VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: Passat B4ลพ ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
หลังจากที่ได้ฤกษ์ทำช่วงล่างใหม่ และนำรถไปตรวจสภา
[ 5 เม.ย. 2012 , 17:42:16 น
-
หลังจากที่ได้ฤกษ์ทำช่วงล่างใหม่ และนำเจ้า B4 ไปตรวจสภาพประจำปีกับคุณหมุกเหล็กไฟ รถผมก็ขับดีขึ้นมาก เสียงก๊อกแก๊กต่างๆที่รบกวนจิตใจก็ระหว่างขับก็หายไปหมดสิ้น เหลือแต่เสียลมบ้างเล็กน้อยให้รู้ว่าซีลยางต่างๆรอบคันก็เก่าแล้วควรเปลี่ยนให้ใหม่เหมือนช่วงล่างบ้าง กับเสียงเฟืองท้ายเป็นการยืนยันว่ารถคันนี้ใช้งานมานานแล้วจริงๆ ให้ฟังเสียงเปลี่ยนไปตามความเร็วต่างๆครับ ต่อไปก็ตั้งใจจะทำท่อไอเสียครับ ผมก็ไปค้นดูตามบอร์ดต่างๆว่ามีอะไรยังไง แบบไหน ที่ไหน สูตรอะไรบ้าง เรื่องท่อยังไปไม่เท่าไร ไปเจอเรื่อง Voltage Stabilizer เข้า น่าสนใจครับ คุณสมบัตรมันดี๊ดี ช่วยไปชะทุกระบบ สายกราด์วก็เดินแล้ว อยากมี Voltage Stabilizer ให้มันครบสูตรกับเค้าบ้าง แต่ราคาดุดันมากครับ 1500 - 4500 มีของ OTOP ก็ 600 - 800 ผมเลยอ่านไปเรื่อยๆ ที่สิงข์โปร์ โปร์แลนด์ USA ฯลฯ เขาว่าทำเองได้ไม่ยากเลย ในไไทยบ้านเราก็มีคนแนะนำไว้มากมาย มีสูตรค่า C แบบต่างๆ วิธีคำนวน มากมาย เลยตัดสินใจลองทำดูครับ ก็เข้าไปดู ศึกษา ทั้งที่เค้าทำไว้ และ data sheet ของ Capacitor แบบต่าง รวมทั้งราคาและที่สั่งซื้อด้วย ก็สรุปได้ว่า
1. Capacitor แบบถ้วยอลูมิเนียม ถูกสุด ถึงแม้นจะมีค่าความคลาดเคลื่อนถึง 20% แต่ทุกๆที่ก็ใช้กันแสดงว่าไม่เป็นอะไร
2. การต่อก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก ต่อขนานเข้าไปกับวงจรไฟฟ้าหลักของรถ จบ...
3. ค่า Capacitor ที่ใช้ทั่วๆไปก็ประมาณ 5000 - 50,000 uF (5000-20000 uF ราคา 1500-2500 บาท และ 10000 - 50,000 uF ราคา 2000-4000 บาท) มีคนแนะนำว่าอย่างน้อยต้องมี 10000 uF
4. การใช้ Capacitor หลายๆ ค่าเพื่อเป็นการลดสัญญาณรบกวนของระบบไฟฟ้าทั้งระบบ
5. ที่ขายกันส่วนมากใช้ Capacitor 16V 85C แต่มีบางสำนักบอกว่า ควรใช้ อย่างน้อย 25V 105C
สิ่งที่ศึกษามาและคิดว่าควรนำมาปรับปรุง
5 เม.ย. 2012 , 18:07:39 น
-
สิ่งที่ศึกษามาและคิดว่าควรนำมาปรับปรุง
1. Capacitor ที่ขายๆกันอยู่ทั่วๆไป ตาม Data Sheet มีอายุการใช้งาน 1000-2000 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า บริษัทผู้ผลิตรับรองว่าหรือทดสอบมาแล้วว่า มันสามารถทำงานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ที่ 1000-2000 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นคุณภาพจะลดลงเร็วช้าแล้วแต่ยี่ห้อ จนพัง จนระเบิด เสียหายกันไป
ดังนั้นการต่อตรงกับขั้วแบตฯ อย่างที่ทำกันอยู่ Capacitor จะทำงานตลอดเวลา วันละ 24 ชม. ก็จะทำงานได้เต็มที่ อย่างมาก = 2000/24 = 83.33 วัน หรืออย่างน้อย 41.66 วัน หลังจากนั้นก็จะลดคุณภาพลงเรื่อยๆ ผมจึงคิดว่าต้องมีการต่อรีเลย์เข้ากับสวิตท์กุญแจแบบวิทยุครับ ให้มันทำงานเฉพาะเวลาที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์เทานั้น ก็จะสมารถยืดอายุการใช้งานไปได้ สมมุติถ้าเราใช้รถเฉลี่ย 5 ชมต่อวัน ก็จะใช้ไปได้ 200-400 วัน ก็ปนะาณ 1 ปีครับ หลังจากนั้นคุณภาพก็จะลดลง เราก็สามารถทนใช้ไปได้อีกซัก 0.5-1 ปี แล้วก็เปลี่ยนทิ้งไปก่อนที่มันจะระเบิดหรือเยิ้มจนรถเราเสียหายครับ
2. เท่าที่ดูการต่อวงจร ทุกเจ้า ทุกที่ ใช้ลายprint ของแผ่น Circuit เป็นตัวเชื่อมวงจรเดินไฟทั้งสิ้น แล้วก็เอามาผ่านฟิวส์หลอดแก้ว 10-20 A เส้นนิ๊ดเดียว แต่พอจะต่อออกจากกล่องใช้สาย 8-10 mm เคลื่อบเงินอย่างดี บอกว่าเพื่อให้ไฟเดินได้จะดวก
ผมว่ามันไม่เป็นเหตุเป็นผลกันเท่าไร ไฟเดินสายใหญ่เฉพาะนอกกล่อง ในวงจร + ก่อนออกจากกล่อง สายนิดเดียว สายใหญ่เฉพาะนอกกล่องคงไม่ช่วยอะไรมากนัก คงเป็นเรื่องการตลาด และเพื่อทำให้ดูดี สมราคาแพงๆเท่านั้น ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะใช้เส้นทองแดงตัน ขนาด 2.5-3 mm เดินในวงจร และสาย 3 mm แบบที่ฉนวนหนาหน่อย(เพื่อกันความร้อนในห้องเครื่อง) มาต่อแทน สาย 8-10 mm ที่ใช้ต่อกราด์วครับ และต่อห่างจาก แบตฯ ไม่เกิน 2 ฟุต ครับ อันนี้มาจากที่ไปอ่านเจอเรื่องค่าความต้านทาน และ Lost ของสายที่ใช้ใน แอมป์เครื่องเสียงครับ 2 ฟุตในทุกขนาดสาย Lost ไปไม่เกิน 4% ครับ ยาวไปจะ Lost มาขึ้นอย่างมากครับ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า ถ้าไม่ช่วยแนะนำกันนะครับ)
5 เม.ย. 2012 , 18:38:38 น
-
หลังจากเก็บข้อมูลมาพอสมควร ก็สั่งของมาทำครับ โดยกำหนดงบประมาณไว้ ไม่เกิน 1000 บาทครับ
อันนี้เป็นต้นแบบที่ 1 ครับ ใช้ C 27 ตัว รวม 23673 uF (ตัวใหญ่สุด 10000 ตัวเล็กสุด 1 uF) ใส่ ฟิวส์ 20A ครับ
(http://
)
(http://
)
(http://
)
5 เม.ย. 2012 , 18:53:30 น
-
เอาไปทดลองติดรถ B4 ครับ ต่อสายแบบชั่วคราวไว้ก่อน ยังไม่ได้เดินรีเลย์ครับ
(http://
)
5 เม.ย. 2012 , 18:54:58 น
-
จากการทดสอบ ต่อสายไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วถอดสายออก พบว่า หลอด LED ยังสว่างต่อไปอีกประมาณ 15-16 วินาทีครับ
จากการลองขับ รู้สึกดีเหมือนที่เคยเป็นครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน รู้สึกเหมือนว่า เกียร์ 4 ะเปลี่ยนเร็วขึ้นนิด (50 กม/ชม) ช่วง 80-120 พุ่งกว่าเดิม แต่อาจรู้สึกไปเองก็ได้นะครับ ที่เห็นชัดเจนคือ Volt Meter จากเดิมจะวิ่งอยู่ระหว่าง 13.0-13.8 กลายมาเป็น 13.4-13.7 แต่การทดลองขับมันไม่นานมาก คือประมาณ 20 กม.เอง อาจไม่แน่นอนนักครับ อีกอย่างที่คิดว่าดีขึ้นคือ ระยะเวลาบิดกุญแจสตาร์ทครับ สั้นลงครับ เพราะปกติรถผมจะต้องลากยาวไปประมาณ 10 วิ อัพ แต่ตอนที่ทดลอง บิดติดเลย
ชุดนี้งบอยู่ที่ 150-200 ครับ คือยังไม่ได้จดแยกออกมาครับ
ตอนนี้กำลังทำ ต้นแบบที่ 2 ครั้งนี้ตั้งใจจะเพิ่ม C เป็น 50000 uF ขึ้นไปครับ
5 เม.ย. 2012 , 19:07:43 น
-
ท่านใดมีข้อแนะนำ หรือมีประสบการณ์เคยใช้ หรือมีความเห็นว่าควรทำยังไงถึงจะเหมาะสมช่วยแนะนำด้วยครับ คือมันมีสูตรคำนวนเหมือนกันใน net แต่ผมขี้เกียจศึกษาแล้วครับ เหมือนกลับไปเรียนไฟฟ้า 1,2 ตอน ป.ตรีใหม่ แล้วพื้นฐานด้านนี้ก็ไม่มากนักครับ
ต้นแบบที่ 2 เสร็จ ผมกะจะเพิ่มขาด C เป็นตัวละ 15000 up เป็นต้นแบบที่ 3 เพราะเห็นมีคนแกะ pivot รุ่นไหนไม่รู้ เห็นว่าใช้ C ขนาด 10000 x 4 กับ 0.1 x 4 แค่นั้นเอง (ราคาตั้ง 3500 แล้วก็ดังด้วย)
5 เม.ย. 2012 , 19:15:03 น
-
ผมไม่มีความรู้เลยครับ แต่ขอชื่นชมครับ จะคอยติดตามนะครับ
6 เม.ย. 2012 , 02:56:19 น