VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: บี ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
ตอนนี้ใช้ passat GL ปี 96 อยากติด LPG บ้าง แต่ไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องติดแก๊สเลยอยากรบกวนถามท่านที่มีประสบการณ์ด้วยค่ะว่า
1.ไม่ทราบว่ารถรุ่นนี้ติดตั้งแล้วมีปัญหาอะไรหรือไม่คะ
2.แนะนำให้ติดตั้ง LPG แบบใด ราคาประมาณเท่าใดคะ (รบกวนขอรายละเอียดอุปกรณ์ที่ติดตั้งด้วยค่ะ ว่ายี่ห้ออะไร รุ่นไหน ราคาเท่าไร)
3.หลังติดตั้งควรต้องดูแลรถเป็นพิเศษเพิ่มเติมจากปกติอะไรบ้างคะ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติต่อปีเท่าใดคะ
4.ก่อนและหลังติดตั้งต้องตรวจสอบอะไรบ้างคะ และวิธีการตรวจสอบต้องทำอย่างไรบ้าง
5.ตอนนี้ใช้รถที่ศรีราชาค่ะ ไม่ทราบมีอู่ที่แนะนำบ้างหรือไม่คะ หรือถ้าไม่มีจริงๆ อยู่ใน กทม.ก็ได้ค่ะ
ขอบคุณทุกๆท่านมากค่ะ
[ 20 มิ.ย. 2011 , 11:45:42 น
-
อยู่ศรีราชาหรือครับ ดีใจจังอยู่โซนเดียวกันเลย ผมขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ
1. ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับรถครับ แต่มีปัญหาเรื่องมันประหยัดมากจนคุณอาจใช้รถมากกว่าที่เคย
2. แบบหัวฉีดครับ ราคาน่าจะอยู่ประมาณ 28,000-32,000 แล้วแต่อุปกรณ์ แนะนำให้ใช้ของอิตาลี เพราะอุปกรณ์จากยุโรปน่าจะออกแบบมาใช้กับรถยุโรปได้ดี (ความเห็นส่วนตัวนะครับ) ในยุโรปเขาใช้แก๊สกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันมานานแล้ว
3. ไม่ต้องดูอะไรมากครับ เพราะมีคู่มือแนะนำการใช้และการตรวจเช็คอยู่แล้ว แต่ขอให้เพิ่มเรื่องการหมั่นสังเกต เช่น มีกลิ่นน้ำมันฟุ้งมากผิดปกติ นั่นแสดงว่าท่อน้ำมันมันเก่ามีรอยแตกจนน้ำมันระเหยออกมาได้ เป็นสาเหตุของรถที่ไฟไหม้กันบ่อย ๆ แต่มักจะโทษว่าเป็นเพราะติดแก๊ส และหมั่นสังเกตุกลินแก๊สด้วย ถ้ามีก็แสดงว่าอาจมีรั่วซึมซึ่งก็ไม่ต้องตกใจเพราะแก๊สมันไม่ได้ติดไฟง่าย ๆ หรอกครับ พอได้กลิ่นก็ไปปิดวาล์วที่ถังเพื่อตัดการใช้แก๊สก่อน แล้วนำไปตรวจเช็คแก้ไขให้เป็นปกติ
4. ก่อนที่จะติดแก๊สต้องแน่ใจว่าปัจจุบันที่เราใช้น้ำมันอยู่นั้น สภาพเครื่องยนต์เป็นปกติ เพราะถ้าเครื่องยนต์มีปัญหา เดินไม่เรียบ สะดุด เร่งไม่ขึ้น การติดแก๊สก็จะมีปัญหาเช่นกัน
5. ที่ศรีราชามีร้านรับติดเยอะครับ ถ้าจะให้แนะนำก็มีที่อู่ช่างนิคม ซอยโรงเรียนสารพัดช่าง แต่รอคิวนานมาก รอโทร.ไปนัดหรือคุยรายละเอียดก่อนก็ได้ โทร. 08-4456-3802 ส่วนที่กรุงเทพ ฯ มีหลายคนติดที่ช่างนาวิน (แถวมีนบุรี ลองเสิร์ชหาในเวปนี้ดูครับ) แล้วชมว่าผีมือเยี่ยม ลองดูนะครับ
ปล. ผมยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อมูลเผื่อเป็นประโยชน์กับคุณบีครับ ปัจจุบันที่บ้านผมใช้ VW ทั้งหมด 4 คัน Caravelle, Golf, Passat B4 และ Vento พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการดูแล ซ่อมแซม และบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดีครับ
20 มิ.ย. 2011 , 12:06:31 น
-
1.มีปัญหาเท่าๆกับรถอื่นๆ และปัญหาที่มีไม่ใช่ที่รุ่นหรือยี่ห้อรถ แต่เป็นปัญหาจากช่าง ช่างเป็นคนเลือกทั้งวิธี อุปกรณ์ และลงมือ ถ้ามีปัญหาไม่มีปัญญาแก้ไขท้ายที่สุดก็จะได้แต่คำแก้ตัว (เหมือนใครหว่า...ดีแต่พูด..)
2.คนที่ไม่รู้อิเล็คทรอนิคส์ส่วนใหญ่จะชอบระบบหัวฉีด แต่คนที่รู้จักอิเล็ตทรอนิคส์กลับชอบระบบดูด (Mixer)
ระบบดูด คงจะซัก 15,000 +/- ระบบหัวฉีด 20,000+
ก่อนนี้เคยติดตั้งของ AG ใส่รถเชฟโลเล ครูด ของลูกชาย เพราะแพร่หลายมานาน และอุปกรณ์ถูกกว่ายี่ห้ออื่น ก็เท่านั้น
3.ไม่มีอะไรมาก นอกจากสังเกตอาการผิดปกติของเครื่องยนต์มากขึ้น แก้ไขก่อนที่จะรุนแรง
ค่าใช่จ่ายก็ไม่ค่อยมีอะไรนัก ซัก 2 ปี ระบบหัวฉีดเปลี่ยนหัวฉีดซักชุดนึง ระบบดูดเปลี่ยนหม้อต้ม
แต่ถ้าเป็นหม้อต้มญี่ปุ่นก็แค่เปลี่ยนชุดผ้าใบ
แต่อย่าลืมว่าส่วนต่างค่าแก๊สกับน้ำมัน จะเป็นค่าซ่อมรถได้ทั้งคันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แถมยังมีเหลือ...
4.เช็ครถที่ใช้ระบบน้ำมันให้ใช้งานได้เป็นปกติก๋พอ
5.ไม่มีความเห็น
20 มิ.ย. 2011 , 12:14:03 น
-
ลองเข้าไปหาในwww.gasthai.comดูครับมีข้อมูลให้อ่านเกี่ยวกับระบบLPGละเอียดดีครับ
20 มิ.ย. 2011 , 12:26:57 น
-
ผมก็ใช้ passat ปี 96 เพิ่งติด LPG มาได้ 3 เดือน ยังไม่พบปัญหาอะไร
ราคาติดแก็สระบบหัวฉีดในกรุงเทพ น่าจะประมาณ 22,000 - 30,000 บาท
ผมติด 25,000 บาท
20 มิ.ย. 2011 , 13:05:21 น
-
หัวฉีดก็ดีครับ ผู้หญิงใช้ได้สะดวกไม่ต้องไปวุ่นวายมากมาย แพงหน่อยแค่นั้น
20 มิ.ย. 2011 , 14:09:08 น
-
ผมใช้ Passat GL ปี 96 ติดแก๊สแบบดูด(Mixer) ใช้ได้ดีครับ ไม่มีปัญหาจุกจิก ปัจจุบันใช้ได้ทั้งแก๊สและน้ำมัน คือแต่ก่อนใช้แก๊สเป็นหลักแล้วหัวฉีดมันรั่วเนื่องจากไม่มีน้ำมันผ่านเป็นเวลานาน ตอนนี้ก็เลยใช้สลับกันทุกวันครับ ความเห็นผมว่าแบบดูดมันยุ่งกับระบบเดิมน้อย ไม่ต้องเจาะท่อวางหัวฉีด ระบบไฟฟ้าก็แทบไม่ไปรบกวนระบบเดิมเลย การปรนนิบัติบำรุงก็แทบจะไม่มี คือไม่มีอะไหล่อะไรต้องเปลี่ยน มีไปล้างหม้อต้มปีละครั้ง(ซึ่งก็คงต้องทำทั้งสองระบบ) แล้วก็ติดตั้งถูกกว่าด้วย ก็เลยเลือกแบบนี้และเท่าที่ใช้มา 3-4 ปีก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
20 มิ.ย. 2011 , 21:43:00 น
-
หนูเคยลองเข้าไปอ่านในเว็บ gasthai บ้างเหมือนกันค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งสบสน เพราะรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละยี่ห้อเยอะเหลือเกิน อ่านแล้วบางอย่างก็ไม่เข้าใจค่ะ เลยต้องมารบกวนขอข้อมูลท่านที่เคยติดไปใช้งานแล้วอ่ะค่ะว่าใช้ระบบ/ยี่ห้อใดมีปัญหาน้อยที่สุดเช่นยี่ห้อหัวฉีด/หม้อต้ม ดูแลไม่ยาก(แบบว่าขับเป็นอย่างเดียวค่ะ แหะๆๆ :P .....) อู่ที่มีช่างเก่งๆ ทำงานดี มีบริการหลังขาย ... ฯลฯ เนื่องจากอยากติดเพราะน่าจะประหยัดตังค์ แต่ไม่มีปัญญาหาความรู้เองค่ะ
ขอบคุณในน้ำใจของทุกๆท่านนะคะ รู้สึกอบอุ่นมากเลยค่ะ ใช้โฟล์คแล้วมีคนมีน้ำใจเยอะ สงสัยต้องใช้ต่อไปอีกนานๆ แระค่ะ .......
21 มิ.ย. 2011 , 00:59:01 น
-
หนูเคยลองเข้าไปอ่านในเว็บ gasthai บ้างเหมือนกันค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งสบสน เพราะรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละยี่ห้อเยอะเหลือเกิน อ่านแล้วบางอย่างก็ไม่เข้าใจค่ะ เลยต้องมารบกวนขอข้อมูลท่านที่เคยติดไปใช้งานแล้วอ่ะค่ะว่าใช้ระบบ/ยี่ห้อใดมีปัญหาน้อยที่สุดเช่นยี่ห้อหัวฉีด/หม้อต้ม ดูแลไม่ยาก(แบบว่าขับเป็นอย่างเดียวค่ะ แหะๆๆ :P .....) อู่ที่มีช่างเก่งๆ ทำงานดี มีบริการหลังขาย ... ฯลฯ เนื่องจากอยากติดเพราะน่าจะประหยัดตังค์ แต่ไม่มีปัญญาหาความรู้เองค่ะ
ขอบคุณในน้ำใจของทุกๆท่านนะคะ รู้สึกอบอุ่นมากเลยค่ะ ใช้โฟล์คแล้วมีคนมีน้ำใจเยอะ สงสัยต้องใช้ต่อไปอีกนานๆ แระค่ะ .......
21 มิ.ย. 2011 , 00:59:08 น
-
b4 เป็นเครื่อง 8 วาล์ว ไม่จุกจิก ผมติดระบบดูด( mixer) 14,000 บาท ใช้ดีไม่มีปัญหา ประหยัดน้ำมัน ระบบดูดกับหัวฉีดดีคนละอย่าง แต่ถ้าใครที่รู้เรื่องอิเลคโทรนิคหน่อยก็จะเลือกใช้ระบบดูดจริงๆน่ะ ไม่รู้ทำไม ลองถามดูน่ะ ราคาห่างกันเยอะประสิทธิภาพใกล้กัน การดูแลรักษาต่างกัน ระบบดูดดูแลง่ายซ่อมง่าย พี่ช่างเหอะพูดถูก นับถือๆๆ
21 มิ.ย. 2011 , 12:37:07 น
-
ใช้เชื้อเพลิงแก๊สแบบสูบ..เอ๊ยดูด กับแบบฉีด เปรียบเทียบง่ายๆก็คล้ายๆกับขับรถเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์ออโต้..
แบบดูด.. จะต้องรู้จักโยกสวิทช์สลับเชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นแก๊ส-แก๊สเป็นน้ำมันเเอาเอง เวลามีปัญหาสตาร์ทไม่ติดหรืออะไรก็แล้วแต่ แค่ไล่สายไฟไม่กี่เส้นก็รู้แล้วว่ามีสาเหตุจากอะไร.. หรูขึ้นมาหน่อยก็อาจจะมีระบบสลับแก๊ส-น้ำมันแบบอัตโนมัติ ช่างที่มีพื้นฐานดีๆ ก็สามารถซ่อมแซมแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ
แบบฉีด.. สตาร์ทเครื่องติดแล้ว ออกรถได้เลย ไม่ต้องสนใจว่ามันจะใช้น้ำมันหรือแก๊ส เพราะมันจะสลับของมันเองโดยอัตโนมัติ แต่เบื้องหลังการทำงานจะมี"กล่องสมอง"และสายไฟเชื่อมโยงการทำงานไปยังอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องอีกเยอะแยะ แน่นอนว่าการซ่อมบำรุงต่างๆก็ต้องอาศัย"คณิตกร"หรือคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย ช่างก็ต้องรู้จักระบบนี้เป็นอย่างดีถึงจะ"เอาอยู" อัตราการใช้เชื้อเพลิงจะประหยัดกว่าระบบดูด แต่การลงทุนติดตั้งครั้งแรกจะแพงกว่า
"..ถ้าใครที่รู้เรื่องอิเลคโทรนิคหน่อยก็จะเลือกใช้ระบบดูดจริงๆน่ะ ไม่รู้ทำไม.."
นี่เป็นเรื่องจริง ยกตัวอย่าง"ช่างเหอะ"กับ"หมุกเหล็กไฟ"(ขออภัยที่เอ่ยนาม) ล้วนแต่เซียนด้านอิเลคทรอนิกส์ ก็ยังใช้ระบบดูดหรือMixerธรรมดากับรถตัวเอง ส่วนผมไม่ค่อยประสีประสาด้านอิเลคทรอนิกส์ แต่ชอบใช้ระบบดูดเพราะมันเป็นอะไรที่ง่ายๆ..simple is the best..
21 มิ.ย. 2011 , 14:15:46 น