VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: ดิว ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
พี่พี่คนไหนมีวิธีไล่หนูจากห้องเครื่องบางครับ
[ 15 มิ.ย. 2011 , 23:15:43 น
-
เคยแต่หนูที่นั่งข้างๆลงจากรถ
อย่างสุภาพ...
15 มิ.ย. 2011 , 23:42:54 น
-
เปิดฝากระโปรงไว้ ทุกคืน ไม่เคยมีมากวนอีกเลย
16 มิ.ย. 2011 , 00:22:11 น
-
ผมคิด(เอง)ว่า วิีธีแบบถาวรคงไม่มี วิธีที่ผมใช้กับอัลติสหลังจากเจอรอยเท้าในห้องเครื่อง คือ เอารถไปล้างห้องเครื่อง แล้วผมก็ใช้พวกโซแน๊ก ปนกับดีดีทีบ้าง ฉีดตามสายไฟ ก้อได้ผลนะครับ แต่เราต้องไม่ละเลย คือ นานๆ ก็ฉีดทิ้งไว้ใหม่ั ุเพราะความร้อนจากห้องเครื่องอาจทำให้กลิ่นหมดไว เคยเห็นไม้ไล่หนูขายตามข้างทาง(นัยว่าเป็นกิ่งต้นยี่โถ) และก้อนเคมีไล่หนูขายเหมือนกัน แต่ส่วนตัวไม่ค่อยศรัทธา คิดว่าวิีธีที่ผมใช้ก็เวิอร์คนะ ตั้งแต่ทำมานานแล้วพวกพี่ทิดก็ไม่มากล้ำกรายเลย ยังไงก็ลองฟังท่านอื่นๆ ดูครับแชร์กันไป
16 มิ.ย. 2011 , 01:21:19 น
-
จำเขามาบอกต่อ ...
เลี้ยงแมวครับ
16 มิ.ย. 2011 , 03:25:13 น
-
เปิดกระโปรงรถ ด้านหน้ามีแสงไฟอยู่ประเภทหลอดประหยัดไฟ หนูไปแน่ไม่มาเลย อีกอย่างก็กาวดักหนูวางไว้ข้างล่างใต้ห้องเครื่อง ส่วนไม้ไล่หนูก็แบบข้างบนบอก ไม่ได้ผล รถโฟลกตู้แตงโมคันเก่าผมหนูชอบขึ้นมากเคยหาวิธีหลายอย่างมาก เพราะว่างหนูกัดเบาะที่เป็นเบาะเดิมลายหวาย แทะกาบมะพร้าวกระจุยมาบ่อยๆจนบางไปบางส่วน ไปซื้อไม้ไล่หนูที่ขายข้างทางมา 3 กำ วางไว้หนูก้เลยแทะไม้ไล่หนูที่ว่ากระจุยละครับ มันไม่ได้ไล่หนูแบบหนูกลัวผีแล้วต้องวิ่ว นี่คงวิ่งแข่งกันมาแทะกันสนุกแน่....เลยต้องใช้กรงดักหนูจับไปถ่วงน้ำได้ไปหลายตัวครับ...หรือใช้วิธีธรรมชาติก็ใช้งูเห่าใส่กรงวางไว้ใต้ท้องรถทุกครั้งที่มาจอด น่าจะช่วยได้ครับ...ลองดู
16 มิ.ย. 2011 , 04:36:35 น
-
โกว่าถ้าป่วยที่หัว หนูก็คงหนีแน่ไม่ต้องไล่หลอกน้อง ก๊ากๆๆๆๆๆๆ (เอาตามซื่อเรื่องนะโกไม่ได้ทะลึ่ง )
16 มิ.ย. 2011 , 07:20:53 น
-
รอยตีนแมวเต็มฝากระโปรง และหลังคา แต่ว่ารอยตีนหนูในห้องเครื่องก็ยังมีอยู่
แต่...ยังไม่เห็นร่องรอยการทำลาย ไม่แน่ใจว่าเทคนิคนี้จะใช้ได้ผล แต่ตอนนี้รำคาญรอยตีนแมวมากๆ
16 มิ.ย. 2011 , 14:07:16 น
-
ผมใช้ผ้าชุบน้ำมันสนโยนไว้ใต้ท้องรถ หนูเลิกเข้าห้องเครื่องเหมือนกัน แต่ต้องรอให้เครื่องเย็นลงก่อนนะ ไม่งั้นไฟลุก
ไม้ไล่หนู ลูกเหม็น เคยลองแล้วเหมือนกัน หนูแทะเล่นเป็นที่สนุกสนานเลย
สำหรับงูเห่า อันนี้ชัวร์ หนูหายหมด แต่บังเอิญมันดันกัดหมาที่บ้านตายไปด้วย เลยตีตายซะ
17 มิ.ย. 2011 , 10:28:05 น
-
สำหรับงูเห่าที่แนะนำ...คือคันเก่าแตงโมผมปี69ที่หนูชอบไปแทะเบาะ เมื่อขับมาจอดจะแง้มฝาท้ายเตรื่องแล้วใช้ไม้ค้ำไว้ ไม่ได้วิ่งทุกวัน ...วันหนึ่งก่อนวิ่งมาเปิดดูก่อนออก เห็นอะไรเลื่อมๆ นิ่งๆ ขนาดแขน อยู่ด้านในเครื่องเห็นแปลกๆ มืดๆ เลยใช้ไม้เขี่ยดู...ขยับได้เลยเรียกลูกน้องเอาไฟฉายมาส่องดู มันขยับได้เลยรู้ว่าเป็นงูเห่า ...แต่ตอนนี้มันเห่าไม่ออก เพราะมีหางหนูโผล่มาจากปาก และที่คอมันเป็นรูปหนูละครับยังไม่ได้กลืนเข้าไปในท้อง เดี๋ยวติดคอตาย เลยปล่อยไว้ขับคันอื่น ไม่อยากตีมัน จนมันหายไปเอง ที่บ้านอยู่บางใหญ่ ครับ........
18 มิ.ย. 2011 , 01:46:56 น
-
ทีแรกอ่านคำแนะนำคุณชัช กับของคุณนิก เวนโต้94 ที่ให้ใช้งูเห่า นึกว่าเป็นเชิงประชดแบบ ขำ ขำ ทีแท้เป็นประสบการณ์ตรง หนาวเลย ตู้แตงโมยังดีที่มันเข้าได้เฉพาะห้องเครื่อง ผมนึกไปถึงพวกรถเต่าที่เจาะตัวถังเพื่อติดพัดลมคอล์ยเย้นแอร์ ถ้าช่างทำไม่ดีหนูมักจะเข้าไปในรถ ถ้าพี่งูเลื้อยตามเข้าไปแล้วไม่ยอมออกละก้อ
19 มิ.ย. 2011 , 23:03:07 น
-
ก็ขอคุยต่อนะครับคุณหะมู...สนุกดี...และแตงโมคันนี้เมื่อสัก 7-8 ปีก่อนไปจอดที่ตลาดบางใหญ่ซื้อผลไม้ ตอนนั้นยังเงียบๆครับผู้คนยังไม่มากมายแบบทุกวันนี้ บ้านผมอยู่มิตรประชาส่วนติดกับบางใหญ่ซิตี้ เมื่อจอดรถแล้วซื้อของมีเสียงลุกแมวร้องแต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน เดินดูและก้มลงใต้ท้องรถก้ไม่เห้น กลัวไปทับมัน ...ขับมาถึงบ้านก็มีเสียงลูกแมวร้องอีกก็ดูและเรียกหมามาดู ..พอมันเห่าลูกแมวกระโดดออกจากตะแกรงแอร์ที่อยู่ใต้ท้อง ผมต้องไล่จับมาทำความรู้จักกับหมาจนมันเป็นเพื่อนกัน เลี้ยงจนโตชื่อไอ้หลง วันนี้ก็ยังอยู่ครับ...แต่มันไม่ชอบจับหนูชอบไปไล่จับกระรอกมากกว่า..........
แต่คุยเรื่องรถตู้แตงโมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง...ผมมีรถคันนี้มาร่วม 12 ปี เป็นรถที่ผมรัก...น้องผมไปได้เรื่องที่โรงพยาบาลแถวจเริญกรุง บางรัก มีรถตู้พยาบาลแตงโมปี 71 มีบรรไดเหยียบ โคมบนหลังคา กระจกกั้นคนขับ เตียงนอน เปล ครบละครับ เรียกให้ผมไปประมูล ผมใส่ราคาไป 4.6 หมื่น รองจากผมเป็นคนข้างในใส่แค่ 2 หมื่นเล่นเอาเขางงกับผมเลย เพราะผมไปประมูลแต่งตัวแบบจนๆ ...เมื่อได้รถมาจอดไว้ในบ้านวันนั้นขับรถมาตอนประมาณ 1 ทุ่มขับมาช้าๆ ประคองมาจนได้ เมื่อถึงบ้านหมาหอนกันทั้ง 3 ตัว บางตัวมาเห่า+หอนแล้ววิ่งหนี น้องที่ขับรถมาบอกว่าดุไม่ดีเลย เหมือนมีอะไรอยู่ข้างหลังตอนนั้นมือถือน้องยังไม่มี ผมขับตามหลังมา ( ปี 40-41 ) น้องว่าดูหมามันแปลก...คืนนั้นหมาเห่าทั้งคืน หอนจนแฟนผมนอนไม่หลับว่าไม่น่าเอาเข้าบ้านเลย .ตอนเช้ามาดูกันหมามาเห่าตอนเช้าคอหมาแห้งเลย ...อุ้มแมวมาวาง เจ้ารอดหางพองโดดลงจากรถไป....ผมชักแปลกๆ....ตอนบ่ายออกไปขายของและไปสอนงานปั้น กลับมากลางคืนน้องมาส่ง หมากำลังเห่าละครับ ...ส่วนรถกระเพื่อมได้ดูจากไฟหน้ารถ และไฟนีออนบนหลังคาที่ให้แสงสว่างสีออกนวลขาว ส่วนไฟหน้ารถเป็นหลอดไฟให้แสงออกส้ม.....หมาเห่าจากในบ้านและนอกบ้านน้องที่มาด้วยหลายคนยังพูดแบบเดียวกันว่ารถทำไมกระเพื่อมได้ ลมก็ไม่ได้พัด ให้ผมลงไปดูๆก็ค่อยๆดูไฟฉายดูแล้วก็ไม่มีอะไร...ขนลุกเป็นจังหวะละครับ ...น้องมาน้อนด้วยอีก 3 คนบ้านอยู่ไกล พรุ่งนี้จะไปอยูธยาว่าไม่กลับบ้าน คืนนั้นหมาเห่าเป็นระยะ ...และมีอาการตื่นกลัว....บ้านข้างๆผมมาบ่นว่าสองสามวันนี้ทำไมหมาพี่มันเห่าแบบนี้ แปลกมากๆ ....ผมเกรงใจเลยขับรถตู้พยาบาลนี้ไปบ้านข้างในที่จัดว่าเป็นบ้านร้าง เอารถไปจอด หมาเราและหมานอกบ้านยังตามไปเห่าอีก จนบ้านข้างในบ่นว่ารถคุณชัชมาจอดมีอะไรในรถหมาจึงเห่า...ช่วยย้ายที่จอดรถเถอะ...ผมจนปัญญาจึงคิดว่าขายดีกว่า...จึงนำไปจอดหน้าบางใหญ่ ตรงที่วันนี้เป็นบางใหญ่ไนท์บาซ่าร์ และถนนยังไม่กว้าง รถยังน้อย จอดยังไม่ทันนานเลยมีรถจอดมามีฝรั่งและไทย มาขอซื้อยังไม่ได้ตั้งราคาน้องบอกไป 605 หมื่น ต่อที่ 6 หมื่นขายออกทันที มาทำสํญญาซื้อขายที่บ้าน ขับรถมาด้วยหมาก็เห่าเราบอกว่าหมามันไม่เคยเห็นฝรั่งมันเลยเห่ารีบๆเขียนรับเงิน...พาน้องไปเลี้ยงโล่งใจที่ขายได้ หมาก็เลิกเห่า...มันเห่าซะเสียงหมาเปลี่ยนไปเลย........
หลังจากนั้นอีกสัก 2-3 เดือน เมียฝรั่งที่เป็นไทยก็มา หาที่บ้านมาถามว่ารถเราทำไมมีกลิ่นแปลกๆ เราขับมีบ้างไหม เราว่าตามตรงเรายังไม่ได้ขับเลยว่าเกินความจำเป็นและไม่มีงบทำจึงต้องขายไป ...และผมถามว่าและมีหมาเห่าไหม ..เธอว่าไม่มี ที่บ้านไม่ได้เลี้ยงหมาและจอดอยู่ริมถนน ...วันนี้ไปทำสีอยู่ยังไม่เสร็จ...เลยขอเล่าแค่นี้ เรื่องที่เกิดจากรถพยาบาลนี้ยังมีอีก น่ากลัวสุดๆ.....ขอแค่นี้ก่อนนะ.........
20 มิ.ย. 2011 , 23:04:24 น