตัวเองว่าเราทำอะไรผิดไปหรือไม่ แต่สรุปออยร์มันไม่ดีรั่วง่ายแตกง่ายก็เท่านั้นเอง แต่ผุในไม่เคยพูดถึงกัน พอสาเหตุ
วนไปวนมาสรุปก็ใช้หรือใส่น้ำยาหล่อเย็นไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง
ถ้าเราเคยผ่าเครื่องยนต์มามากๆ (ไม่ใช่แค่ตัวสองตัวนะ) ถ้าเป็นรถโฟล์ครุ่นใช้น้ำบล๊อกพวก 1992
ขึ้นมา วิ่งไปเกือบ 3 แสน แต่ถอดแหวนถอดลูกออกมาวัดค่าสึกหล่อปากแหวนต้องบอกว่าเหลือเชื่อ
ระยะห่างปากแหวนลูกสูบแทบไม่มีการสึกหลอเลย ส่วนปลอกสูบการสึกหลอช่วงบนของปลอกสูบ
ที่แหวนถูไปไม่ถึง แทบวัดการสึกหลอไม่เจอ แต่สาเหตุที่ผ่าเครื่องประเก็นฝาสูบผุ หม้อน้ำรั่ว ท่อน้ำ
แตก ปั๊มรั่ว อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าประเก็นไม่ผุ ฝาสูบ เสื้อเครื่อง หรือหม้อน้ำไม่ผุ เครื่องยนต์
หลวมแบบวิ่ง 200 กิโล เติมน้ำมันเครื่องเป็นลิตรวิ่งไปควันขาวกลบท้ายรถแบบเครื่องญี่ปุ่น ยังไม่เคยเจอ
เจอแต่พังเพราะระบบน้ำมีปัญหาแทบทั้งนั้น อย่างรูปออยร์ที่เห็นไม่ใช่รูปใหม่เพิ่งถ่ายนะครับ
เป็นรูปที่เห็นเคยลงในนี้แล้วประมาณ 5 ปีที่แล้วอยู่ในเวนโต้ปี 96 ตอนนั้นอายุรถ 10-11ปี ถ้าตอนนี้บางคัน
สภาพไหนไม่อยากคิดครับ
ถ้าถามความเห็นเอาส่วนตัวจริงๆนะครับ เอารถตัวเองเลยก็แล้วกัน คัน b4 ตอนซื้อมาเป็นออยร์อากาศมาแล้ว สภาพการติดตั้งดีมากอุปกรณ์แบบมาตราฐานดีและเป็นออยร์สำหรับเกียรแท้ๆ
แต่พอนำรถกลับมาผมเองถอดออยร์อากาศที่ติดรถมาออกทั้งหมดแล้วติดตั้ง ออยร์น้ำกลับเข้าไป
เหมือนของติดรถเดิมๆ ถามความเห็นเอาแบบส่วนตัวจริงๆเลยนะ
ผมไม่เคยเจอปัญหากับรถที่ทำอยู่ทุกคันที่ทำถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกแบบที่คุยกันในนี้
ในรถรุ่น เวนโต้ ก๊อฟ 3 บี4 ที4 แต่มีกลับไปมีปัญหากับรุ่น บี5 บี5.5 หรือรุ่นที่มีออยร์เกียรอยู่ในหม้อน้ำ ที่เจอน้ำเข้าเกียรขนาดเป็นน้ำนม เกียรถอยไม่ยอมถอย แต่ในหม้อพักน้ำไม่มีคราบน้ำมันเกียรให้เห็น
เลย พอเช็คสภาพหม้อน้ำทั้ง 2 คันที่เจอจะมีรอยโดนชนมาด้านล่างจนทรงหม้อน้ำบิด แต่น้ำไม่รั่วแต่
ออยร์ข้างในร้าว พอเป็นรุ่นพวกนี้ส่วนมากถึงจะแปลงกันเพื่อลดความเสี่ยงตามที่บอกไว้ แต่จะถามว่าดีหรือไม่ เวลาการใช้งานยังไม่ถึงที่จะบอกได้ครับยังไม่อยากเดาหรือมั่วประมาณนั้น เอาให้เห็นระยะ
ทางกันชัดเจนก่อนแล้วค่อยมาบอกกันครับว่าดีหรือไม่ แต่กับรถเดิมๆออยร์เดิมๆทุกอย่างทำตามที่บอกไว้
ใน บี5 บี99 ถ่ายน้ำมันเกียรแท้ทุก 30,000โล ตอนนี้ตัวเลขกิโลรวมอยู่ที่ สี่แสนเจ็ด เกียรยังปกติดี
ส่วนในเวนโต้ ก๊อฟ3 บี4 ที4 คันที่ดูแลกันมาดีและถูกต้องมาตลอด ปัญหามันเลยไม่เกิดก็ไม่รู้จะไป
ทำมันไปทำไม่ ยิ่งหาเวลากินข้าวกินปลาไม่ได้อยู่..........
-
ถึงคุณเด็กโฟล์คครับ
การทำความสะอาดออยร์เกียรแบบดันสวนกลับ ถอดท่อน้ำออกทั้งสองท่อ ( ทำตอนเครื่องเย็นสนิทเท่านั้น)
เอาสายยางสวมท่อน้ำท่อหน้าของออยร์ ( อันที่งอ ) แล้วเปิดน้ำก๊อกเราจะเห็นคราบสกปรกออกมา
รอสักพักสลับไปท่อหลัง ( อันตรง ที่ชี้ 12 นาฬิกา )สลับไปมาสัก3 -4 ครั้งจนสะอาดดีสวมท่อเสร็จ.........
น้ำหล่อเย็นผมใช้ของแท้อยู่ครับ แต่ถ้าหาไม่ได้ ของโตโยต้า ก็ใช้ได้ดี ราคาไม่ถูกกว่ากันนะ
ครับผิดแต่ของโฟล์คต้องผสม แต่ของโตโยต้าเมื่อก่อนให้ผสมแต่เดียวนี้ผสมมาเสร็จลดการผิดพลาดจาก
การผสมของผู้ใช้ซื้อมาเทได้เลยครับ...........
-
ขอขอบคุณช่างเณรมากครับที่ช่วยให้ความรู้มากมาย
น้ำยาหล่อเย็นของยี่ห้ออื่นแตกต่างกับของแท้ยังไงหรอครับ
แล้วถ้าใช้ไปบ่อยๆจะมีผลต่อเครื่องหรือหม้อน้ำในระยะยาวยังไงบ้างครับ
-
น้ำยายี่ห้ออื่นไม่ได้ทดลองใช้ครับ มีแต่ลูกค้าหน้าใหม่ๆที่เพิ่งมาทำใส่กันมาบางยี่ห้อ
น้ำรั่วจะหมดหม้อน้ำยังหารอยรั่วไม่เจอ ไม่มีการอุดรอยซีมให้คล้ายเอาสีมาผสม
หลอกขายอะไรอย่างนั้น ถ้าอยากทดสอบลองซี้อมาครับถ้าได้ช่วงเวลาการ
เปลี่ยนปั๊มน้ำก็เปลี่ยนเลย แล้วใช้มันแบบให้ถูกต้องตามที่เรามีความรู้ใช้จน
ปั๊มน้ำเกิดการเสียหายอีกครั้งพอเราได้ถอดมันออกมาดู ถ้าภายในดูสวยคล้ายของใหม่
ก็ใช้ได้ แต่ถ้ามีการผุกร่อนแม้แต่น้อยเราอาจทำผิดหรือเจอของคุณภาพไม่ดี
แต่ช่วงเวลาทดสอบอาจจะนานหลายปีนะครับ เมื่อก่อนตอนเป็น G11 ผมเองยัง
ไม่ใช้ของแท้ แต่ใช้ของโตโยต้ามาถ้ารวมเวลาประมาณ 24 ปีครับ เพิ่งมาใช้ของแท้
ตอนเป็น G12++ จากการทดสอบผ่านครับ ส่วนยี่ห้ออี่นไม่ขอออกความเห็นครับ
เพราะยังไม่ได้ทดลอง....................
-
พี่เณรนี่.....ยังอธิบายรายละเอียดออกมาแบบเห็นภาพเลยนะครับ เข้าใจง่ายทำเองได้ ;D
-
โห....จะผ่านมาตรฐานช่างเณรได้ ต้องใช้เวลาถึง24ปี
ถ้าไม่ดีจริงก็ไม่ได้รับการรับรองจากช่างเณรแน่ๆ
ขอบคุณครับ :)
-
สะกดผิดประจำ สึกหลอที่ถูกมันต้องสึกหรอ น่าจะถูกนิ................
-
ขอบคุณช่างเณรมากครับ แถวบ้านผมมีของโตโยต้าขาย เป็นแบบ Pre Mix กระป๋องสีดำคาดลายแดงๆ ใช่แบบนี้ไหมครับ เห็นว่าเป็นสีชมพูด้วย แบบผสมแล้วก็มีแต่ต้องใช้หลายขวดซิครับ เอาแบบ Pre Mix ดีกว่าไหมครับ ส่วน Valvoline ก็มีขาย กระป๋องละลิตร ใจผมทีแรกไม่กล้าใช่ของโตโยต้าเพราะเคยได้ยินมาว่ามันกัดกร่อนมาก ของโฟล์ค ผมก็น่าจะหาได้ครับ บ้านอยู่ไม่ไกลร้านอะไหล่และศูนย์เท่าไหร่ ผมลองของโตโยต้าได้น่ะครับ เสียวๆ อยู่หน่อยๆ ที่ใส่อยู่เป็นของ SPED ก็ไม่น่าดีเท่าไหร่ เพื่อนเติมให้ครับ ครั้งนี้จะทำเอง ใช้น้ำกรอง เอาแบบดีๆ ไปเลย
ขอบคุณความรู้จากช่างเณรอีกครั้งครับ
ได้ผลอย่างไรจะรายงานครับ ครั้งนี้ผมตั้งใจจะไม่ใส่น้ำยาล้างหม้น้ำกอน คิดถูกหรือผิดครับ
-
พอจะมีใครถ่ายรูปขั้นตอนมาอวดหน่อยได้ไหมครับ ตอนนี้เว๊ปนี้ใส่รูปแจ๋วๆ ได้แล้ว ขอบคุณครับ
-
ครับของโตโยต้าจะเป็น Pre mix ทั้งหมดแล้วครับ เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการผสมไม่ถูกต้อง
ของผู้ใช้ แบบเป็นแกลลอนก็มีนะครับแต่จุ 3.7 ลิตร นะครับ ส่วนน้ำยาล้างหม้อน้ำไม่
สมควรใช้ครับ หลีกเลี่ยงให้ไกลเลยยิ่งดี..........
-
กลับมาดูใหม่ ยาวเลย ดีครับมีความรู้ให้อ่านต่อ
ถามต่อครับว่า ถ้าถ่ายน้ำเก่าออก แล้วเติมของ TOYOTA Pre mix 3.5 ลิตรที่ว่า แล้วเติมน้ำประปาให้เต็มหม้อน้ำ
แบบนี้ OK ไม๊ครับ
ขอบคุณครับ
-
ได้พบมากับตัวครับ น้ำที่เติมในหม้อน้ำ ช่างบอกว่า ทีดีคือ น้ำกลั่น ผมเห็นเค้าใช้น้ำกลั่นผสมน้ำยาหล่อเย็น
-
ถ้าของ โตโยต้า เป็นแบบ ผสมเสร็จแล้ว ก็น่าจะใส่แบบเดียวเลยน่าจะดีกว่ามั้งครับ
ไม่ต้องไปเติมน้ำ ประปา หรือ น้ำกลั่นหรอกครับ เพราะมันน่าจะทำให้น้ำยาเจือจางมากขึ้นนะครับ
ซื้อมาเผื่อไว้เติมตอนน้ำพร่องก็ดีนะครับ ติดรถไว้เลย
-
ถูกครับถ้าของโตโยต้าเติมเพียวๆไม่ควรผสมครับปริมาณน้ำหล่อเย็นต้องใช้เท่าไหร่ ในเครื่องนั้น
ก็ต้องซื้อเท่านั้นครับ ถ้าเครื่องพวก เวนโต้ ก๊อฟ หรือ บี4 ก็ 2 แกลลอน
ส่วนของโฟล์คแท้ที่ใช้อยู่ก็ใช้น้ำกลั่นผสมครับ เอาแบบขวดใสอย่างเดียว พวกสีชมภู
หรือพวกมีสาร อิเล็กโทรไลต์ห้ามใช้เด็ดขาด ใส่ไปพังกับพังครับ........
-
เพิ่มข้อมูลให้อีก 1 ประเด็นครับ
ข้างขวดน้ำยาหล่อเย็น-ของโฟล์คแท้ ระบุว่าให้ผสมน้ำยาในสัดส่วน 40% ถึงไม่เกิน 60%
ช่างบางอู่ อาจจำแบบรวบรัดว่า ให้ผสม ครึ่งหนึ่ง (50% )
แต่ผมว่า จำว่า 40-60 จะดีกว่า จะรู้ระดับความยืดหยุ่น ว่ามีอยู่ 10%
ในคู่มือ T4 ก็ตอกย้ำว่า สัดส่วนของน้ำยา ให้ผสมอย่างน้อย 40% ครับ (คู่มือระบุถึงเบอร์ G11)
-
ตอนนี้ใช้แบบที่มีสีเขียวสะท้อนแสง เปิดฝากระโปรงมา แทบแสบตา..... ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D