VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: นิค(สมาชิกชมรมคนหนึ่ง) ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
ผมใชEVW vento ปE5 วิ่งมาประมาณ 155,000 กม. อาการก็คือถารถติดไฟแดงหรือรถติดๆรอบเครื่องยนตจะไมนิ่งรอบปกติจะนิ่งอยูทีE00 แตถาวิ่งไปเจอรถติดเครื่องจะสวิงแตสวิงไมมากคือ จะสวิงลงมาทีE50 หรือขึ้นไปทีE850 รอบและสั่นอยูอยางนั้น ตองเหยียบคันเรงไปทีE000กวารอบ แลวเครื่องก็จะนิ่งสักพักถารถยังติดอยูก็จะเริ่มสั่นใหมEแตตอนหลังเริ่มสวิงแรงขึ้นจนเครื่องดับกลางสี่แยกเลยแตถา start รถขึ้นมาใหมรอบเครื่องก็จะนิ่งเปนปกติ แตถารถติดอีกก็เปนอีก แตถาไมเจอรถติดเลยอาการที่วานี้จะไมเกิดขึ้นรถนิ่งสนิททั้งวันเปลี่ยนเกียรดีมาก
สิ่งที่แกไขมาแลวคือเปลี่ยนตัวควบคุมรอบเดินเบาเพราะตอนแรกชางใชEVAG.เช็ค พบ Fault เอาไปซอมแลวอาการก็ยังเปนอยูเลยตัดสินใจเปลี่ยนใหมเลยแตใชไดประมาณ 1 เดือนก็เปนเหมือนเดิมชางก็เปลี่ยนตัวใหมใหEเปลี่ยนมาแลว 3 ตัว ชางเคลมใหใหมEแตทั้ง 3 ตัวเวลาเกิดอาการใชEVAG.เช็คไมพบ Fault ตอมาเลยใหชางลางปกผีเสื้อและหัวฉีดใหEอาการก็ยังเหมือนเดิม เปลี่ยนหัวเทียนแลวเปน 1 เขี้ยว แพลตตินั่ม ของBOSCH (ตามที่คุณอนุรัตนเคยแนะนำใชดีมาก เบอรEW7dp ราคาณ.ปจจุบันคือหัวละ100 บาท ถาเปนเบอรEWR78 ราคา120 บาท แหมออกนอกเรื่องไปหนอยแตถือเปนการรายงานผลใหเพื่อนๆก็แลวกันเปลี่ยนแลวเรงดีขึ้นอยางเห็นไดชัดไมไดคิดไปเองเพราะชางก็บอกวารูสึกไดE ใหชางเช็คยางรองฐานหัวฉีดดูชางก็บอกวาปกติเลย เปลี่ยนทอลมเบรคดวยเพราะดูแลวถึงอายุและเปลี่ยนทอลมอื่นๆดวยก็ยังไมหายเลยทิ้งรถไวใหชางเช็คดู 5 วันมาแลว ชางบอกวา หาไมเจอเพราะใชEVAG.เช็คทุกระบบแลวไมพบความผิดปกติใชEVAG.กระตุนการเปดปดของรอบเดินเบาและลิ้นปกผีเสื้อแลว ก็ไมหาย ชางเลยใชวิธีเปลี่ยนอะไหลตัวที่นาสงสัยเปนของใหมแลวทดสอบดูก็ยังเปนอยูEเช็ควาววบอดี้แลวก็ไมมีอะไร เลยไมรูจะทำอยางไรดีชางเลยใหมารับรถกลับไปกอนแลวบอกวาจะลองหากลองมาเปลี่ยนดูวากลอง ECU ผิดปกติหรือไมอยากเรียนถามคุณอนุรัตนวาเปนไปไดหรือไมที่กลองอาจผิดปกติหรือควรเช็คอะไรอีกบางออลืมบอกไปตอนไปรับรถกลับบานตอนเย็นรถติดมากแลวก็ดับอีกเหมือนเดิม รุงเชากอนออกไปทำงานเลยลองถอดสายหัวเทียนและสายคอยดออกมาขัดดูปรากฎวาใชมา 2 วันแลวอาการสวิงยังคงมีอยูแตเบาจนแทบไมรูสึก จะเกี่ยวกับสายหัวเทียนและคอยดหรือไมครับแตเคยถามชางแลวชาง
บอกวาถาสายหัวเทียนขาดอาการไมไดเปนแบบนีEอาการจะเปนแบบวิ่งไมเต็มสูบ เลยไมเขาใจวาจะทำอยางไรดีตอนนี้ใชมา 4 วันอาการนอยลงจนนาแปลกใจแตอยากแกใหหายขาดรบกวนหนอยครับ ปล.คอยดเปลี่ยนแลวตอน125000 กม. Heaterพึ่งตัดเพราะมันเสียทำใหน้ำในหมอรั่วออกหมดชางเลยแนะนำใหตัด และแคทก็ตัดออกแลวเพราะมันเสียตอน 130000 กม.ขอบคุณครับ
[ 4 เม.ย. 2545 , 10:13:12 น
-
ถ้าเปลี่ยน TPA หรือตัวชดเชยรอบเดินเบาไปแล้วแต่รอบยังแกว่ง ก็จะมีอีกอาการหนึ่งคือ sensor ตำแหน่งลิ้นปีกผีเสื้อส่งสัญญานให้กับ ECU ผิดปกติไปจากเดิม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนอาการจะลักปิดลักเปิดอยูEถ้าอาการเป็นมากEจะเกิด Fualt ให้เช็คด้วย VAG ไดE การล้างลิ้นปีกผีเสื้อและหัวฉีดจะไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่เพราะตัว sensor ยังไม่ได้ถูกทำความสะอาด ที่เคยทำกันมาคือถอดชุดหัวฉีดออกมาก่อน แล้วเปิดส่วนที่เป็น sensor ซึ่งต่อเป็นแกนร่วมกับลิ้นปีกผีเสื้อ ออกมาทำความสะอาด จากประสบการณEบว่าตัวที่มีปัญหาของ sensor ลิ้นปีกผีเสื้อ จะพบคราบน้ำมันเกาะที่ผิวของ sensor มากกว่าตัวปกติ
ผมมีภาพที่ถ่ายตอนแกะ sensor ลิ้นปีกผีเสื้อเก็บไวEจะนำมาลงให้ดูกันใน topic นี้ครับ
สำหรับคุณนิคถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมให้ช่วย กรุณาติดต่อผมได้จาก Email ข้างล่างนี้ครับ
4 เม.ย. 2545 , 12:07:35 น
-
ขอบคุณมากครับคุณอนุรัตนEผมจะรอรูปนะครับถาไมยากมากและพอจะหาเครื่องมือไดจะหาโอกาสลองทำเอง ลาสุดเมื่ออาทิตยที่แลวเพิ่งถอดทำความสะอาดพัดลมโบลวเวอรในระบบปรับอากาศไปตามบทความของคุณจิตติ จึงขอขอบคุณ คุณจิตติมาณ.ที่นี้ดวยครับ และถามีอะไรเพิ่มเติมผมจะEmailไปแจงใหทราบครับ ขอบคุณครับ หรือถาคุณอนุรัตนมีขอมูลอะไรเพิ่มเติมEmailหาผมไดทีEdogmatrixz@yahoo.com ครับ.และขอรายงานผลเรื่องวิธีแกปญหาเสียงลมลอดประตูลองทำดูตอนตนเดือนมกรา45ตอนนี้ก็ยังใชไดดีอยูครับกันเสียงกันกลิ่นไดดีครับ.
6 เม.ย. 2545 , 00:01:58 น
-
ก่อนที่จะถอดsensor ลิ้นปีกผีเสื้อได้นั้น เราต้องถอดชุดหัวฉีดออกมาก่อน ข้างล่างนี้เป็นภาพจากหัวข้อ Repair & Maintenace เรื่อง TPA สำหรับตำแหน่งของ sensor ลิ้นปีกผีเสื้อจะอยู่ด้านขวาสุด (ที่ก้านลูกศรพาดไปพอดี)

6 เม.ย. 2545 , 22:48:52 น
-
การถอดสกรูยึด sensor ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่นัก ทั้งนี้เพราะหัวสกรูเป็นแบบพิเศษ คือเป็นแบบหัวจีบแต่มีเดือยเล็กๆโผล่ออกมา ซึ่งต้องใช้หัวจีบแบบพิเศษจึงจะขันออกไดE เข้าใจว่าทางผู้ออกแบบไม่ต้องการให้เราไปยุ่งอะไรกับส่วนนีEแต่ชาว VW-Thai ย่อมคันไม้คันมือเป็นธรรมดา เทคนิคที่ผมถอดออกมาคือใช้คีมล็อคจับที่ด้านขอบของหัวสกรูแล้วค่อยๆบิดออก @ ที่สำคัญใหEmark ตำแหน่งของหัวสกรูกับแผ่นพลาสติคที่ฝา sensor ให้ดี เพราะตอนประกอบกลับ ถ้าไม่ตรงตำแหน่งอาจมีผลต่อตำแหน่ง sensor ที่อาจเกิดผิดพลาดไดE@
พอถอดสกรูที่มีทั้งหมด 4 ตัวก็สามารถเปิดออกมาได้ดังรูป

6 เม.ย. 2545 , 22:58:48 น
-
จริงEแล้วหลักการของ sensor ตัวนี้จะเหมือน Volume สำหรับเร่งหรือหรี่ความดังในเครื่องเสียงทั่วไป
ภาพนีEclose up ให้เห็นขาที่ใช้แตะกับ sensor ให้พิจารณาดูด้วยว่ามีขาใดงอผิดปกติกว่าขาอื่นEหรือเปล่า ถ้ามีก็ใชEtweezer
6 เม.ย. 2545 , 23:03:26 น
-
ขออภัยครับ เผลอกดผิดไปหน่อย ขอเริ่มอีกครั้ง
จริงEแล้วหลักการของ sensor ตัวนี้จะเหมือน Volume สำหรับเร่งหรือหรี่ความดังในเครื่องเสียงทั่วไป
ภาพนีEclose up ให้เห็นขาที่ใช้แตะกับ sensor ให้พิจารณาดูด้วยว่ามีขาใดงอผิดปกติกว่าขาอื่นEหรือเปล่า ถ้ามีก็ใชEtweezer หรือแหนบเล็กEค่อยEดัด งานนี้ต้องมีสมาธิและมือต้องเบา

6 เม.ย. 2545 , 23:06:27 น
-
จากรูปข้างบนจะเห็นว่าช่องใส่หัวสกรูจะทำเป็นช่องกว้างให้ขยับไดEซึ่งต้องระมัดระวังตอนประกอบกลับต้องให้มั่นใจว่าตรงตำแหน่งเดิมไม่คลาดเคลื่อน
และที่สำคัญต้องบอกไวEณ ที่นี้ว่างานนี้มีความเสี่ยงอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดและปราณีตในการทำงาน ทั้งนี้ขึ้นกับวิจารณญานของเจ้าของรถหากต้องการให้ช่างทำใหEหรือความใจเย็นของคุณหากคิดจะเล่นเอง หากว่าทำได้สำเร็จคุณก็ไม่ต้องเสียเงินค่าลิ้นปีกผีเสื้อทั้งชุดซึ่งราคาแพงเอาเรื่องอยูEแต่ถ้าไม่สำเร็จก็คงต้องเปลี่ยนของใหมE
ขอให้โชคดีครับ...
6 เม.ย. 2545 , 23:25:53 น
-
อืม.. เอาใจช่วยนะครับ คุณนิค(สมาชิกชมรมคนหนึ่ง)
พี่อนุรัตนE สุดยอดเลยครับ
7 เม.ย. 2545 , 07:50:16 น
-
ขอบคุณอีกครั้งครับคุณอนุรัตนE แลวจะแจงผลใหทราบครับ
8 เม.ย. 2545 , 01:03:00 น
-
อ้อ....ผมลืมเน้นไปอีกอย่าง สำหรับการทำความสะอาดชิ้นส่วนในรูปสุดท้าย ต้องระวังอย่าให้สิ่งใดมาขูดขีด เพราะส่วนที่เป็น sensor นี้ฉาบด้วย carbon เมื่อฉีดน้ำยาล้างจนหมดคราบน้ำมันแล้วก็ตากให้แห้ง หรือลูบเบาEด้วยกระดาษทิชชูก็พอครับ
8 เม.ย. 2545 , 08:32:01 น
-
QKaDVBcw
23 ก.ค. 2553 , 03:10:56 น